[Final Review] Anime of Summer 2011

posted on 12 Oct 2011 17:03 by kaitodash in Review directory Cartoon, Entertainment
กลับมาเช่นเคยกับ Final Review ประจำซีซั่นครับช่วงนี้ผมก็ยังยุ่งๆอยู่บ้างแต่สำหรับอนิเมยังไงก็ต้องดู (ฮ่าๆๆ) รอบนี้ผมทำลิงค์ไปที่อื่นหลายๆอันสำหรับรูปหรือข้อมูลเพิ่มเติมผู้ที่สนใจครับ และตรงนี้เป็นลิงค์ไปที่ลิสต์รายชื่ออนิเมที่ผมดูมา เพื่อเปรียบเทียบคะแนน (เศษทศนิยมผมมีแต่ปัดลงนะครับ)

สำหรับสิ้นซีซั่นนี้ก็มีเรื่องที่ดูจบไป 11 เรียงตามลำดับอักษรตามนี้ครับ

Baka to Test to Shoukanjuu Ni-!
Dantalian no Shoka
Hanasaku Iroha
Ikoku Meiro no Croisée
Itsuka Tenma no Kurousagi
Kamisama Dolls
Kamisama no Memo-chou
Ro-Kyu-Bu!
Sacred Seven
Steins;Gate
Usagi Drop

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Baka to Test to Shoukanjuu Ni-! (13 ตอนจบ)
 
 
เริ่มกันที่ภาคต่อของอนิเมสุดฮาประจำซีซั่น จากไลท์โนเวลของ อิโนะอุเอะ เคนจิ เคยได้ยินคนพูดไว้ว่านี่เป็นหนึ่งในอนิเมจำนวนน้อยนิดที่ทำออกมาแล้วดีกว่าต้นฉบับ ตรงนี้ผมไม่ได้อ่านไลท์โนเวล ก็คงไม่แสดงความเห็นอะไร แต่อย่างน้อยๆบากะเทสต์ก็ทำออกมาได้ฮาสมใจทีเดียว

น้อยครั้งนักที่จะมีอนิเมภาคต่อที่ทำออกมาแล้วเหนือกว่าภาคแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นแนวตลกแล้วด้วย ปกติพอทำภาคต่อก็จะเจอปัญหามุขฝืดเคือง แต่ต้องยอมรับว่าภาคสองนี้ทำได้เกินความคาดหมายไปไกลมาก ถ้าหากเทียบกับภาคแรกแล้วส่วนตัวผมรู้สึกว่าเหนือกว่า ส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบมุขมาโซเลย แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมุขต่างๆที่เก่าบ้างใหม่บ้างแต่ก็นำมาใช้ได้ดี นอกจากนี้บางตอนที่กล่าวถึงอดีตก็สร้างสรรค์กว่าภาคแรก

คะแนน: 6.9/10 ผมว่าโดยรวมดีกว่าภาคแรกเกือบจะทุกด้าน เสียอย่างหนึ่งคือเล่นมุขมาโซเยอะไปหน่อย

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Dantalian no Shoka (12 ตอนจบ)
 
 
ต่อด้วยผลงานอนิเมล่าสุดของ GAINAX จากไลท์โนเวล แนวแฟนตาซีแนวเวทมนตร์ วางพล็อตไว้ที่อังกฤษช่วงระหว่างสงครามโลกทั้งสองครั้ง ดำเนินเรื่องโดยดาเลี่ยน หอสมุดคัมภีร์คาถาต้องห้ามที่อยู่ในรูปเด็กผู้หญิงสุดซึน และฮิวจ์ผู้ครอบครองกุญแจสู่หอสมุด ทั้งคู่ร่วมกันไขปริศนาโศกนาฏกรรมที่เกิดจากคัมภีร์ต่างๆ และทำการเก็บกู้และผนึกคัมภีร์เหล่านั้น

มันเหมือนกันว่าจะดีเลยครับเรื่องนี้ ไม่ใช่สิ จริงๆแล้วมันค่อนข้างดีเลยแหละ แต่ปัญหาคือ ทุกอย่างของเรื่องนี้มันอยู่ในระดับครึ่งๆกลางๆไปซะหมด ตัวพล็อตถือว่าน่าสนใจและน่าจะสนุก แต่การดำเนินเรื่องกลับกล่อมให้คนดูจะหลับเอาให้ได้ ตอนที่ทำท่าจะเหมือนเป็นไคลแม็กซ์ก็ไม่รู้สึกถึงพีคเลย ให้อารมณ์เหมือนกับทำให้มันจบๆไปซะอย่างนั้น โดยรวมแล้วมันเหมือนกันว่าที่ดูมาตลอด 12 ตอนนั้นว่างเปล่า ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย นอกจากนี้จุดเด่นอย่างอื่นก็ไม่มี จะว่าพยายามเน้นดาเลี่ยนให้โมเอะรึ ก็โมเอะอยู่หรอกครับ แต่โทนเรื่องมันมืดซะจนไม่รู้สึกอะไร แต่จะว่าเน้นไปทางความรุนแรง ฉากบู๊ หรือความดาร์คของเรื่อง ก็ยิ่งห่างไกลออกไปอีก สรุปแล้วนอกจากจะดำเนินเรื่องชวนหลับ ยังไม่มีอะไรเป็นจุดขายของเรื่องอีกด้วย

คะแนน: 5.6/10 ทุกอย่างไม่มีอะไรแย่ แต่ไม่มีอะไรดีเด่นซักอย่าง เลยน่าเบื่อสุดๆ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Hanasaku Iroha (26 ตอนจบ)
 
 
ออริจินัลเรื่องล่าสุดของ P.A.Works กับดราม่าสู้ชีวิตที่ดูสบายไม่หนักหัว เรื่องราวของเด็กสาวโอฮานะที่ได้ไปทำงานเป็นพนักงานที่โรงแรมของยาย ได้พบกับผู้คนมากมายและเรียนรู้ความหมายของชีวิต ผสมผสานกันเรื่องราวความรักเล็กๆของตัวละครแต่ละคน

เป็นอนิเมที่หากลองพล็อตคะแนนออกมาจะได้กราฟรูปแอ่งน้ำครับ ช่วงต้นนำเรื่องมาอย่างยอดเยี่ยม มีทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตาคละกันอย่างลงตัว แต่พอไปกลางๆเรื่องมันเหมือนมุขดราม่าตีบตัน กลายเป็นคอเมดี้ขำขันไปวันๆ เรียกได้ว่าน่าเบื่อมากทีเดียว จนกระทั่งไปถึงตอนสุดท้ายที่มุ่งสรุปเป้าหมายของเรื่องนั้น ก็กลับมานำเสนอได้อย่างยอดเยี่ยมและน่าประทับใจอีกครั้ง จุดหลักของเรื่องก็อยู่ที่การค้นหาเป้าหมายของชีวิตและการต่อสู้กับมัน ซึ่งในช่วงที่เข้าประเด็น (ต้นๆกับท้ายๆ) ก็ถือว่ามีแนวทางที่ดีเยี่ยม ในขณะที่ขาลงนั้นย่ำแย่สุดๆ สุดท้ายก็เลยให้คะแนนไปค่อนข้างครึ่งๆกลางๆ แต่มีข้อที่กระชากคะแนนขึ้นมาได้ดีมากพอสมควร ก็คือเรื่องของการใช้เพลงประกอบที่เหมาะสม บวกกับงานภาพที่สวยงามระดับแถวหน้าครับ

คะแนน: 6.8/10 มีความรู้สึกว่าถ้าสั้นลงครึ่งนึงอาจจะสมบูรณ์แบบกว่านี้รึเปล่า

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Ikoku Meiro no Croisée (12 ตอนจบ)
 
 
อนิเมแนว Healing (ได้ยินเค้าเรียกกันอย่างงี้) จากมังงะขื่อเดียวกัน เรื่องราวของยูเนะเด็กสาวชาวญี่ปุ่นที่เดินทางไปเปิดหูเปิดตาปารีส และทำงานที่ร้านตีเหล็กของโคล้ดและออสการ์

อย่างที่ผมเคยพูดถึงไปตั้งแต่ต้นซีซั่นครับ ว่าสำหรับอนิเมแนวนี้ ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เนื้อเรื่องเลิศเลอ แต่เป็นการสร้างอารมณ์ร่วมให้แก่ผู้ชม ประเด็นหลักๆก็อยู่ที่การทำให้ผู้ชมรู้สึกผูกพันธ์กันตัวละครนั่นเอง ซึ่งโดยรวมแล้วเรื่องนี้ทำได้ครึ่งๆกลางๆ ไม่แย่มากแต่ก็ไม่เข้าถึงอย่างดีเยี่ยม แต่ฉากต่างๆสวยงามช่วยประกอบได้ดี และไอเดียในแต่ละตอนก็พอใช้ได้ รวมๆแล้วก็เลยออกมาปานกลาง ไม่โดดเด่นครับ

คะแนน: 5.7/10 ภาพสวยดีครับ แต่อารมณ์ร่วมไม่ถึง

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Itsuka Tenma no Kurousagi (12 ตอนจบ)
 
 
จากไลท์โนเวลของ คางามิ ทาคายะ ผู้โด่งดังมาจากซีรี่ยส์ "ตำนานผู้กล้าในตำนาน" สู่อนิเมผลิตโดย Zexcs ที่เป็นค่ายเดียวกันเอง เป็นเรื่องราวแฟนตาซีระหว่างโลกมนุษย์กับเวทมนตร์และปิศาจ ผสมผสานกับเลิฟคอเมดี้ที่มีไทโตะ เด็กหนุ่มชาวมนุษย์ กับแวมไพร์สาวไซโตะฮิเมอาเป็นหลัก

เมื่อต้นซีซั่นอาจจะมีบางท่านจำกันได้ว่าผมอวยเรื่องนี้ไว้อย่างออกนอกหน้า และก็ปรากฏว่า Zexcs ได้โชว์เมพฉีกหน้าผมจนไม่เหลือแม้แต่ครึ่งนิ้ว ผมได้อ่านฉบับไลท์โนเวลไปประมาณเล่มกว่าๆได้ และในส่วนนี้อนิเมก็ทำออกมาได้สนุกดี แต่เลยจากตรงนั้นไปดูแล้วปวดตับมาก เนื้อเรื่องเละเทะไม่มีที่มาที่ไป ตั้งแต่กลางเรื่องไปจนจบดูแล้วไม่รู้เรื่องเลยว่าต้องการจะสื่ออะไร นอกจากนี้ยังอัดเซอร์วิสไร้สาระเข้ามาโดยไม่จำเป็นทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเวลามันไม่พอ นับว่าเป็นการฆ่าตัวตายที่หมดจดมาก นอกจากนี้ยังมีจุดเด่น (ในทางไม่ดี) อีกอย่างหนึ่งคือ บทของพระนางแต่ละครั้งดูน่าอึดอัดมาก ฟังแล้วไม่ลื่นไหล ซึ่งผมไม่คิดว่ามาจากการการเขียนบทหรือกำกับที่ไม่ดี เพราะบทของคนอื่นก็โอเค ถ้าจะให้พูดตรงๆคงต้องบอกว่าตัวนักพากย์เองฝีมือยังไม่ถึงขั้นหรือไม่ก็ไม่เหมาะกับบท ซึ่งทำให้ผมสงสัยมากว่าทำไมสตูดิโอถึงแคสต์ได้คู่นี้มา ตัวงานภาพมีเผาประปรายแต่มีจุดเด่นที่ใช้สีสันแสบตามาก ข้อดีของเรื่องนี้ที่พอจะพูดช่วยได้คือพื้นฐานของเรื่อง (จากไลท์โนเวล) ที่น่าสนใจ กับเพลง OP-ED ที่เพราะดีใช้ได้ น่าเสียดาย สตูดิโอได้สร้างเรื่องนี้ออกมาเลวร้ายจนยากจะหาข้อดีมาลบล้าง

คะแนน: 4.4/10 ของเค้าดีๆแต่ทำออกมาห่วยเกือบจะทุกด้าน

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Kamisama Dolls (13 ตอนจบ)
 
 
จากมังงะของ ยามามุระ ฮาจิเมะ ได้ยินว่ามีลิขสิทธิ์ในไทยด้วย แต่ผมไม่ได้อ่าน เรื่องราวของหมู่บ้านในชนบทที่ปกครองตัวเองและมีประเพณีบูชาตุ๊กตาเทวะ ที่ควบคุมโดยเหล่าเซกิ ดำเนินเรื่องโดยเคียวเฮย์ อดีตเซกิที่สละตำแหน่งให้กับอุตาโอะน้องสาว และออกจากหมู่บ้านมาเรียนต่อที่โตเกียว เพื่อหนีให้พ้นจากโศกนาฏกกรมที่คอยหลอกหลอนเขา แต่เขาก็ไม่สามารถหนีพ้น เมื่ออากิ เพื่อนรักของเขาที่มีส่วนพัวพันกับโศกนาฏกรรมนั้น ตามมาถึงโตเกียว และเปิดฉากการต่อสู้ระหว่างเซกิด้วยกันขึ้น

บอกตามตรงว่าตอนแรกที่ผมเห็น ผมนึกว่าเรื่องนี้จะมาแนวโมเอะเกลื่อนซะอีก แต่ผิดคาดครับ เรื่องนี้เป็นแนวแอ็กชั่นที่โทนเรื่องมืดมนมากพอสมควร ยิ่งดูไปถึงกลางๆเรื่อง มีย้อนอดีตไปมาบ้าง ทำให้เข้าถึงอารมณ์ของตัวละครแต่ละตัวได้ดีทีเดียว แม้จะไม่ได้ออกแนวโรคจิตแบบสุดโต่ง แต่ตัวละครหลายๆตัวก็มีด้านมืดในจิตใจ ทำให้ดูไปเรื่อยๆก็ออกมาน่าสนใจพอสมควร ช่วงที่อุตาโอะเป็นคนสู้นั้นดูจะแบ๊วๆ ทำให้อารมณ์ของเรื่องขึ้นๆลงๆ เพราะพอมีเซกิคนอื่นออกมาร่วมโรมรันพันตูแล้ว ทำให้ส่วนแอ็กชั่นของเรื่องจัดว่ามันส์ใช้ได้เลยครับ แต่ว่าเนื่องจากเรื่องนี้มังงะยังไม่จบ ตัวอนิเมก็ตามเนื้อเรื่องโดยไม่ปรุงแต่ง ทำให้จบภาคแรกนี้จบไปโดยไม่สมบูรณ์ ยังไงคงจะต้องมีภาคต่อแน่นอนขึ้นอยู่กับเวลา อย่างไรก็ตามถ้ามีภาคสองออกมาผมคงจะตามดูอย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าเนื้อหาคงจะยิ่งเข้มข้นกว่านี้ เรื่องนี้มี OP Sequence ที่สร้างสรรค์ถูกใจผมเป็นอย่างมาก และลายเส้นก็จัดได้ว่าสวยพอสมควร เสียที่นางเอก(?)ล้ำหน้าล้นหลามเกินพอดีไปหน่อย

คะแนน: 7.2/10 จังหวะเปิดตัวไม่ค่อยดี แต่กลางเรื่องแน่นขึ้น โดยรวมสนุกกว่าที่คิดเยอะ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Kamisama no Memo-chou (12 ตอนจบ)
 
 
จากไลท์โนเวลของบลิสในชื่อไทย "ขบวนการนักสืบ NEET" รับงานผลิตโดยยอดสตูดิโอ J.C.STAFF อันขึ้นชื่อลือชาในการรับเหมาทำอนิเมให้กับไลท์โนเวลมากมาย เรื่องของเจ้าหนุ่มธรรมดาชื่อนารุมิ นักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาโตเกียว ได้เข้าไปข้องเกี่ยวคดีโดยบังเอิญและได้กลายเป็นผู้ช่วยของอลิสในขบวนการนักสืบ NEET

ช่วงต้นๆที่ผมดูก็ได้ฟังมาจากหลายๆแหล่งว่าทำออกมาบิดเบือนเนื้อหาไปมากพอสมควร ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นความถนัดของสตูดิโอนี้เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ผมไม่ได้อ่านไลท์โนเวลเรื่องนี้ ก็คงไม่อยู่ในฐานะที่จะวิพากย์วิจารณ์เปรียบเทียบได้ แต่ภาพรวมของอนิเมก็ถือว่าโอเค ช่วงต้นของเรื่องมีเนื้อหาที่สนุกและบุคลิกตัวละครที่น่าสนใจ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางของเรื่องก็เริ่มจะชิน บวกกับเนื้อหาที่เบาลงและอ่อนลง ทำให้ความน่าติดตามลดลงตามลำดับ แต่จุดสังเกตอย่างหนึ่งของเรื่องอยู่ที่งานภาพที่เนี้ยบกว่างานทั่วๆไปของ J.C.STAFF โดยเฉพาะตอนแรกๆที่เด่นเป็นพิเศษ การผูกเรื่องออริจินัลก็ถือว่าไม่เลว ทำให้ฉากจบแม้จะไม่ได้ดีเด่นมากมายแต่อย่างน้อยก็สมบูรณ์และลงตัว

คะแนน: 6.2/10 ถ้าเทียบกับหลายๆเร