Hidan no Aria [Vol.1 Spoiler]

posted on 14 May 2011 19:51 by kaitodash in HidanNoAria directory Cartoon, Entertainment
เนื้อหาในเอนทรี่นี้เป็นสปอยล์สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้อ่านนิยายเล่ม 1 และยังไม่ได้ดูอนิเมตอนที่ 1-5 สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการถูกสปอยล์ ไม่แนะนำให้อ่านต่อครับ แต่ท้ายเอนทรี่นี้ ผมได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสาขาต่างๆของนักสืบยุทธ์เอาไว้ หากสนใจก็ลองอ่านดูตรงท้ายๆเอนทรี่ได้ครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตามติดมากับการสปอยล์เล่ม 1 เลยครับ สำหรับเนื้อหาในเล่ม 1 นี้ก็จะกินช่วงอนิเมตอนที่ 1-5 นะครับ ซึ่งตอนที่ผมกำลังพิมพ์อยู่นี้ อนิเมก็ฉายตอนที่ 5 จบไปพอดี ใครที่ดูตามติดก็คงจะรู้เรื่องคร่าวๆแล้ว ถือว่าเก็บรายละเอียดที่อนิเมตกหล่นไปละกัน (หล่นเยอะมากเหมือนกัน) สำหรับอันที่ผมเห็นว่าสำคัญ ผมจะแปลจากนิยายฉบับภาษาอังกฤษมาให้อ่านกันด้วยสำนวนของผมเอง เป็นตัวหนาสีแดงนะครับ และเอนทรี่สปอยล์ไลท์โนเวลนี้ภาพจะน้อยหน่อย เพราะเนื้อหาก็มาจากตัวหนังสือทั้งนั้นครับ
 
 
เนื้อหาเล่ม 1 นี้จะมีรายละเอียดหลักๆคือการพบกันของคินจิกับอาเรีย และคดีแรกที่ทั้งคู่ร่วมมือกัน นั่นคือ "คดีฆาตกรรมนักสืบยุทธ์" ซึ่งเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่คนร้ายเล็งเล่นงานนักสืบยุทธ์เท่านั้น สำหรับตัวละครที่มีบทโดยที่ผมไม่ได้อธิบาย ลองย้อนกลับไปอ่านเอนทรี่ก่อนหน้านะครับ

เทคนิกการบรรยายเนื้อเรื่องจะเป็นลักษณะบุรุษที่หนึ่งนะครับ ทุกอย่างจะถูกบรรยายออกมาจากมุมมองของคินจิ แปลว่า ถ้าคินจิไม่เห็นหรือไม่รู้อะไร เราก็จะไม่รู้ตามไปด้วย
 
อนิเมตอนที่ 1
 
เริ่มเรื่องมา คินจิก็บ่นๆๆโน่นบ่นนี่ตามสูตรวัยรุ่นขี้รำคาญ จากนั้นชิรายูกิก็มากดกริ่งเพื่อเอาอาหารเช้ามาให้ (ช่างน่าอิจฉาจนอยากฆ่าคน) ตรงนี้ก็จะมีการคุยกันนิดหน่อยเรื่อง "ฆาตกรนักสืบยุทธ์" ชิรายูกิบอกให้คินจิระวังตัว คินจิก็รับคำส่งเดชไป

หลังจากชิรายูกิกลับไป คินจิก็ขี่จักรยานไปโรงเรียน ตรงนี้เอง คินจิถูกเซ็กเวย์ติดอูซี่ไล่ตาม และพบว่ามีระเบิดติดอยู่ที่จักรยาน ไม่สามารถลดความเร็วได้ ก็ปรากฏว่าได้อาเรียมาช่วยไว้ อาเรียไปสังเกตการณ์อยู่บนดาดฟ้าแล้วใช้ร่มชูชีพโดดลงมา คว้าตัวคินจิกระเด็นออกจากจักรยานก่อนที่มันจะระเบิด ก็รอดตัวไปเปลาะหนึ่ง แล้วพอได้สติก็ปรากฏว่าทั้งคู่กระเด็นไปอยู่ในแท่นกระโดดในห้องเก็บอุปกรณ์กีฬา แล้วเสื้ออาเรียก็เลิกขึ้นอยู่ตรงหน้าคินจิพอดี อาเรียเลยเข้าใจผิดว่าคินจิเป็นพวกบ้ากาม แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร ก็มีเซ็กเวย์ติดอูซี่อีก 7 คันตามมาถล่มทั้งคู่ต่อ ดีที่แท่นกระโดดที่ทั้งคู่อยู่มันกันกระสุน อาเรียเลยพยายามยิงสวนจากท่านั้น ทำให้หน้าคินจิไปซุกอยู่ตรงกระดานของอาเรียพอดี แต่มันก็บอกว่านิ่มจนทำให้ฮิสแตกได้ หลังจากนั้นก็เลยเกิดเทศกาลโชว์เมพ

คินจิใช้ท่าอุ้มเจ้าสาวอุ้มอาเรียไปวางไว้ที่มุมห้อง หว่านเสน่ห์สองสามดอกแล้วก็ออกไปบู๊ คินจิเห็นกระสุนอูซี่ทั้งเจ็ดกระบอกพุ่งมาที่หัวของตัวเองอย่างชัดเจน เขาเอี้ยวตัวหลบ แล้วยิงสวนกลับไปเจ็ดนัด ทั้งเจ็ดนัดเข้าที่ปากกระบอกปืนอูซี่ทั้งเจ็ดกระบอก ทำลายทั้งหมดทิ้งอย่างสมบูรณ์แบบ

หลังจากนั้นอาเรียก็ยังเคืองที่คินจิจับเธอเปลื้องผ้า (เข้าใจผิด) คินจิก็เลยเก๊กหน้าหล่อ พยายามอธิบายให้เข้าใจ แต่อาเรียสติแตกชักปืนไล่ยิงคินจิจนกระสุนหมด แต่พอจะรีโหลดก็พบว่าคินจิฉกแม็กกาซีนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พอจะชักคาตานะออกมาสู้ก็สะดุดกระสุนที่คินจิแอบโปรยไว้บนพื้นอีก สรุปก็คือสู้ไม่ได้นั่นแหละ สุดท้ายคินจิก็หนีไปแบบหล่อๆ

ตรงนี้คินจิจะมีอธิบายหน่อยว่าทำไมตัวเองถึงได้เกลียด Hysteria Savant Syndrome ของตัวเอง เพราะว่าเวลาอยู่ในโหมดนี้ ถึงตัวเขาจะเทพขึ้นเป็นคนละคน แต่เขามักจะหว่านเสน่ห์ใส่สาวๆ และไม่สามารถปฏิเสธคำร้องขอของสาวๆได้ ทำให้ช่วงม.ต้นมีผู้หญิงที่รู้ความลับนี้และหลอกใช้ประโยชน์อยู่เรื่อยๆ คินจิจึงพยายามหลีกเลี่ยงผู้หญิงและไม่ยอมให้ใครรู้ความลับเรื่องฮิสทีเรียโหมดนี้
 
อนิเมตอนที่ 2
 
แต่คราวซวยของคินจิก็มาถึง เมื่ออาเรียกลายมาเป็นเพื่อนร่วมชั้น และตามติดเขาไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการตามไปอยู่ด้วยที่หอพัก หรือตามไปเก็บหน่วยกิตจากการตามหาแมวหลง ทำให้คินจิต้องไปขอให้ริโกะสืบประวัติของอาเรีย สุดท้ายก็ได้ความว่าอาเรียต้องการคนมีฝีมือมาเป็นพวก และบังเอิญคินจิดันไปโชว์เทพต่อหน้าพอดี คินจิก็พยายามบ่ายเบี่ยง สุดท้ายก็เลยตัดสินใจร่วมงานกับอาเรียหนึ่งชิ้น ด้วยความหวังว่าอาเรียคงจะเห็นฝีมือกากๆของตัวเองแล้วคงจะถอดใจไปเอง

อนิเมตอนที่ 3

งานชิ้นเดียวที่ว่า ปรากฏว่าเป็นคดีจี้รถเมล์สายที่คินจิขึ้นเป็นประจำ ซึ่งบังเอิญวันนั้นเขาขึ้นไม่ทันพอดี บนรถมีนักสืบยุทธ์หลายคนรวมทั้ง มุโต้ โกคิ เพื่อนของคินจิที่อยู่สาขา Logi ด้วย งานนี้ใช้ทีมสามคน มีอาเรียเป็นหัวหน้าทีม คินจิอยู่แนวหน้าร่วมกับอาเรีย เรกิอยู่แนวหลัง รายละเอียดของปฏิบัติการไม่สำคัญกับเนื้อหามากนัก ผมจะข้ามไป โดยสรุปแล้วคินจิพลาดท่าถูกอูซี่เล็งเข้าใส่ แต่อาเรียตามมาช่วยไว้ จึงถูกยิงเฉี่ยวหน้าผากไปซะเอง แต่หลังจากที่รถเมล์วิ่งออกมาทาง Rainbow Bridge เรกิก็ยิงกระสุนจากเฮลิคอปเตอร์ใส่ตัวล็อกระเบิดที่ใต้ท้องรถเมล์ ทำให้ระเบิดกระเด็นตกทะเลไป ปฏิบัติการประสบความสำเร็จ แต่ผลงานของคินจิล้มเหลวไม่มีชิ้นดี ทำให้อาเรียกับคินจิทะเลาะกัน อาเรียโกรธที่คินจิไม่ยอมใช้ความสามารถที่แท้จริง และยังหาว่าเหตุผลที่คินจิอยากจะเลิกเป็นนักสืบยุทธ์เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ทำให้คินจิโกรธมาก สุดท้ายทั้งคู่ก็แยกวงกัน
 
อนิเมตอนที่ 4
 
เหตุผลที่คินจิอยากจะเลิกเป็นนักสืบยุทธ์ ก็เพราะว่าเขาต้องเสียพี่ชายที่เขารักที่สุดไปในอุบัติเหตุเรือล่ม ซึ่งจากรายงานของตำรวจ พี่ชายของเขาพยายามช่วยเหลือผู้โดยสารบนเรือทุกคนให้ปลอดภัย สุดท้ายมีเพียงเขาคนเดียวที่ถูกรายงานว่าเสียชีวิต แต่สื่อต่างๆกลับโจมตีว่านักสืบยุทธ์ที่ตายนั้นไร้ความสามารถที่ป้องกันอุบัติเหตุไม่ได้ ตัวคินจิเองในฐานะคนในครอบครัวต้องถูกสังคมประณาม ทำให้คินจิได้คิดว่า งานนักสืบยุทธ์นอกจากเป็นเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรมแล้ว ต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อผู้อื่น สิ่งตอบแทนที่ได้รับคือความอัปยศ เขาจึงตัดสินใจว่าจะเลิกเป็นนักสืบยุทธ์ แต่เหตุผลทั้งหมดนี้เขาก็ไม่เล่าให้อาเรียฟัง

หลังจากนั้นคินจิก็ได้แอบตามอาเรียไปสถานที่แห่งหนึ่งโดยที่อาเรียก็ปล่อยให้ตามมา และได้พบกับแม่ของอาเรียที่ถูกคุมขังอยู่ที่สถานีตำรวจ คินจิได้รู้เรื่องหลายๆอย่าจากบทสนทนาของแม่ลูก แม่ของอาเรียถูกองค์กร EU (ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ European Union) ปรักปรำให้เป็นแพะรับบาปในหลายคดี คดีหนึ่งคือ "ฆาตกรนักสืบยุทธ์" นั่นเอง อาเรียพยายามตามล่าฆาตกรนักสืบยุทธ์เพื่อลดโทษให้แม่ที่ถูกปรักปรำ แต่แม่ก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้อาเรียหาคู่หูให้ได้ก่อน เพราะ EU เป็นศัตรูที่ใหญ่เกินกว่าจะรับมือด้วยตัวคนเดียว ทำให้คินจิค่อยเข้าใจว่าอาเรียต้องการให้เขาเป็นคู่หูคนที่ว่านั่นเอง แต่อาเรียก็ตัดใจ และเตรียมจะบินกลับลอนดอน

หลังจากที่คินจิแยกกับอาเรีย เขาก็ได้รับการติดต่อจากริโกะให้ไปที่ห้องส่วนตัวที่คลับในโอไดบะ คินจิกินเบ็ด ด้วยเชื่อว่าริโกะน่าจะมีข้อมูลอะไรดีๆ ทำให้คินจิได้รู้ถึงความเป็นไปได้ว่า ฆาตกรนักสืบยุทธ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพี่ชาย ในขณะที่ให้ข้อมูลกับคินจิ ริโกะก็เลื้อยเข้าไปยั่วตัณหาคินจิด้วย ทำให้คินจิเข้าสู่ฮิสทีเรียโหด และอาศัยมันสมองของเขาในโหมดนี้ ทำให้ปะติดปะต่อเรื่องราวจากข้อมูลได้

คินจิรีบผละจากริโกะมุ่งหน้าไปสนามบินทันที ด้วยความแน่ใจว่าเป้าหมายที่แท้จริงของฆาตกรนักสืบยุทธ์คืออาเรีย เขาไปทันก่อนไฟลท์ของอาเรียจะออกและอาศัยฐานะนักสืบยุทธ์ตามขึ้นเครื่องไป อาเรียพอเจอคินจิตามขึ้นเครื่องมาก็อาละวาด แต่พอได้ยินเสียงฟ้าผ่าก็หนีไปซุกผ้าห่ม จนกระทั่งเครื่องบินถูกยึดอยู่ในการควบคุมของฆาตกรนักสืบยุทธ์ และอีกฝ่ายได้ท้าทายให้คินจิและอาเรียออกมาสู้กันตรงๆ ทั้งคู่จึงไปตามที่บอก และก็พบว่าตัวจริงของฆาตกรนักสืบยุทธ์ก็คือริโกะนั่นเอง ทั้งยังมีบุคลิกโรคจิตสติแตกพอสมควร โดยสร้างบุคลิกแอ๊บแบ๊วไว้บังหน้า แท้จริงแล้วริโกะเป็นเหลนของจอมโจร Lupin มีเป้าหมายคือการดวลกับอาเรียที่เป็นเหลนของ Sherlock Holmes เนื่องจากต้นตระกูลของทั้งคู่เคยดวลกันและผลออกมาเสมอ ริโกะต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าเหนือกว่า Lupin I จึงได้จัดฉากให้อาเรียจับคู่กับคินจิ เหมือนที่ Holmes มี Watson เป็นคู่หูนั่นเอง
 
 
ตรงนี้ในอนิเมไม่ได้อธิบายว่าริโกะโผล่ตามมาได้ยังไง จริงๆแล้วริโกะซิ่ง Vespa ได้ถึง 150 km/h แซงคินจิมาครับ และเหตุผลที่คินจิขึ้นรถเมล์สายในคดีจี้รถเมล์ ก็เพราะริโกะแอบปรับเวลาไว้ ในอนิเมแก้เป็นปรับเวลานาฬิกาในห้องคินจิแทน นอกจากนี้ริโกะยังเล่าหลายๆอย่าง รวมถึงเรื่องที่จัวเองเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตายของพี่ชายของคินจิด้วย

หลังจากนั้นสองฝ่ายก็เริ่มดวลกัน อาเรียกับริโกะใช้ปืนคู่ยิงใส่กันในระยะประชิด เพราะชุดนักเรียนของทั้งคู่นั้นกันกระสุน ถ้าไม่ได้จ่อยิงก็แทบจะไม่มีผล และทั้งสองฝ่ายในฐานะนักสืบยุทธ์ไม่สามารถยิงที่หัวของกันและกันได้ ด้วยถูกผูกไว้กับกฎบัตรนักสืบยุทธ์ข้อที่ 9

"นักสืบยุทธ์ห้ามฆ่าคนไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม"
 
อนิเมตอนที่ 5
 
การดวลครั้งแรกนี้อาเรียเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ เพราะริโกะมีพลังพิเศษในการควบคุมเส้นผมของตัวเอง ทำให้อาเรียไม่ทันตั้งตัวและถูกเล่นงานโดนเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ขมับจนหมดสติไป (ตรงนี้อนิเมแก้เป็นถูกยิงเผาขนเข้าที่ลำตัว) คินจิต้องรีบพาอาเรียหนีไป และใช้ยากระตุ้นหัวใจฉีดเข้าไปที่หัวใจอาเรียโดยตรง แต่ยามันมีผลข้างเคียงทำให้อาเรียสติแตกอาละวาด แล้วหาว่าคินจิจับเธอเปลื้องผ้าอีกแล้ว พอคินจิพูดถึงริโกะ อาเรียก็คว้าปืนจะออกไปลุยทันที คินจิจึงต้องรีบคว้ามือทั้งสองข้างของอาเรียไว้เพื่อจะหยุดให้ได้ สุดท้ายคินจิก็จูบอาเรียเพื่อให้อาเรียเงียบและสงบลง

ถ้าใครดูอนิเมจะรู้สึกว่าฉากจูบมันเร็วมาก จริงๆแล้วฉบับไลท์โนเวลบรรยายได้แจ่มมาก ผมแนะนำให้ไปหาอ่านนะครับ

ในขณะที่อาเรียกำลังโวยวายอยู่นั้น ผมก็จัดการปิดปากของเธอ
ด้วยปากของผมเอง
"--!!!"
อาเรียช็อก
สาวน้อยที่ไม่ประสีประสาเรื่องรักๆใคร่ๆคนนี้ เธอเจอกับจูบอันร้อนแรงของผม--
จนแข็งทื่อไปทั้งตัวอย่างที่คาด
ไม่ใช่แค่เงียบเสียงไป แต่มันเหมือนกันว่าร่ายกายของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า กลายเป็นหินไปทั้งหมด
อาห์ นี่มันเหมือนดาบสองคม
ริมฝีปากของอาเรียที่เหมือนกันกลีบซากุระมันทั้งเล็กทั้งนุ่ม ผมรู้สึกได้เลยว่ามันร้อนผ่าวยังกับเปลวเพลิง ทะลุทะลวงเข้ามาในร่างกายของผม
--ตึกตัก
ผมรู้สึกเหมือนตัวเองพองโตขึ้น ความเจ็บปวดชำแรกเข้ามาเหมือนจะฉีกร่างกายของผมออกเป็นชิ้นๆ
ความร้อนอันรุนแรงมารวมกันอยู่ในใจกลางตัวผม
--สุดยอด เป็นฮิสทีเรียโหมดที่รุนแรงเดือดพล่าน... ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งจะเคยรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรก!

--จ๊วบ!

เราถอนริมผีปากออกจากกัน แล้วหอบหายใจกันอยู่ตรงนั้น
เราต่างก็ขยับตัวไปไหนไม่ได้ มันก็เลยเป็บจูบที่ยาวนานมาก

ประมาณนั้นแหละครับ แหล่มไปเลยมั้ยล่ะ ผมชอบบทบรรยายของคินจิมากเลย มันเห็นภาพสุดๆ

เอาละต่อๆ หลังจากนั้นอาเรียก็โวยวาย แต่คินจิก็ใช้ฮิสทีเรียโหมดปลอบจนสงบลง ทั้งคู่ก็วางแผนรับมือริโกะ พอริโกะมาถึงก็รู้ในทันทีว่าคินจิเข้าสู่ฮิสทีเรียโหมดแล้ว คินจิค่อยรู้ว่าริโกะรู้ความลับของเขาด้วย แต่คินจิก็ต่อสู้ได้เหนือกว่า และกำลังจะชิงความได้เปรียบ แต่ว่า

เครื่องบินเหมือนโคลงเคลงอย่างกะทันหัน เหมือนไปชนอะไรเข้า
ความบังเอิญที่โชคร้ายนี้ แม้แต่ผมในฮิสทีเรียโหมดก็คาดไม่ถึง
ผมเสียหลัก และเห็นริโกะส่งยิ้มมาจากอีกมุมห้อง เล็งวอลเธอร์ของเธอมาที่ศีรษะของผม
และ
--!
ผมก็เห็นกระสุนพุ่งออกมาจากลำกล้อง พุ่งตรงมาหาผม
หลบไม่พ้น ผมขยับไปซ้ายหรือขวาไม่ได้เลยเลย
นี่เป็นการจู่โจมที่ไม่สามารถหลบได้
ถ้างั้นละก็--!!

กี๊ดดด---!

ผมใช้มีด--
ผ่ากระสุน
...ขนาดผมเองยังตกใจ
ฮิสทีเรียโหมดนี่มันสุดยอดจริงๆ
ผ่ากระสุน... จริงๆผมก็มีความมั่นใจแค่ครึ่งต่อครึ่ง
เสียงกระสุนปืนสองซีกดังขึ้นที่กำแพงด้านหลังหูของผม
ริโกะยืนนิ่งเบิกตามองช็อกอยู่ตรงนั้น

มันเมพขนาดนี้ต่างหากครับ อนิเมมันดูผ่านไปเร็วมาก ไม่อลังการเลย เซ็ง เซ็ง

หลังจากนั้นอาเรียก็โผล่ออกมาจากจุดที่ซุ่มอยุ่ และร่วมมือกับคินจิ เอาชนะริโกะได้ แต่ริโกะก็ใช้ผมเล่นอะไรซักอย่างบนหัวตัวเอง แล้วเครื่องบินก็เสียการทรงตัว คินจิค่อยรู้ว่าที่เครื่องบินโคลงเคลงเข้าทางริโกะบ่อยครั้ง ก็เพราะว่าริโกะใช้ผมควบคุมเครื่องอยู่นั่นเอง ตรงนี้ก็เหมือนอนิเมครับ คินจิพยายามตามริโกะไป อาเรียไปที่ห้องควบคุมเครื่อง สุดท้ายริโกะก็โดดลงจากเครื่องโดยเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเองกลายเป็นร่มชูชีพ แล้วหนีไป ทิ้งปริศนาให้คินจิคิดว่า

"นี่ คินจิ จะไม่ไปอยู่ EU ด้วยกันเหรอ ที่ EU พี่ชายก็อยู่ด้วยนะ"

หลังจากที่ริโกะหนีไปก็มีมิสไซล์สองลูกยิงเข้าที่เครื่องยนต์ ซึ่งคาดได้ว่าเป็นฝีมือของ EU คินจิรีบไปที่ห้องควบคุมทันที ทั้งคินจิและอาเรียไม่มีประสบการณ์การเอาเครื่องลง จึงรีบติดต่อไปที่สนามบินฮาเนดะทันที พร้อมทั้งต่ออีกสายไปหามุโต้ที่เชี่ยวชาญด้านยานพาหนะ ทำให้เข้าใจสถานการณ์ว่าเชื้อเพลิงกำลังรั่ว และมีเวลาไม่เกิน 10 นาทีในการเอาเครื่องลง

ตรงนี้จะเห็นได้ชัดว่าอนิเมตัดเนื้อหาหลายส่วนออกไป เริ่มจากคินจิที่ทีแรกไม่มีความรู้เกี่ยวกับอากาศยานแม้แต่น้อย เขานั่งฟังผู้เชี่ยวชาญสิบกว่าคนพูดให้ฟังพร้อมๆกันเพียงครู่เดียว ก็ควบคุมเครื่องและอ่านคอนโซลเป็นทันที แต่ในขณะที่เขากำลังนำเครื่องกลับไปลงที่สนามบินฮาเนดะ ก็ได้รับการติดต่อจากกระทรวงกลาโหมว่าไม่อนุญาตให้ใช้สนามบินฮาเนดะ และให้เบี่ยงออกไปทางทะเลมุ่งหน้าไปจิบะแทน คินจิมองออกและห้ามอาเรียไม่ให้ทำตาม เขาเชื่อว่ากระทรวงกลาโหมกลัวว่าเครื่องบินจะไม่สามารถร่อนลงได้อย่างปลอดภัย จึงตัดสินใจยิงทิ้งกลางทะเลเพื่อไม่ให้ตกลงใจกลางโตเกียว คินจิจึงบอกให้อาเรียหันเครื่องเข้าไปบินเลียบโตเกียวเพื่อยึดประชากรของโตเกียวไว้เป็นตัวประกัน
 
แต่เนื่องจากพวกเขาไม่มีรันเวย์ให้ลง คินจิจึงให้มุโต้คำนวณระยะทางรันเวย์ที่จำเป็น ตรงนี้จะเห็นได้ว่าแม้แต่พวกตัวประกอบในฉากอย่างมุโต้หรือเรกิ ต่างก็มีความสามารถที่ยอดเยี่ยมในสายของตัวเอง เรกิสามารถคำนวณทิศทางและความเร็วลมในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าออกมาได้ด้วยประสาทสัมผัสของตัวเอง มุโต้เองก็คำนวณระยะทางที่จำเป็นออกมาได้ในทันทีว่าประมาณ 2050 เมตร คินจิตัดสินใจลงจอดที่เกาะร้างที่มีรูปร่างเดียวกันกับเกาะวิชาการที่โรงเรียนตั้งอยู่ ตัวเกาะยาว 2000 เมตร กว้าง 500 เมตร ถ้าลงตามเส้นทแยงมุมก็จะได้ระยะทาง 2061 เมตร ปัญหาคือที่นั่นมืดสนิท ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย แต่ด้วยความร่วมมือของพวกมุโต้ ที่รวบรวมพรรคพวกขนอุปกรณ์ส่องสว่างออกมา สุดท้ายคินจิก็ร่อนลงได้สำเร็จ แม้จะทุลักทุเลก็ตาม

หลังจากนั้น อาเรียก็ทำตามสัญญา ไม่ตามตื๊อคินจิอีกและจะกลับลอนดอน คินจิเองก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกเป็นนักสืบยุทธ์ แต่พอเขาแอบเห็นอาเรียไปยืนร้องไห้อยู่หน้าหอพัก เขาก็ใจอ่อนและตามไปเป็นคู่หูให้อาเรียจนได้ ก็เป็นอันจบเนื้อหาเล่มแรก ในเอนทรี่ต่อไปจะเป็นเล่มที่สอง ซึ่งเกี่ยวกับชิรายูกิเต็มๆ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สำหรับความประทับใจในเล่มแรก หลักๆเลยสำหรับผมก็คือตัวคินจิครับ แหม่ มันเทพซะจริงๆ ตั้งแต่ปราบอาเรียครั้งแรกไปจนถึงผ่ากระสุน แต่ส่วนที่ผมชอบที่สุดในเล่มนี้ ก็คงจะเป็นช่วงที่คินจิแสดงความสามารถในการควบคุมสถานการณ์บนเครื่องได้อย่างยอดเยี่ยม

ส่วนตัวอาเรียนี้ผมว่าเหมือนหลุยส์ที่มีทักษะการต่อสู้ระดับชานะนั่นแหละ ก็เลยไม่ได้รู้สึกประทับใจอย่างมากมาย แต่ก็ถือว่าเป็นตัวละครที่ขาดไม่ได้ เพราะการมีอาเรียอยู่ ทำให้คินจิดูเมพขึ้นหลายเท่าตัว

มาว่ากันที่ริโกะ ก่อนที่ผมจะอ่านนิยายนี้ ผมได้อ่านมังงะมา 2 เล่ม ส่วนตัวผมคาดไม่ถึงจริงๆว่าจะเป็นตัวร้ายครับ เพราะนิยายแนวนี้ปกติจะไม่ทำให้ตัวละครหลักเป็นตัวร้าย แต่ก็นั่นแหละครับ เดี๋ยวริโกะก็จะกลับมาในเล่ม 3 อดใจรอกันได้ สำหรับบุคลิกของริโกะนั้นออกแนวบ้าคลั่งซักหน่อย ซึ่งเหตุผลที่แท้จริงก็จะตามมาในเล่ม 3 เช่นกันครับ โดยรวมแล้วผมชอบริโกะมากกว่าอาเรีย

สุดท้ายคือพื้นฐานของเรื่อง จากมังงะ 2 เล่ม ผมก็ไม่ได้คิดว่าอยู่ดีๆริโกะจะเล่นใช้ผมขยับได้ คิดว่ามันเป็นแนวแอ็คชั่นหมัดมวยและควันปืนมาตลอด แต่ท้ายๆเล่ม 1 นี้ ก็เริ่มจะเก็ตว่าจริงๆแล้วเรื่องนี้ผสมความเหนือธรรมชาติไว้หลายอย่าง ซึ่งผมจะเล่าให้ฟังว่ามันยังจะเว่อร์ยิ่งๆขึ้นไปอีกเรื่อยๆในเล่มต่อๆไป

โดยรวมแล้ว เล่มนี้ก็ถือว่าอ่านสนุก เหตุผลมีบ้างไม่มีบ้างก็ปล่อยมันไป (จริงๆคือมันก็มีเหตุผลกำกับไว้นะครับ แต่เป็นตรรกะของผู้เขียนที่หลักฟิสิกส์อธิบายไม่ได้) ใครที่ดูอนิเมโดยไม่ได้อ่านผมก็อยากแนะนำให้อ่านนะครับ ท่านจะได้อะไรหลายๆอย่างที่อนิเมไม่มี

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ปิดท้ายแทรกไว้ในเอนทรี่นี้ ผมจะขอพูดถึงสาขาต่างๆของนักสืบยุทธ์ด้วยซะเลย ปกติช่วงเช้าของโรงเรียน นักเรียนแต่ละคนก็จะเรียนวิชาการทั่วไป ช่วงบ่ายค่อยแยกไปตามสาขาของตัวเอง สาขาต่างๆมีดังนี้

Assault เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ระยะประชิดทุกรูปแบบและทักษะการใช้อาวุธ เป็นสาขาที่ทำงานอันตรายที่สุด
Snipe เชี่ยวชาญการยิงสนับสนุนจากระยะไกล รวมทั้งฝึกฝนเพื่อสร้างวิสัยทัศน์ของสไนเปอร์ด้วย
Lezzad เชี่ยวชาญการวิเคราะห์และนำเสนอยุทธวิธี
Dagula เชี่ยวชาญการสอบสวนและเค้นความลับจากอาชญากร
Inquesta เชี่ยวชาญการใช้เหตุผลในการสืบคดี
Repier เชี่ยวชาญการใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการพิสูจน์หลักฐานเพื่อประกอบรูปคดี
Amdo เชี่ยวชาญด้านยุทโธปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตหรือดัดแปลงอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับงานของนักสืบยุทธ์
Logi เชี่ยวชาญการคมนาคม มีความรู้และทักษะการใช้ยานพาหนะต่างๆ
Connect เชี่ยวชาญการสื่อสารและถ่ายทอดข้อมูลเพื่อสนับสนุนแนวหน้าของทีม
Informa เชี่ยวชาญการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ซึ่งจะนำไปใช้ได้ทั้งการปฏิบัติการและสร้างประโยชน์ในรูปคดี
Medica เชี่ยวชาญการปฐมพยาบาลและการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุ
Ambulace เชี่ยวชาญการรักษาพยาบาล มีหน้าที่หลักเป็นแพทย์ในโรงพยาบาลนักสืบยุทธ์
SSR (Supernatural Searching Research) เป็นสาขาค้นคว้าวิจัยพลังที่อยู่เหนือธรรมชาติ
CVR (Civetta Reseach) เชี่ยวชาญการใช้เสน่ห์หญิงล่อลวงศัตรู สาขานี้รับเฉพาะผู้หญิงหน้าตาดีเท่านั้น

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet

Great post really interesting writing style.

#4 By buy articles (119.155.41.188) on 2011-05-20 20:51

จริงด้วยค่ะ พอดูอนิเมะตอน 5 จบ นี่ รู้สึกว่าจะตัดอะไรๆ ออกไปเยอะพอสมควรเลย ทำให้บางตอนอารมณ์ค้าง ประมาณว่า "ทำไมถึงตัดไป๊...."

กลับไปอ่านมังงะกับนิยายให้หายช้ำใจดีกว่า

#3 By heke on 2011-05-15 17:48

CVR (Civetta Reseach) เชี่ยวชาญการใช้เสน่ห์หญิงล่อลวงศัตรู สาขานี้รับเฉพาะผู้หญิงหน้าตาดีเท่านั้น

ทำให้สนใจโรงเรียนนี้ขึ้นมาทันที 5555

#2 By nikoneko (58.64.56.190) on 2011-05-15 10:05

ใช่ครับ อนิเมฉากจูบนี่อะไรก็ไม่รู้ เพลงประกอบไม่บิ้วท์อารมณ์เลย จู่ๆก็ผ่านไปซะงั้น - -"

แต่ตอนเอาเครื่องบินลงนี่นึกยังไงก็ไม่เห็นภาพแฮะ พอมาเป็นเมะปึ๊บร้องอ๋ออย่างนี่นี่เองเลย

(แต่ตอนขับเครื่องบินประโยคที่ว่าไม่อยากตายกับอาเรียมันหายไปไหนฟะ!?)

#1 By NaiiTooN on 2011-05-15 09:33