[Final Review] Anime of Spring 2011 (Part II)

posted on 12 Jul 2011 19:18 by kaitodash in Review directory Cartoon, Entertainment
เพิ่งจะดูเรื่องสุดท้ายจบสดๆร้อนๆเลยครับ มาปิดซีซั่นกับห้าเรื่องสุดท้ายกันได้ละ

Denpa Onna to Seishun Otoko
GOSICK
Hidan no Aria
Hoshizora e Kakaru Hashi
Kami nomi zo Shiru Sekai II

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Denpa Onna to Seishun Otoko (12 ตอนจบ)
 
 
เริ่มกันด้วยอนิเม SHAFT เลยครับ จากไลท์โนเวลชื่อเดียวกัน เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กหนุ่ม นิวะ มาโคโตะ ที่ย้ายบ้านและโรงเรียนไปอยู่กับอาสาว และได้พบกับเด็กสาวที่ชื่อเอริโอ ลูกพี่ลูกน้องที่อ้างตัวว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว

ดูตอนแรกผมนึกว่าจะเป็นแนวเพี้ยนๆหลุดโลกหน่อย แต่จริงๆไม่ใช่ครับ สองสามตอนแรกเอริโอจะดึงพระเอกคุยเรื่องเพี้ยนๆเยอะ แต่หลังจากพระเอกพิสูจน์จนเอริโอเชื่อว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวแล้ว เอริโอก็กลายเป็นเด็กสาวธรรมดาที่มีความน่ารักไม่ธรรมดาไป ไปๆมาๆเรื่องนี้ก็กลายเป็นแนวเลิฟคอเมดี้ ที่พระเอกเข้าไปอยู่ตรงกลางระหว่างเอริโอและสาวๆเพื่อนร่วมชั้นอีกสองคน แข่งทำคะแนนกันอีนุงตุงนัง ผสมผสานกับชีวิตประจำวันของพระเอก โดยมีการดำเนินเรื่องเป็นมุมมองของพระเอกที่มีต่อเรื่องราวต่างๆที่ผ่านาในชีวิตประจำวันของเขา

สนุกและน่าสนใจทีเดียวครับ ผมชอบคอนเซ็ปท์ที่เป็นจุดเด่นของเรื่อง ที่ให้พระเอกมองเรื่องราวต่างๆแล้วตีออกมาเป็นคะแนนบวกลบที่แสดงความคุ้มค่าในชีวิตวันรุ่น หลายๆครั้งให้ได้คิดว่ามันโดนใจบ้างไม่โดนบ้างแล้วแต่คน จะว่าเรื่องนี้เป็นแนวตลกที่ทำให้ขำอยู่เรื่อยๆก็พอได้ แต่พูดอีกทีมันก็ไม่เชิง หลายๆครั้งมีดราม่าเข้ามาเอี่ยวอย่างมาก และดราม่าเหล่านั้นก็จัดได้ว่าเป็นดราม่าที่ดี น่าเสียดายตอนจบมันเรียบง่ายไปหน่อย ต้องไปคาดหวังกันต่อกับตอนที่ 13 (ตอนพิเศษ) งานภาพค่อนข้างเนี้ยบเป็นเงางาม แต่ก็ยังใช้แสงเงาในแบบชาฟท์ๆอยู่ แต่ที่ผมติดใจที่สุดเห็นจะเป็นเพลง OP ที่ร้องโดยเอริโอเอง เพลงออกแนวแบ๊วๆเหมือนร้องมั่วๆ แต่ฟังแล้วติดหูมาก น่าจะเป็นหนึ่งในเพลง OP-ED ที่ผมชอบที่สุดในปีนี้เลยทีเดียว

คะแนน: 7.3/10 มีความเป็นไปได้ในพล็อตสูง แต่ตอนจบธรรมดาไปหน่อย

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

GOSICK (24 ตอนจบ)
 
 
มาที่อนิเมหายากแนวลึกล้ำสืบสวนสอบสวนครับ มีคนดำเนินเรื่องเป็น คุโจ คาซึยะ เด็กหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่ไปศึกษาที่โซวิลล์ ประเทศสมมติในยุโรปที่มีดินแดนอยู่ระหว่างฝรั่งเศสกับอิตาลี เขาได้พบและเป็นเพื่อนกับวิคตอริก้า เด็กสาวผมทองที่หอสมุดโรงเรียน วิคตอริก้าเป็นนักสืบที่มีสมองเป็นเลิศ สามารถไขคดีได้จากการฟังเรื่องราวที่พระเอกเล่า ช่วงต้นๆเรื่องจะเป็นการดำเนินเป็นบทๆไป แต่ละบทก็จะมีคดีออกมาให้นางเอกไข แต่เมื่อดูไปถึงกลางๆเรื่อง คู่พระนางจะเจอมรสุมชีวิตเพราะเข้าไปพัวพันกับสงคราม และการแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจภายในประเทศ กลายเป็นดราม่าเต็มรูปแบบไป

ถ้าเป็นคนที่ชอบแนวสืบสวนก็คงจะไม่ถึงกับชอบเรื่องนี้มากนัก เพราะแต่ละคดีนั้น ผู้สร้างไม่ได้ต้องการให้เราคิดตาม มีการบอกใบ้ความลับของคดีไว้ตามรายทางตลอดเวลา หรือถ้าไม่ใบ้ก็บอกกันโต้งๆเลยก็มี อีกทั้งวิคตอริก้าเองก็เป็นตัวเอกที่ฉลาดเกินไป รู้ได้ทุกเรื่องโดยไม่ต้องลงพื้นที่ ทำยังไงคนอื่นก็คิดตามไม่ทัน สรุปว่าจุดเด่นของเรื่องไม่ได้อยู่ที่การไขคดี แต่อยู่ที่การดำเนินชีวิตของตัวละครที่สานสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน และต้องต่อสู้เพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกัน ในฐานะโรแมนติกดราม่าก็ถือว่าตึงเครียดและสนุกมาก มาเสียที่สองตอนสุดท้ายค่อนข้างจะรวบรัดตัดจบเกินไปหน่อยจนย่อยสลายแทบไม่ทัน แต่ก็ยังถือว่าจบได้สวยงามและไม่มีอะไรค้างคาใจ ถ้าหากได้เวลาเพิ่มอีกซักตอน ก็น่าจะปรับความละเอียดของเนื้อหาให้ได้เพิ่มอีกซัก 0.5 คะแนน ภาพโดย bones ก็ถือว่าโอเค ผนวกกับเพลง ED เพราะทั้งสองเพลง เข้ากับบรรยากาศของเรื่องมากๆ

คะแนน: 8.1/10 สนุกมากแบบรวบรัดไปหน่อย แต่สุดท้ายก็ขอพูดหน่อยเถอะ วิคตอริก้าน่ารักมากครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Hidan no Aria (12 ตอนจบ)
 
 
ตามมาด้วยอนิเมที่ทำจากไลท์โนเวลที่ผมติดที่สุดอยู่ตอนนี้ มีป้ายยี่ห้อ J.C.STAFF พ่วงอยู่ ผู้ที่ติดตามบล็อกผมบางส่วนก็น่าจะทราบกันว่า ผมเขียนสรุปฉบับโนเวลในบล็อกแห่งนี้ด้วย ถ้าสนใจก็ลองค้นเอนทรี่กันดูได้ครับ เรื่องนี้เป็นแอ็กชั่นคอเมดี้แนวใช้อาวุธและศิลปะการต่อสู้เข้าต่อกรกับอาชญากรรม ซึ่งไปๆมาๆกลายพันธุ์เป็นแนว Supernatural ไป โดยมีองค์ประกอบเป็นการยำโมเอะทุกรูปแบบเอาไว้ในเรื่องเดียว พระเอกเป็นนักเรียนระดับธรรมดาในโรงเรียนนักสืบยุทธ์ แต่พอถูกกระตุ้นทางเพศแล้วจะเทพเป็นคนละคน

ออกตัวไว้หน่อยว่าไลท์โนเวลเรื่องนี้สนุกนะครับ มันส์มาก อ่านแล้วติดมากเลย เนื้อเรื่องจะมั่วๆซั่วๆบิดเบือนหลักฟิสิกส์บ่อยๆ ตัวละครแต่ละคนตอนแรกเหมือนจะเป็นคนธรรมดา ไปๆมาๆก็กลายเป็นเทพๆซะงั้น ด้วยความที่เป็น Supernatural นี้เอง ถึงจะออกมามั่วซั่วแต่ก็ยังสนุก มีตัวละครเป็นลูกหลานคนดังเยอะแยะมากมาย เช่น โฮลมส์ ลูแปง โจนออฟอาร์ก เป็นต้น เดี๋ยวหลังๆจะมีออกมาอีกเยอะแยะ ถ้าดูแบบเอามันส์ไม่คิดอะไรมาก เรื่องนี้ก็ถือว่าเพลิดเพลินได้พอสมควร บวกกับความโมเอะที่สอดแทรกเข้ามาอย่างพอดีบ้าง เวิ่นเว้อไปบ้าง ก็ยังถือว่าเป็นองค์ประกอบที่ทำให้สนุกยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนั้นพูดถึงโลท์โนเวลครับ มาที่อนิเมซึ่งทำออกมาได้เนื้อหาหลักๆของโนเวลทั้งหมดครับ ก็คือได้เนื้อหาสนุกนั่นแหละ ผมเคยพูดไปในเอนทรี่รีวิวตอนแรกว่าเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีทีเดียว สามารถถ่ายทอดสิ่งสำคัญหลักๆสองสิ่งในโนเวลออกมาได้ สิ่งแรกคือใจความหลักที่มีผลต่อเนื้อเรื่อง อีกสิ่งหนึ่งคือสิ่งที่ผู้ชมกลุ่มเป้าหมายต้องการจะเห็น (โมเอะ มุข ความเทพ ฯลฯ) ซึ่งตอนแรกผมว่าทำได้ดีพอสมควรเมื่อเทียบกับเวลาที่จำกัด แต่พอดูไปเรื่อยๆก็ขอถอนคำพูดครับ ประมาณตั้งแต่ตอนที่ 5 ชักจะปรับเนื้อหาเยอะ พอมาถึงตอนหลังๆเริ่มจะมั่วจนตรรกะที่ผู้เขียนโนเวลวางไว้ถูกบิดเบือนไปหมด ทั้งยังบริหารจังหวะของบทได้อ่อนด้อยมาก ไม่สามารถสื่ออารมณ์ของตัวละครออกมาได้เลย ด้วยการเขียนบทและกำกับที่ไม่ถึงขั้น ทำให้นักพากย์ชั้นนำที่อุตส่าห์จัดมาเต็มสูบต้องเอาความสามารถมาทิ้งสูญเปล่า หลายต่อหลายครั้งที่บทสนทนาขาดพลังดึงดูดให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วม ตรงนี้เป็นจุดที่ผมมองว่าอ่อนที่สุดของอนิเม แต่นอกเหนือจากนั้นงานภาพก็ยังพอรับได้ ฉากบู๊ก็วาดอาวุธและองค์ประกอบต่างๆได้ดีกว่าที่คาด เพลงประกอบก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

คะแนน: 6.4/10 มันส์ดีครับแต่ได้คะแนนไม่เยอะ อ่านนิยายดีกว่าอนิเมแน่นอน

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Hoshizora e Kakaru Hashi (12 ตอนจบ)
 
 
ต่อด้วยอนิเมจากเกมจีบสาวที่มาแนวมาตรฐานสุดๆครับ มีพระเอกย้ายโรงเรียนไปอยู่ชนบท ได้ไปเจอสาวๆมากหน้าหลายตา แล้วก็ทยอยปักธง มีการจัดลำดับความสำคัญของตัวเอกหญิงชัดเจน ทำให้รู้ตั้งแต่แรกเลยว่าจะไปจบยังไง

ก็ตามนั้นแหละครับ เป็นอนิเมที่ไม่มีอะไรตื่นเต้นน่าสนใจ และไม่มีจุดเด่นอะไรเป็นพิเศษ คนที่ดูอนิเมแนวนี้มามากหน่อยอย่างผมก็แทบจะเดาเนื้อหาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งลำดับการปักธงและตัวเลือกสุดท้ายไปจนถึงการคลายปมอดีตไม่มีอะไรแปลกใหม่ นอกจากนี้ตอนจบยังให้ความรู้สึกว่าสร้างสัมพันธ์ระหว่างพระเอกนางเอกแบบลวกๆไปหน่อย ภาพพอรับได้อยู่สำหรับอนิเมแนวนี้ มีเพลง OP เพราะใช้ได้ แต่ ED ไม่ได้ความเลยให้ตายเถอะ

คะแนน: 5.0/10 คาบเส้นไป ถ้าต่ำกว่านี้ก็ค่อนข้างเฟลแล้วละ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Kami nomi zo Shiru Sekai II (12 ตอนจบ)
 
 
ปิดท้ายกันที่พี่เทพภาคสอง ก็ไม่มีอะไรให้พูดเยอะมากครับ ภาพรวมก็เหมือนภาคแรกนั่นแหละ เดินหน้าจีบสาวเพิ่มเติม บวกกับบทฮาคัวอีกหน่อย แล้วก็ตอนเสริมบางตอน แต่ผมชอบตอนสุดท้ายนะ ดูอลังการให้อารมณ์ดี ยังไงก็ไปติดตามกันต่อภาคสามที่เนื้อเรื่องจะเริ่มเดินหน้าอย่างจริงจัง คาดว่าไม่น่าจะอีกนานก็คงออกมาให้ดูกันต่อ

คะแนน: 8.1/10 ให้เท่าภาคแรกเป๊ะๆ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จบจากเอนทรี่นี้ก็จะตามมาด้วย First Week Review สิบกว่าเรื่องครับ ซึ่งผมเขียนไว้เสร็จหมดแล้ว เหลือแค่ Dantalian no Shoka เท่านั้นที่ยังไม่เริ่มฉายตอนแรก เพราะฉะนั้นเอนทรี่ต่อไปจะออกหลัง Dantalian ฉายหนึ่งวัน หรือก็คือวันที่ 16 นี้ครับ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรในการหาดูนะครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet

ยินดีครับ
พูดถึง SHAFT เนี่ยเป็นสตูดิโอที่ผมชอบที่สุดเลยครับ ประมาณว่าถ้ามีเรื่องไหนผลิตโดย SHAFT แล้ว อย่างน้อยต้องขอลองดูซักตอน ไม่ถูกใจค่อยดร็อปทีหลัง

#3 By KaitoDash on 2011-07-17 00:20

ขอบคุณสำหรับการรีวิวนะครับ

#2 By rx78 (125.24.104.122) on 2011-07-16 23:42

โอ๋ๆ รู้สึกเดียวนี้ anime ของ ค่าย Shaft เเทบมาเเรงทุกเรื่องเลยเหอะ ไม่ว่าจะเป็น madoka bakemono เเล้วก็ Denpa Onna to Seishun Otoko เรื่องของค่ายนี้ส่วนใหญ่เป็นประเด็นคุยประจำวันของสังคมโอตาคุของโรงเรียนกระผมเลยที่เดียว
เเต่ตอนนี้ก็ต้องพาวนาว่าอย่าให้ค่าย tiga ล้มละลายเล้ย..
ไม่งั้นคงอดดู Kami nomi zo Shiru Sekaiแบบพากย์ไทยเป็น เเน่เเท้..sad smile

#1 By rx78 (125.24.104.122) on 2011-07-16 23:37