[First Week Review] Anime of Winter 2012

posted on 14 Jan 2012 02:19 by kaitodash in Review directory Cartoon, Entertainment
ว่ากันตามจริงแล้ว ปกติ Winter มักจะเป็นช่วง Lo-season ของอนิเมะ แต่ไม่รู้ทำไมจำนวนอนิเมะที่ผมดูมันก็ยังเยอะอยู่ดี โดยมีเรื่องที่ผมได้ลองดูตอนแรกไปทั้งหมด 17 เรื่อง และสิ่งที่ช่างน่าประทับใจก็คือ ซีซั่นนี้ไม่มีเรื่องที่ผมดร็อปภายในตอนเดียวอีกด้วย นอกจากเรื่องที่เพิ่งฉายตอนแรกไป ยังมี 2 เรื่องที่ฉายยาวมาจากซีซั่นที่แล้ว ได้แก่ Guilty Crown และ Shakugan no Shana III ตอนนี้ผมก็จะดูอนิเมะทั้งหมด 19 เรื่อง โดยยังไม่ได้นับ Black★Rock Shooter ที่จะมีแค่ 8 ตอน เริ่มฉายตอนแรกวันที่ 2 กุมภาพันธ์ คงจะไม่ได้เขียนถึงตอนนี้ แต่ก็หวังว่าจะได้เขียนถึงตอนสิ้นซีซั่น หากว่าไม่ได้แย่จนดร็อปไปก่อน

สำหรับ First Week Review ครั้งนี้ เนื่องจากอย่างที่บอกไปแล้วว่าจำนวนอนิเมะที่ผมดูมันเยอะเหลือเกิน ผมจึงตัดสินใจลดจำนวนการเขียนลง โดยพวกภาคต่อที่ไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิมมากนั้น ผมจะทำการพูดถึงแค่คร่าวๆ ซึ่งเรื่องเหล่านั้นก็ได้แก่

Amagami SS+ plus [72]
ซึ่งก็ยังคงรูปแบบแยกรูทเป็นหกรูทไว้เช่นเดิม โดยสาวๆทั้งหกคนจะได้เนื้อหาต่อจากภาคแรกของตัวเองไปอีกคนละสองตอน คาดว่าจะเริ่มจากสึคาสะไปจบที่รุ่นพี่โมริชิมะ ก็ถือว่าทำได้ไม่ต่างจากภาคแรกเท่าใดนัก แต่ก็หวังว่าคงจะไม่มาแนวมือที่สามแบบนี้ทุกบทหรอกนะ

Zero no Tsukaima F [37]
ในที่สุดแฟนๆที่รอคอยก็ได้สมหวังกับการลงจอของภาคที่สี่ ซึ่งคงจะเป็นบทสรุปทั้งหมดเสียที หลังจากที่ภาคสามทำงามหน้าจนบางคนถึงกับไม่อยากจดจำ ในภาคจบนี้จัดว่าเปิดตัวได้ดีกว่าเดิม ดูเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น ก็หวังว่าคงจะไม่ทำให้แฟนๆต้องผิดหวังมากนัก

Nisemonogatari [88]
ภาคต่อของอนิเมะที่ดังถล่มทลายมาแล้ว มาในภาคนี้ตอนแรกยังถือว่าไม่ได้มีเนื้อหาอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนัก แต่อนิเมชั่นโดยรวมดูดีขึ้นกว่าภาคแรกอีก (เหลือเชื่อ) บทพูดของตัวละครก็ยังฮาได้ใจมาก หวังว่าน่าจะทำได้ไม่แพ้ภาคแรก โดยอาจจะไม่จำเป็นต้องดำเนินเรื่องไปในทางเดียวกันก็ได้

ระดับความน่าติดตาม (ซึ่งไม่ได้แปรผันกับคุณภาพแต่อย่างใด) เนื่องจากครั้งนี้จำนวนเรื่องมันเยอะกว่าทุกครั้ง ทำให้วีธีการให้เกรดแบบ ABC มันไม่ค่อยจะชัดเจนแล้ว ผมจึงเปลี่ยนเป็นคะแนนเต็มร้อยแทน
[01-19]: ความเสี่ยงสูง ถ้าตอนต่อๆไปไม่มีอะไรที่น่าติดตามกว่านี้คงจะดร็อป
[20-49]: มีความเสี่ยงบ้าง อาจจะดร็อปกลางทางได้ถ้าน่าเบื่อลงจนทนไม่ไหว
[50-69]: น่าจะดูจนจบ แต่จะตามติดแค่ไหนขึ้นอยู่กับตอนต่อๆไป
[70-89]: ติดหนึบ อยากดูตอนต่อไปไวๆ
[90-99]: ติดหนึบมากๆ ซับอะไรไม่รอแล้ว ต้องดูดิบทันทีที่ฉาย

ก็เช่นเดิมครับ ระดับความน่าติดตามเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ในตอนต่อๆไป และขอย้ำเช่นเคยว่า นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Recorder to Randoseru (05-01-2012)



เริ่มกันที่อนิเมะตลกของสองพี่น้องที่มีขนาดไม่สมส่วนเกินไปหน่อย โดยคนพี่สาวอัตสึมิอายุ 17 สูงแค่ 137 cm ส่วนน้องชายอัตสึชิเป็นเด็กประถมอายุ 11 สูงถึง 180 cm บวกกับหน้าตาอย่างแก่

อนิเมะเรื่องนี้ยาวแค่ตอนละสามนาทีเท่านั้น มุขที่เล่นก็แน่นอนว่าไม่พ้นเรื่องของขนาดตัวที่ผิดวัยของทั้งพี่สาวและน้องชาย แต่ด้วยความที่มันตอนนึงมันสั้นมาก ทำให้บอกอะไรไม่ค่อยได้ แต่คุณภาพโดยรวมก็พอโอเค ส่วนจะฮาแค่ไหนคงต้องรอดูกันต่อไปก่อน

ความน่าติดตาม: [09] ตอนนี้ดูๆไปก่อน เพราะสามนาทีวัดอะไรไม่ค่อยได้
จุดเด่น: สาวม.ปลายหน้าเด็กกับเด็กประถมหน้าแก่
คำแนะนำ: เจียดเวลามาลองดูตอนแรกซักสามนาทีไม่เสียหาย

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Kill Me Baby (05-01-2012)



นี่ก็อนิเมะตลกอีกเรื่อง แต่คราวนี้เป็นแนวการ์ตูนสี่ช่องบั่นทอนปัญญา เป็นเรื่องของนักฆ่าจากรัสเซียที่มาเนียนในโรงเรียนธรรมดาๆ และเป็นมาเพื่อนกับคนธรรมดาๆ (ได้ยังไงก็งงๆอยู่) ผมว่าออกแนวคล้ายๆนิชิโจอยู่บ้าง แต่ตอนนิชิโจผมดร็อปไปตั้งแต่ต้นๆเลย นับว่า Kill Me Baby ยังทำได้ดีกว่านิดนึงในเรื่องของมุข ซึ่งก็ขำบ้างไม่ขำบ้าง แต่คิดว่าถ้าตอนสองยังได้แค่ประมาณนี้ก็คงจะดร็อป เท่าที่ดูจากท่าทีแล้วน่าจะไม่รอด

ความน่าติดตาม: [03] ไม่ค่อยเวิร์ก แต่จะให้โอกาสอีกตอน
จุดเด่น: ทวินเทล นักฆ่าขี้กลัว นินจาตาตี่
คำแนะนำ: ถ้าดูนิชิโจแล้วสนุกอาจจะชอบเรื่องนี้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Highschool D×D (06-01-2012)



จากไลท์โนเวลของ อิชิบุมิ อิจิเอย์ มาแนวปิศาจตะวันตก แม้จะไม่ได้เรียกว่าเป็นแวมไพร์แต่ก็จัดว่าเป็นอะไรเทือกๆเดียวกัน มีพระเอกของเรื่อง เฮียวโด อิซเซย์ ที่ถูกแฟนหลอกไปฆ่า แต่เขาก็ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่โดย เรียส เกรมอรี่ รุ่นพี่แสนสวยในโรงเรียน ที่แท้จริงแล้วเป็นปิศาจชั้นสูง ซึ่งการชุบชีวิตนั้นก็ทำให้อิซเซย์กลายเป็นปิศาจรับใช้ของเธอ

สิ่งแรกที่จะต้องกล่าวถึงก็คือการที่เรื่องนี้ออกอากาศทางช่อง AT-X ซึ่งหมายความว่าเซอร์วิสเรื่องนี้จัดเต็มมากๆ แต่เราจะไม่เน้นไปเรื่องนั้นกัน เพราะจากตอนแรกนี้ยังมีเรื่องอื่นที่น่าพูดถึง โดยตัวพล็อตนั้นค่อนข้างจะธรรมดาๆเหมือนเคยเจอมาแล้วหลายเรื่อง ความรู้สึกจะคล้ายๆ Rosario+Vampire ฉบับอนิเมะ ที่นางเอกเทพมากส่วนพระเอกแค่พอมีพลังบ้าง (มังงะพระเอกเทพมาก) ตัวพระเอกอิซเซย์นี้ได้ คาจิ ยูกิ มาพากย์ โดยเปลี่ยนแนวไปเป็นสุดยอดมนุษย์หื่นกาม ที่หากได้รับการบ่มเพาะที่เหมาะสมก็พร้อมจะต่อกรกับโทโมกิได้เลยทีเดียว ขนาดตอนกำลังจะตายมันยังเพ้อเจ้อหาหน้าอกได้ จริงๆแล้วตรงจุดนี้ก็ทำให้ผมชอบนิสัยมันอยู่นิดๆ ในส่วนของอนิเมชั่นก็ถือว่าไม่เลว ฉากเซอร์วิสวาดได้สวยดี ฉากบู๊ถือว่าธรรมดาๆตามมาตรฐานของอนิเมะแนวๆนี้ แต่มีเลือดสาดเยอะดีเหมือนกัน

ความน่าติดตาม: [35] ก็ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ แต่ดูได้ไม่ถึงกับน่าเบื่อ
จุดเด่น: AT-X เซอร์วิสคุณภาพ ปิศาจสาวสวย พระเอกสุดหื่น เลือดสาด นาฬิกาปลุกแจ่มมาก
คำแนะนำ: คนที่ชอบเซอร์วิสเยอะๆไม่ควรพลาดแน่นอน แต่ถึงจะไม่นับเรื่องของเซอร์วิสก็ยังถือว่าพอดูได้

ป.ล. ขอโทษด้วยที่ผมเลือกรูปเซฟๆมาลง

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Senki Zesshou Symphogear (06-01-2012)



จากออริจินัลของ SATELIGHT ที่เงียบเชียบมากในช่วงโปรโมท แต่ก็สร้างความตื่นตัวให้กับผู้ชมได้ทันทีที่ออกฉาย ภาพรวมของเนื้อหาในตอนแรกก็เป็นเรื่องราวของสองนักร้องสาว คานาเดะกับสึบาสะ ที่มีพลังพิเศษในการใช้เสียงเพลงต่อสู้กับเอเลี่ยนที่มากินมนุษย์ ทั้งคู่มาออกคอนเสิร์ทที่ว่ากันว่าจะตัดสินชะตากรรมของมนุษยชาติ (ได้ยังไงก็ไม่ทราบเหมือนกัน คิดว่าเป็นปริศนาของเรื่องด้วย) และในคอนเสิร์ทนั้นก็มีฮิบิกิที่น่าจะเป็นนางเอกของเรื่องมาดูด้วย เหตุเกิดเมื่อฝูงเอเลี่ยนบุกโจมตีคอนเสิร์ทและมีผู้ชมโดนลูกหลงเป็นจำนวนมาก ทำให้คานาเดะและสึบาสะต้องออกโรงแปลงร่างต่อสู้กับเอเลี่ยน คานาเดะได้เข้าช่วยเหลือฮิบิกิที่โดนลูกหลงจากการต่อสู้ ทำให้ฮิบิกิหลงใหลดูโอไอดอลคู่นี้มากจนตามไปเรียนในโรงเรียนดนตรีเดียวกัน

จริงๆแล้วโดยรวมเรื่องนี้ แม้พล็อตจะไม่ได้พิเศษมาก แต่ก็ถือว่าทำองค์ประกอบหลายๆอย่างได้น่าดู ไล่มาตั้งแต่ความเข้มข้นในฉากแอ็กชั่น เสียงเพลงจาก มิซึกิ นานะ และ ทาคายามะ มินามิ ยังมีการหักมุมของเนื้อเรื่องที่สร้างอิมแพ็คได้ดีพอสมควร อนิเมชั่นก็ทำออกมาได้ดุเดือดและมีคุณภาพในระดับหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่เรื่องนี้ทำได้ไม่ดีก็ถือการปรับจังหวะของเรื่องที่ไม่ลื่นไหลเลย มีการสลับอารมณ์ในเนื้อเรื่องให้มีความสูงต่ำต่างกันมากและบ่อยครั้งเกินไป จนทำให้ผู้ชมรู้สึกเวียนหัวเวลาดู และที่สำคัญคือการที่มิคุไปเยี่ยมหลุมศพฮิบิกิตั้งแต่ต้นเรื่อง ซึ่งก็ใส่มาให้รู้สึกเหมือนโดนสปอยล์แต่ต้นยังไงก็ไม่รู้ หากจะบอกว่าเรื่องนี้กำลังเดินในแนวทางเดียวกับมาโดกะ ก็ต้องบอกว่าในตอนนี้ยังห่างชั้นกว่ากันมาก แต่ก็ถือว่ามีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เทียบเท่า โดยรวมแล้วเหมือนการเอา Macross Madoka และ SaiKano มาผสมๆกัน

ความน่าติดตาม: [49] ถือว่าน่าติดตามมาก แต่ยังค่อนข้างเสี่ยงว่าตอนต่อๆไปจะทำได้ไม่ดีเท่า
จุดเด่น: เจ๊เจ็ดxมินามิ ดูโอฮีโร่สาว ร้องเพลงปราบเอเลี่ยน แอ็กชั่นดุเดือดถึงแก่ชีวิต แปลงร่างWTF
คำแนะนำ: ถ้าคิดว่าจะเป็นแนวสาวน้อยเวทมนตร์ใสๆก็เข้าใจผิดถนัดเลยครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Mouretsu Pirates (07-01-2012)



จากไลท์โนเวลของ ซาสะโมโตะ ยูอิจิ ในชื่อ "Miniskirt Uchuu Kaizoku" หรือสลัดอวกาศมินิสเกิร์ท เป็นอนิเมะไซไฟตะลุยอวกาศ โดยมีศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ คาโต้ มาริกะ ลูกสาวคนเดียวของกัปตันเรือเบนเทนมารุ เรือสลัดอวกาศที่ได้รับอนุญาตให้ออกเรือได้ภายใต้กฎหมาย โดยเบนเทนมารุมีกฎอยู่ว่าต้องตกทอดสู่สายเลือดโดยตรงของกัปตันเรือเท่านั้น หลังจากที่กัปตันเรือเสียชีวิต ลูกเรือที่เหลืออยู่จึงตามมาพบกับมาริกะ เพื่อให้รับสืบทอดตำแหน่งกัปตันเรือแทนพ่อ

เซ็ตติ้งของเรื่องเป็นดาวที่มีลักษณะเหมือนโลกแต่ไม่ใช่โลก มีเทคโนโลยีล้ำหน้ากว่ามาก ในตอนแรกยังค่อนข้างจะเน้นไปที่การวางแนวทางอยู่ โดยมาริกะที่อยู่ในตำแหน่งผู้สืบทอดของเบนเทนมารุดูเหมือนจะถูกจับตามองจากหลายฝ่าย ท้ายตอนจะเริ่มเข้าสู่แอ็กชั่นแรกของเรื่องที่มาริกะถูกปองร้าย และได้รับความช่วยเหลือจากจิอากิ ตัวพล็อตแม้จะไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ก็ถือว่ายังน่าดูอยู่ ได้ยินบางคนที่ดูแล้วบอกว่าเหมือนอนิเมะยุค 90 อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่ค่อยได้ดูอนิเมะยุคนั้นเท่าไหร่ มาริกะที่เป็นนางเอกออกแบบมาได้พอเหมาะพอควร ไม่ได้ไฮเปอร์มากเกินไปหรือหวานเลี่ยนเกินไปอย่างอนิเมะสมัยนี้ชอบทำกัน ส่วนจิอากิที่พากย์โดยคะน้าตันนั้นมาในโทนเสียงของแมวดำ บุคลิกก็ดูนิ่งๆน่าสนใจดี จากเท่าที่เห็นนี้ผมมีความมั่นใจพอสมควรว่า ความสัมพันธ์ของตัวละครคงจะไปในทางวายมากกว่า เพราะเท่าที่ดูจากการโปรโมท ไม่มีตัวละครผู้ชายเด่นๆเลย ในส่วนของอนิเมชั่นก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี เพราะ SATELIGHT เองก็มีประสบการณ์กับไซไฟมาหลายต่อหลายเรื่องแล้ว

ความน่าติดตาม: [45] ยังไม่ถึงกับสนุกมาก แต่ยังน่าติดตามต่อไป
จุดเด่น: สลัดอวกาศที่ถูกกฎหมาย ซีเคียวริตี้บ้านยังกับฐานทัพ คะน้าตันนิ่งแบบแอบรั่ว
คำแนะนำ: คนที่หวังโรแมนซ์แบบชาย-หญิงอาจจะหวังลำบากหน่อย

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

BRAVE10 (07-01-2012)



ซีซั่นนี้ผมนึกครึ้มอยากเปลี่ยนแนวดูซักเรื่อง ก็ได้ผลงานที่สร้างจากมังงะแนวเซนโกคุ ผลิตโดย Studio Sakimakura ที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน เนื้อหาเกี่ยวกับการรวบรวม 10 ผู้กล้า