[Review-Spoiler] NANOHA The MOVIE 1st

posted on 27 Nov 2010 06:14 by kaitodash in Review directory Cartoon, Entertainment
ไม่ได้อัพบล็อกซะนานเพราะงานเยอะ แต่งวดนี้มันไม่ไหวครับ ต้องขอเจียดเวลามานั่งพิมพ์กันซักตั้ง

สำหรับคนที่ชื่นชอบและติดตามอนิเมมานานหน่อย ก็คงจะทราบดีว่า Mahou Shoujo Lyrical Nanoha เป็นเรื่องราวแบบไหน เอาเป็นว่าก่อนอื่นจะขอเล่าถึงความเป็นมาก่อน

Mahou Shoujo Lyrical Nanoha หรือสาวน้อยจอมเวทย์นาโนฮะตามฉบับแปลไทยโดย TIGA นั้น เปิดตัวครั้งแรกในฐานะอนิเม Spin-off ของซีรี่ย์ส Triangle Heart เมื่อปี 2004 เป็นเรื่องราวของนาโนฮะ วัย 9 ขวบ ลูกสาวคนเล็กของบ้านทาคามาจิ เป็นเด็กสาวธรรมดาที่เข้ามาพัวพันกับเรื่องราวของจอมเวทย์จากต่างมิติ ซึ่งโชคชะตาได้นำพานาโนฮะมาพบกับ เฟท เทสทารอสซ่า เด็กสาวจอมเวทย์วัยเดียวกัน ผู้แบกรับชะตากรรมอันหนักอึ้ง หลังจากที่อนิเมได้ฉายในฐานะทีวีซีรี่ย์สถึงสามภาค ทางสตูดิโอเจ้าของผลงาน ได้ตัดสินใจที่จะนำเนื้อหาภาคแรกมาสร้างเป็นหนังลงโรงในฐานะ "Alternate Storyline" และในที่สุด Mahou Shoujo Lyrical Nanoha The MOVIE 1st ก็มาถึงสายตาผมในคืนนี้

ขอเล่าถึงความรู้สึกส่วนตัวก่อนว่า ซีรี่ย์สนาโนฮะนี้เป็นซีรี่ย์สอนิเมที่พิเศษสุดเรื่องหนึ่งสำหรับผม สามารถกล่าวได้ว่าเป็นอนิเมเรื่องแรกที่ดึงผมเข้าสู่วงการอนิเม ดังนั้นผมจึงมีความรู้สึกผูกพันอยู่ไม่น้อย เมื่อได้ทราบข่าวคราวว่าจะมีการรีเมกซีรี่ย์สภาคแรกใหม่ ก็ถือเป็นข่าวที่น่าติดตามและน่าตื่นเต้นอย่างมากสำหรับผม

เอาละครับ พูดยาวมากแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราลองไปดูรายละเอียดกัน (เท่าที่ผมพอเรียบเรียงได้หลังจากที่ดูรอบแรกนะครับ) จากตรงนี้ลงไปที่เห็นเป็นรูปทั้งหลายจะเป็นการสปอยล์เต็มๆ ผู้ไม่ประสงค์สปอยล์ผมแนะนำให้เลื่อนผ่านลงไปที่ใต้รูปสุดท้ายเลยครับ ตรงนั้นจะมีเนื้อหาที่เป็นสปอยล์น้อยกว่า



นี่คือฉากเปิดตัวของหนังครับ ใครที่เคยดูมาก่อนจะเห็นได้ว่า จริงๆแล้วเป็นฉากจบของภาคแรกนี้ ซึ่งสตูดิโอเอามาใช้เป็นบทนำของเรื่อง

ต่อมาคือฉากที่นาโนฮะได้พบกับเด็กหนุ่มจากต่างมิติ ยูโน สไครเออร์ ในร่างเฟเร็ต ผู้มาเพื่อตามเก็บสมบัติที่หายไป Jewel Seed ซึ่งมีพลังมหาศาลที่อาจจะทำลายมิติเวลาได้ เขาได้ขอร้องให้นาโนฮะช่วยเหลือในเหตุการณ์นี้ หลักๆที่เห็นได้ในช่วงนี้ก็คือมีการออกแบบชุดของนาโนฮะใหม่ ซึ่งก็มีออกมาให้เห็นก่อนหน้านี้แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจอะไร การดำเนินเนื้อเรื่องก็ถือว่าไม่ติดขัดครับ เก็บรายละเอียดจากฉบับทีวีได้หมด มีการอธิบายที่มาที่ไป ผู้ชมที่ไม่เคยดูมาก่อนก็น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก



เอาละครับ และแล้วเราก็มาถึงสิ่งที่ผู้ชมไม่มากก็น้อยรอคอย นั่นก็คือฉากแปลงร่างนั่นเอง เสียใจด้วยครับ ผมไม่สามารถเอาภาพทั้งหมดมาลงได้ เอาแบบเต็มตัวไปละกัน



ในฉากแปลงร่างนี้ มีข้อน่าสังเกตหลายอย่างครับ
- วาดฉากแปลงร่างใหม่หมด ถ้าถามว่าดีกว่าเดิมหรือไม่ ส่วนตัวผมว่าดีกว่านะครับ ดูมีพลังดี
- ชุดออกแบบใหม่ ดังที่เราได้เห็นกันมาก่อนหน้านี้แล้ว
- คทาใหม่เท่กว่าเดิม แต่ปลายคทารู้สึกของเล่นไปหน่อย แต่ไม่เป็นไร
- ฉากแปลงร่างล่อแหลมกว่าเดิม ไม่ขอขยายความ ณ ที่นี้
- เพลงประกอบเป็น Raising Heart ผสมกับ Magical Orchestra Ver. ซึ่งมีความขลัง ลดความเป็นสาวน้อยลง
- มีความรู้สึกว่า Raising Heart พูดช้าขึ้นชัดขึ้น และมีอารมณ์เหมือนมนุษย์มากขึ้น
- จำความรู้สึกเมื่อตอนที่ดูซีรี่ย์สไม่ได้แล้ว แต่พอฟัง Raising Heart พูดอังกฤษแล้วนาโนฮะตอบด้วยภาษาญี่ปุ่นแล้วรู้สึกตลกดี
- Buster Mode คราวนี้มีไกให้เหนี่ยวด้วย อันนี้ต้องยอมรับว่าเท่กว่าเดิม ภาคนี้เรียกว่า Cannon Mode

และก็เข้าสู่ Action แรก แน่นอนว่าภาพสวยขึ้นกว่าฉบับทีวีเป็นคนละเรื่องครับ แสงสีตระการตา มีชื่อท่าใหม่ๆเพิ่มขึ้นมา ซึ่งถัดจากนี้ไปก็มีอีกเยอะ แต่อันนี้ยังไม่แค็ปภาพให้ดู เพราะเดี๋ยวจะมีแอ็กชั่นที่เด็ดกว่านี้

แต่ว่านั่นมันยังไม่เสร็จครับ มีนาโนฮะแล้ว จะขาดฉากแปลงร่างของเฟทได้ยังไง บอกไว้ก่อนนะครับว่าเฟทนี้เป็นตัวละครหญิงที่ผมชอบมากที่สุดในจักรวาลอนิเมเลยทีเดียว แต่ผมก็จะพยายามไม่อวยจนออกนอกหน้า หลักๆในฉากแปลงร่างของเฟทก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับนาโนฮะครับ แต่ผมชอบด้านหลังผ้าคลุมแบบใหม่ที่ผ่ากลางเป็นพิเศษ



และนี่คือการปะทะกันแห่งโชคชะตาครั้งแรกของสองเด็กสาว ผู้มีเป้าหมายต่างกันบนเส้นทางเดียวกัน สถานการณ์จึงบังคับให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากันเพื่อยึดเส้นทางนั้นมาเป็นของตนเอง ผลสุดท้ายจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของนาโนฮะที่กึ่งๆอ่อนข้อให้ บวกกับความด้อยประสบการณ์

ฉากนี้เป็นฉากที่ออกแบบใหม่หมดครับ ทั้งฉากหลังและการเคลื่อนไหวเชิงแอ็คชั่น สวยงามกว่าเดิมหลายเท่า



หลังจากแพ้แล้ว ก็ต้องไปฝึกมาใหม่ครับ ฉากนี้จะได้เห็นสิ่งที่ไม่เห็นในทีวี นั่นคือการจำลอง Image Training โดย Raising Heart ในนาโนฮะฝึกฝนพื้นฐานการใช้เวทย์ไปในขณะอยู่ในห้องเรียน คิดแล้วก็เหลือเชื่อนะครับ ฝึกต่อสู้ไปด้วย จดเลกเชอร์ไปด้วย ไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆแหละ



การปะทะกันครั้งที่สอง นาโนฮะใช้ความพยายามมากกว่าเดิมที่จะชวนเฟท "คุย" แต่สุดท้ายก็ลองเอยด้วยการห้ำหั่นกัน และนาโนฮะต้องถือว่าพ่ายแพ้ให้กับพลังใจของเฟท และทั้งสองฝ่ายต่างต้องถอยเพราะเสียหายหนักทั้งคนและดีไวซ์



ต่อมาคือฉากเปิดตัวเพรเชีย แม่ของเฟทผู้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของเฟท ผมเลือกภาพอยู่นาน สุดท้ายเลือกภาพที่เพรเชียปัดเค้กที่เฟทตั้งใจซื้อมาฝากทิ้งไปนี้ เพราะว่าส่วนนี้ไม่มีในทีวีซีรี่ย์สและมันให้ความรู้สึกหดหู่อย่างเป็นรูปธรรมนอกเหนือจากการทารุณกรรม



มีข้อสังเกตุจากฉากนี้เพิ่มเติม ฉากหลังเปลี่ยนใหม่หมด ไม่ได้มืดมนดูชั่วร้ายเหมือนในฉบับทีวี แต่ความเลวร้ายทารุณของเพรเชียไม่เปลี่ยนแปลง เป็นองค์ประกอบที่ขัดตาอยู่บ้าง เพราะห้องของเพรเชียดูเหมือนห้องทำงานธรรมดา ต้องบอกว่าเครื่องแต่งกายของเพรเชียไม่ได้เข้ากับห้องเลย แต่พอเข้าใจได้ว่าผู้สร้างคงไม่อยากเปลี่ยนลุคส์ให้เพรเชีย

หลังจากถูกแม่กระทำทารุณแล้ว เฟทผู้เป็นลูกที่แสนดีก็ออกไปทำงานตามที่แม่สั่งอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง และนั่นทำให้ปะทะกับนาโนฮะอีกครั้ง แต่คราวนี้มีฝ่ายผู้ควบคุมมิติเวลาหรือ TSAB เข้าแทรกแซง เฟทที่อยู่ในฐานะผู้ก่อคดีจึงต้องหนี ส่วนนาโนฮะและยูโนก็ให้ความร่วมมือกับยานอาสร่าของ TSAB ตรงส่วนนี้จะเป็นการขยายความเนื้อหาเป็นหลัก แต่ที่ตลกคือนาโนฮะก็หยุดเรียนมาทำงานให้ TSAB เอาดื้อๆ ซึ่งตรงนี้ต่างจากทีวีที่นาโนฮะได้คุยกับครอบครัวก่อน

หลังจากนั้นเฟทลงมือเก็บ Jewel Seed ในทะเลด้วยตัวเองอย่างลับๆ แต่แน่นอนไม่ลับตาฝ่ายอาสร่า ซึ่งตรงนี้ก็เป็นไปตามทีวี นาโนฮะฝ่าฝืนคำสั่งออกไปช่วยเฟทที่กำลังเพลี่ยงพล้ำ แต่หลังจากนั้นเพรเชียก็เข้าแทรงแซง ทำให้ได้ซีดไปคนละครึ่ง และเพรเชียก็ลากเฟทกลับไปทารุณกรรมต่อ ทำให้อาร์ฟที่เป็นอสูรรับใช้ของเฟทหมดความอดทน ต้องหนีมาที่โลกและขอความช่วยเหลือจากนาโนฮะและ TSAB ในฉากที่อาร์ฟหนีมานี้ แม้จะวาดใหม่แต่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเดิมเป๊ะๆ

แต่ความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เราเห็นได้ชัด คือพวกนาโนฮะเปลี่ยนมาเล่น Wii กันแล้วครับ กาลเวลามันเปลี่ยนแปลงจริงๆ



เอาละครับ มาถึงทีเด็ดของเรื่องนี้กันแล้วครับ การดวลครั้งสุดท้ายของนาโนฮะและเฟท มาในฉากใหม่ บทพูดใหม่ ทุกอย่างยกเครื่องหมด แต่เนื้อหาคงเดิม มีสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือแฟลชแบ๊กของเฟทครับ



ความทรงจำของเฟทที่ผสมส่วนที่เป็นความทรงจำของอลิเชีย ลูกสาวที่แท้จริงของเพรเชียเข้าไปด้วย ตรงนี้เรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดของมูฟวี่ตัวนี้เลยครับ ส่วนนี้ขยายที่มาที่ไปของทั้งเพรเชียและเฟท มีความสัมพันธ์ให้เห็นในเชิงลึกมากกว่าเดิม

แต่เฟทเหม่อถึงความหลังอยู่ไม่นาน เราก็มาถึงฉากในตำนานกันแล้วครับ แน่นอนว่ามันคือ
STARLIGHT BREAKER!!!



ผมลืมบอกไปอย่างนะครับ ว่ามูฟวี่ตัวนี้แสดงพลังทำลายล้างของเฟทและนาโนฮะอย่างเด่นชัดกว่าฉบับทีวี จะเห็นได้ว่าบัสเตอร์ของนาโนฮะยิงทีตึกรามบ้านช่องกลายเป็นฝุ่นให้ดูกันเห็นๆเลย ยิ่ง Starlight Breaker นี้เล่นเอาสิ่งก่อสร้างทั้งหมดในบริเวณนั้นกลายเป็นจุณกันไปเลยทีเดียว แต่เฟทก็ยังเหลือชิ้นส่วนครบสามสิบสองครับ

ถัดจากฉากนี้ก็จะเป็นการแทรงแซงอีกครั้งของเพรเชีย ซึ่งนำไปสู่การเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอลิเชีย ลูกสาวตัวจริง และเฟทที่เป็นโคลนของอลิเชีย และในแฟลชแบ๊กของเพรเชียก็จะมีรายละเอียดสำคัญๆเพิ่มเติมอีกหลายอย่าง เช่น เพรเชียในสมัยที่ยังเป็นแม่ที่ใจดี ความพยายามในการสร้างเฟทให้เป็นอลิเชีย รวมไปถึงการถือกำเนิดและจากไปของลินิธ อสูรรับใช้ของเพรเชียผู้มีหน้าที่หล่อหลอมเฟทให้เป็นจอมเวทย์ชั้นยอด



หลังจากนั้นก็เข้าสู่ศึกครั้งสุดท้ายเพื่อหยุดยั้งแผนการเปิดประตูมิติของเพรเชียที่จะใช้พลังของ Jewel Seed ในการบิดมิติ อีกฉากหนึ่งที่เป็นไคลแม็กซ์ของเรื่องก็คือการที่เฟททำใจยอมรับตัวเองและยอมรับนาโนฮะ และตัดสินใจลุกขึ้นสู้อีกครั้ง ตรงนี้คนที่เคยดูฉบับทีวีมาคงไม่มีใครลืมแน่ ว่ามี Insert Song ร้องโดย มิซึกิ นานะ มาคราวนี้ก็เช่นเดิมครับ มีเพลงใหม่มาให้ฟังกันอีก



เฟทพยายามเกลี้ยกล่อมให้เพรเชียมอบตัวและกลับมาใช้ชีวิตแบบครอบครัวเหมือนเดิม แต่สุดท้ายก็หยุดเพรเชียไม่ได้ เพรเชียพาร่างอลิเชียดำดิ่งไปในช่องว่างของมิติ และทั้งคู่ก็หายสาบสูญไปตลอดกาล แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าเป็นจุดที่ต่างจากทีวีมากที่สุดก็คือฉากนี้ครับ



แฟลชแบ๊กของเพรเชียก่อนที่เธอจะจากไป เป็นคำสัญญาที่เพรเชียนึกขึ้นได้ว่าให้ไว้กับอลิเชียว่าจะมีน้องสาวให้ แน่นอนว่าน้องสาวคนนั้นก็ต้องเป็นเฟทครับ ตรงนี้ผมอาจจะเข้าใจผิดไปเองก็ได้ แต่ผมมีความรู้สึกว่าเพรเชียเกิดเสียใจขึ้นมาที่ไม่คว้ามือของเฟทไว้ และนั่นคือข้อแตกต่างอย่างใหญ่หลวงระหว่างมูฟวี่ตัวนี้กับฉบับทีวีที่เพรเชียหัวเราะอย่างบ้าคลั่งจนวินาทีสุดท้าย

หลังจากนั้นก็ถือว่าคดีสิ้นสุดลง เฟทจะถูกควบคุมความประพฤติและทำงานให้กับ TSAB เป็นการชั่วคราว ซึ่งนั่นหมายความว่าจะต้องลาจากกับนาโนฮะไปกับยานอาสร่า และเราก็มาถึงฉากที่ประทับใจชาวโลกฉากนี้ครับ



หลังจากฉากเรียกชื่อกันและกันนี้ ก็เป็นอันสิ้นสุดการเล่าเรื่องของผมครับ ต่อไปเป็นรีวิวจริงๆละ

เริ่มจากเนื้อเรื่อง:
พื้นฐานของเนื้อเรื่องต้องเรียกว่าไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียวครับ หลายฉากใช้บทพูดเดียวกันด้วยซ้ำไป ลำดับการเล่าเรื่องก็ไม่เปลี่ยน สิ่งที่เปลี่ยนไปมีเพียงองค์ประกอบของเรื่องที่เล็กน้อยจริงๆครับ เช่นสถานที่เกิดเหตุ (ฉาก) หรือเครื่องแต่งกาย จุดใหญ่ที่ผมรู้สึกว่าต่างไปจากเดิมจริงๆก็คือ แฟลชแบ๊กของเฟทและเพรเชียที่ขยายความสัมพันธ์ของตัวละครให้ลึกซึ้งและกินใจยิ่งขึ้น และในขณะที่ความสัมพันธ์ฝั่งเฟทถูกขุดลึกลงไป ฝั่งนาโนฮะก็ถูกลดบทไปตามส่วน เห็นได้ว่าครอบครัวของนาโนฮะไม่มีแม้แต่บทพูด (คือไม่มีบทจริงๆครับ) ขนาดนาโนฮะหยุดเรียนเป็นสิบวันก็ไม่มีฉากบอกกล่าวที่บ้านเลย สึซึกะกับอลิซ่าที่เป็นเพื่อนรักของนาโนฮะก็ได้แค่เดินเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา บทเป็นชิ้นเป็นอันไม่มีเลย แต่โดยรวมก็สรุปได้ว่าเนื้อหาทั้งหมดเหมือนเดิมครับ แม้แต่เหตุการณ์ที่เปลี่ยนไปก็ไม่มีแม้แต่เรื่องเดียว

ภาพ:
อันนี้คงไม่ต้องสาธยายมากครับ สวยกว่าฉบับทีวีอย่างแน่นอนโดยเฉพาะฉากแอ๊คชั่น อนิเมทออกมาได้ลื่นไหลสวยงามมาก ไม่ผิดหวัง ส่วนการออกแบบต่างๆผมว่ามีมิติมากขึ้นจากฉบับทีวีมาก ไม่ว่าจะเป็นฉากที่เกิดเหตุต่างๆ (โดยเฉพาะฉากดวลตัดสิน) ในเรื่องของชุดหรือเครื่องแต่งกายก็ถือว่าเฉียบคมและมีความหลากหลายกว่าเดิม ส่วนการออกแบบดีไวซ์โดยรวมผมว่าเท่ขึ้น Raising Heart บางมุมดูกระป๋องไปหน่อย แต่ Bardiche จะมุมไหนก็เท่

เสียงและเพลงประกอบ:
เอาเรื่องการพากย์ก่อนแล้วกันครับ ผมว่างานนี้นักพากย์รับเงินกันสบายๆนะ เพราะบทพูดเหมือนเดิมซะเยอะเลย บางทีสำเนียงก็เหมือนกันด้วย ไม่รู้เอาที่เคยพากย์มาเล่นซ้ำรึเปล่า และด้วยความที่เป็นมูฟวี่ซึ่งเน้นแอ๊คชั่นจึงไม่ได้เปิดโอกาสให้นักพากย์แสดงฝีมือเท่าไหร่ ส่วนเรื่องเพลงประกอบ ก็ถือว่าโอเคครับ ได้ยินหลายเพลงที่คุ้นหู หลายๆเพลงถือว่าบรรเลงได้ถูกที่ถูกเวลา และเพลงธีมที่มาด้วยเสียงของสองตัวเอกก็น่าฟังเช่นเดิม

ที่พูดอย่างเป็นทางการหมดแล้วครับ คราวนี้มาที่ความรู้สึกของผมบ้าง:
หลังจากดูจบ แม้ว่าเนื้อเรื่องจะเหมือนเดิมแทบจะทุกประการ แต่ผมก็รู้สึกสนุกมากครับ มันอาจจะฟังดูแปลก แต่ผมรู้สึกว่าภาคมูฟวี่นี้แสดงความรู้สึกของตัวละครหลายๆตัวออกมาได้ดีกว่าฉบับทีวี (โดยเฉพาะตัวละครฝั่งเฟท) ส่วนที่เราได้ดูกันไปในฉบับทีวีนั้น มันมีหลายเรื่องมากที่เรายังไม่รู้ และได้รับรู้จากมูฟวี่ชุดนี้ หลายท่านที่ได้ดูอาจไม่ชอบใจที่เนื้อหาเดิมเป๊ะๆ แต่สำหรับผมแล้วไม่มองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาครับ กลับมองว่าเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ เพราะมันหมายความว่าทางสตูดิโอได้เตรียมแผนที่จะเชื่อมต่อเนื้อเรื่องกับทีวีซีรี่ย์สต่อไป และที่สำคัญก็คือ เรื่องนี้เป็นมูฟวี่ที่เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่เคยดูนาโนฮะมาก่อนเลย เพราะในเรื่องมีการอธิบายรายละเอียดทุกอย่างค่อนข้างชัดเจน มีที่มาที่ไป และเข้าใจได้ไม่ยาก ท่านที่ไม่เคยดูมาก่อนและกำลังลังเลว่าจะดูรู้เรื่องหรือไม่ นี่คือโอกาสที่ดีของท่านครับ

ก็จะขอสรุปเลยละกันครับ ผมให้คะแนน Mahou Shoujo Lyrical Nanoha The MOVIE 1st นี้ที่ 8.7/10 คะแนนครับ ถ้าจะเปรียบเทียบแล้วละก็ ผมให้คะแนนฉบับทีวี Nanoha [8.0], Nanoha A's [8.9], Nanoha StrikerS [8.1] สรุปคือผมลงความเห็นว่ามูฟวี่ตัวนี้ สนุกและดีกว่าฉบับทีวีพอสมควรครับ Reference การให้คะแนนเรื่องอื่นๆของผม ลองเข้าไปดูได้ที่นี่ครับ
http://myanimelist.net/animelist/KaitoDash

ก็หมดแล้วครับ ผมก็ถือว่าได้รับสิ่งที่คาดหวังมาอย่างยาวนานกว่า 12 เดือน และหวังว่าผมจะได้รับชม NANOHA The MOVIE 2nd ในเร็ววัน (ก็ไม่เร็วเท่าไหร่หรอกครับ ประกาศมาแล้วว่า 2012 แปลว่ากว่าแผ่นจะออกให้ผมดูคงจะเป็นปลายปี 2012) และผมก็หวังว่าท่านที่ผ่านเข้ามาดูรีวิวนี้ ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับเก่าหรือคนที่คิดจะลองติดตามเป็นครั้งแรกก็ตาม คงจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ย์

Comment

Comment:

Tweet

ตอนจบนาโนฮะกับเฟตมียิงแก้มแดงไส่กันด้วย ขอสปอยหน่อยหรือป่านนี้คงไม่สปอยแล้วมั้ง ภาคหลังๆ นาโนฮะกับเฟตอยู่กินด้วยกันนอนด้วยกันมีลูกกันแล้ว ^^ เรามาเป็นเพื่อนกันนะ แล้วก็แอบจีบ จับทำเมียซะเลย เยี่ยมมากนาโนฮะ ^^

#3 By nosta (110.168.65.123) on 2011-07-22 22:51

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะครับ เรื่องนี้ผมเองก็ชอบไม่น้อยเลย
ได้แต่หวังว่าจะมีซับไทยออกมาในเร็ววัน big smile

#2 By ซาลาเปาแมน (124.122.4.216) on 2010-11-27 18:12

อยากดูเร็วๆมากเลยค่ะ

#1 By mieng-khum on 2010-11-27 06:54