อ่านชื่อเอนทรี่แล้วอาจจะตื่นเต้นกันว่าผมไปเที่ยวมา ขอบอกว่าจริงๆที่ผมเขียนนี่กะจะถือโอกาสเล่าให้ฟังว่าช่วงนี้เอนทรี่ผมมันหายไปไหนไม่ได้อัพเลย เรื่องของเรื่องคือตั้งแต่ปลายเดือนมกราที่ผ่าน (หลังจากเอนทรี่ที่แล้ว) ผมเพิ่งจะไปทำงานที่อเมริกามาครับ แล้วหลังจากนั้นผมก็ต่อไปญี่ปุ่นแทบจะทันที และตั้งแต่นั้นผมก็อยู่ที่ญี่ปุ่นนี่มาตลอด และคงจะอยู่ไปจนถึงเดือนกรกฎานี้ กล่าวคือ ผมติดงานอย่างต่อเนื่องนั่นเอง ทำให้ไม่ค่อยมีโอกาสอัพบล็อก และผมก็เลยอยากจะอัพเดทความเป็นไปของเอนทรี่ที่ดองๆไว้อยู่ซักหน่อย

[Review]:
ตอนนี้เป็นช่วงกลางซีซั่น เลยไม่มีรีวิวให้อัพ แต่ถ้าถึงเวลาผมต้องปลีกมาเขียนแน่นอน

[ISML 2012]: (เพิ่งจะเปิดฤดูกาล กำลังอยู่ในรอบคัดเลือก)
ปีนี้ผมจะลดจำนวนเอนทรี่ลง เหลือแค่สรุปรวบยอด อย่างรอบคัดเลือกที่มีสามเฟสนี้ ผมคงจะเขียนทีเดียวตอนที่ได้ครบ 72 คนแล้ว

Hidan no Aria [Vol.5 Spoiler]:
อย่างที่บอกไปตั้งแต่คราวก่อนว่า ผมเผลอทำไฟล์ notepad ที่เขียนไว้พังไป มาถึงตอนนี้ผมคงต้องยอมรับความจริงว่าไม่มีเวลาเขียนใหม่ ยังไงก็อ่านบล็อกคุณ Kross ไปพลางๆก่อนนะครับ เจ้านี้แน่นกว่าผมอีก เพราะเค้าเก่งญี่ปุ่นด้วย

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เอาละ เข้าเรื่องตามชื่อเอนทรี่ซักที ลองเริ่มจากตอนที่ผมไปอเมริกาก่อนก็ได้ ผมได้เดินทางไปซานฟรานซิสโกช่วงวันที่ 23-25 มกราคม ครั้งนี้เพื่อไปงานสัมมนาวิชาการนานาชาติครับ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ผมขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศเลยด้วย (เคยบินในประเทศแล้ว) ไปครั้งแรกก็บินเดี่ยวเปลี่ยวจริงๆเลย

ผมนั่ง Korean Air ไปต่อไฟลท์ที่อินชอนครับ ตอนออกจากสุวรรณภูมิก็มีตรวจนั่นตรวจนี่ที่เที่ยวบินในประเทศไม่ตรวจ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร จนขึ้นไปนั่งบนเครื่องนั่นแหละครับตลกน่าดู นั่งปุ๊บแอร์ก็มาพูดเกาหลีใส่ผมทันทีเลย จนผมต้องบอกเค้าเป็นภาษาอังกฤษนั่นแหละว่าผมไม่ใช่เกาหลี แต่พออีกคนเดินมาก็พูดเกาหลีใส่ผมอยู่ดี สรุปต้องบอกเป็นรายคนไป สำหรับคนที่นั่งเครื่องต่างประเทศเป็นครั้งแรกอย่างผมก็เพิ่งรู้ว่า แม้แต่ชั้นประหยัดมันก็มีอะไรๆให้ฆ่าเวลาเล่นดีนะ ผมหมดเวลา 5 ชั่วโมงจากสุวรรณภูมิถึงอินชอนไปกับเกมไพ่นกกระจอก ชิลดีจริงๆ อาหารบนเครื่องก็ถือว่าไม่เลว พนักงานต้อนรับก็โอเค สรุปว่าไฟลท์แรกราบรื่นดี
 
 
พอลงจากเครื่องที่อินชอนนี่แหละครับ ผมเจอปัญหาละ เพราะผมต้องรอเปลี่ยนไฟลท์ถึง 7 ชั่วโมง!! แม่เจ้า จะทำอะไรดีฟะ ผมก็เดินๆไปดูแผนที่สนามบิน ก็ปรากฏว่าเห็น Internet Lounge อยู่บนแผนที่ด้วย ก็เอาวะ ลากกระเป๋าไปดู ปรากฏว่ามันแหล่มมากครับท่านผู้อ่าน!! เน็ตเทพเสียบสายแลนใช้ฟรีด้วยความเร็วแบบที่เกิดมาผมไม่เคยใช้มาก่อน ดังนั้นผมจึงปักหลักอยู่ตรงนั้นจนขึ้นไฟลท์ต่อไปโดยนั่งโหลดอนิเมะมาดูอย่างเมามันส์ เพราะมันมีปลั๊กให้เสียบด้วย ว่ะฮ่าๆ
 
 
แต่แล้วไฟลท์ที่สองผมก็เจอกับหายนะ ด้วยความที่เน็ตเมื่อกี๊มันเทพมาก ผมจึงโหลดมันส์ไม่ได้นอนเอาแรง แล้วไฟลท์แรกผมก็เล่นไพ่นกกระจอกไม่ได้นอนเหมือนกัน รวมเป็นเวลาประมาณ 30 ชั่วโมงแล้วที่ผมไม่ได้นอน ก็เลยคิดว่าเดี๋ยวขึ้นเครื่องจากอินชอนไปซานฟรานมันต้องนั่งอีก 10 ชั่วโมง คงจะได้นอนซักหน่อย ที่ไหนได้ คืนนั้นฝนมันตกหนักโคตรๆครับ แล้วผมเข้าใจว่าอากาศมันคงแปรปรวน เครื่องเลยสั่นไปตลอดทางจากอินชอนถึงซานฟราน สรุปนอนไม่หลับครับ ไปถึงซานฟรานตาเป็นแพนด้าพอดี
 
 
ขณะที่ง่วงจะตาย ผมก็เดินเข้าด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ซานฟราน ซึ่งก็ตลกดีครับ ผมมีกระเป๋าเดินทางเล็กๆหนึ่งใบ กระเป๋าแล็ปท็อปหนึ่งใบ และหลอดยาวเหมือนบาซูก้าที่ใส่โปสเตอร์สำหรับพรีเซ้นท์งานหนึ่งหลอด ผมเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่แล้วยื่นพาสปอร์ตให้เค้าดู เค้าก็สะบัดดูหน้าหล่อๆของผมบนวีซ่าอยู่ชั่วเสี้ยววินาที แล้วก็พูดว่า "OK! Have a nice day" ผมก็ง่วงๆงงๆเดินต่อไปตรงจุดตรวจสัมภาระ แล้วก็ยื่นพาสปอร์ตให้เค้า เค้าก็สะบัดดูวีซ่าอีกชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะ "Have a nice day" ใส่ผมอีก แล้วเค้าก็ชี้ทางลัดให้ผมเดินออกไปโดยไม่ตรวจอะไรทั้งสิ้น สรุปไม่ตรวจอะไรหน่อยเรอะ เดี๋ยวก็วางระเบิดซะเลยนิ
 
 
ผมก็เดินออกจากตม.มาฝนตกนิดหน่อยอุณหภูมิประมาณ 10 องศา ผมลองเป่าลมจากปากดูก็เห็นเป็นไอขาวๆ ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกเลยสนุกดีเหมือนกัน ผมก็ถามคนแถวนั้นว่าจะไปโรงแรมนี้รอรถบัสคันไหน ก็รออยู่ที่ป้ายแป๊บนึงรถก็มา มันวิ่งเลียบชายฝั่งอ่าวแคลิฟอร์เนีย สวยมาก พยายามถ่ายรูปแล้วแต่ฝีมือกระจอกงอกง่อยมาก เวลารถวิ่งอยู่ถ่ายมาเบลอหมดเลยลบทิ้งไปแล้ว แต่ก็เอาเป็นว่าผมไปถึงโรงแรมโดยสวัสดิภาพ ปัญหาคือผมไปถึงตั้งแต่สิบโมง แต่ผมดันลืมอ่านไปว่าโรงแรมเค้าให้เช็กอินบ่ายสาม ผมเลยต้องนั่งรอที่ล็อบบี้เพราะข้างนอกฝนมันตก จะออกไปเที่ยวก็ไม่ได้อีก ก็เลยซื้อเบอร์เกอร์ลูกควายๆอันละ 7 ดอลล์ในโรงแรมมากินเป็นมื้อเที่ยง บอกได้เลยว่ามันแน่นมาก ไม่รู้เบอร์เกอร์บ้าอะไร ยัดแฮมมา 12 ชั้น สรุปไอ้ลูกนี้ลูกเดียวผมกินได้สองสามมื้อเลย ระหว่างนั้นผมก็นั่งเม้าท์กับคนแถวนั้นไปก่อน ฉวยโอกาสเผยแพร่วัฒนธรรมอนิเมะให้กับชาวโลก ในที่สุดก็ได้เวลาเช็กอิน แต่โรงแรมนี้แปลกดี เบลบอยให้ผมหิ้วกระเป๋าขึ้นไปที่ห้องเอง ไอ้ผมอุตส่าห์แอบควัก 5 ดอลล์ 10 ดอลล์ออกมาจะทิปละ สรุปไม่ต้อง ก็ดีเหมือนกัน

พอขึ้นไปที่ห้อง ด้วยความที่ผมก็ไม่ได้นอนมาประมาณ 40-50 ชั่วโมงแล้ว บวกกับเห็นเตียงเค้าทำไว้ให้สวยงามน่านอน เลยไม่อยากดึงผ้าห่มออกมา สรุปผมก็วางกระเป๋าแล้วก็นอนบนผ้าห่มเลย เท่านั้นแหละเป็นเรื่องทีเดียว ผมตื่นมาซักห้าทุ่มได้ รู้ตัวเลยว่าไข้ขึ้นละ เวรกรำ เป็นเพราะนอนไม่พอ+ตากฝน+ไม่ห่มผ้านอน+บลาๆ ก็ไม่รู้จะทำยังไงเพราะมันดึกแล้ว ก็เลยกินพาราที่พกมาเม็ดเดียวนั่นแหละลงไป แล้วก็ไปอาบน้ำนอนต่อ หมดวันที่ 1 ในซานฟรานโดยไม่ได้ทำอะไรเลย
 
 
เช้าวันที่ 2 ตื่นมาอาการดีขึ้นนิดหน่อย แต่ผมก็ไม่ประมาท ลงไปที่กิฟช็อปซื้อไทลินอลเผื่อไว้ซักหลอด ก็คว้าหลอดเล็กสุดสิบเม็ดมา ราคาที่ป้ายเขียน 4 ดอลล์กว่าๆก็ว่าแพงอิ๊บอ๋ายแล้ว แต่พอเอาไปจ่ายตังค์มันกลายเป็น 5 กว่าซะเลย เพราะมันยังต้องบวกภาษีอีก เซ็งเป็ดกันไป ถือซะว่าได้ไทลินอลฉลากอเมริกันกลับบ้านเป็นที่ระลึก หลังจากนั้นผมก็ไปนอนอีก เพราะคืนนี้ตอนสองทุ่มผมมีคิวจะต้องพรีเซ้นท์งาน ก่อนจะนอนผมก็เอาโปสเตอร์ไปแปะไว้ก่อนแล้วค่อยไปนอน ตื่นมาก็แทบจะได้เวลาพอดี ตัวงานมันส์ดีคนเดินกันพล่านเลยทีเดียว ได้นามบัตรมาหลายใบเหมือนกัน ผมก็พรีเซ้นท์สนุกดี เพราะไข้ไม่ค่อยมีแล้ว แต่สรุปว่าวันที่ 2 ก็หมดไปโดยไม่ได้เที่ยวอีก และวันที่ 3 ที่เป็นวันสุดท้ายไฟลท์ผมก็ออกเช้า พิมพ์แล้วอยากจะร้องไห้ สรุปอุตส่าห์นั่งเครื่องมาซะไกล ไม่ได้เที่ยวอะไรนอกจากได้เห็นอ่าวแคลิฟอร์เนียที่อยู่หน้าโรงแรมนี่เอง
 
 
ไฟลท์ขากลับทั้งสองไฟลท์ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน โดยช่วงต่อไฟลท์ก็แทบไม่ได้นั่ง เพราะห่างกันแค่ชั่วโมงเดียว สรุปแล้วผมก็เดินทางกลับถึงสุวรรณภูมิคืนวันที่ 26 โดยสวัสดิภาพ (และหายไข้พอดี) ก็เป็นอันสิ้นสุดทริปซานฟรานที่เป็นประสบการณ์ต่างแดนครั้งแรกของผมครับ คราวหน้าเดี๋ยวผมจะเล่าต่อเรื่องการเดินทางมาญี่ปุ่นหลังจากผมกลับถึงสุวรรณภูมิแค่ 3 วันเท่านั้นเอง
 
ป.ล. จริงๆผมมีใช้กล้องมือถือถ่ายรูปมาบ้างนะครับ แต่พอจะเอารูปออกมามันแฮงค์ รูปหายหมด แต่ฝีมือถ่ายรูปผมก็กากอยู่ดี เพราะฉะนั้นช่างมัน ผมเลยเอารูปที่ไม่เกี่ยวมาประกอบแทน สมมติว่ามันเกี่ยวก็แล้วกันนะครับ
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet

ผมชวนคุยเรื่องอนิเมะได้กับทุกคนจริงๆครับdouble wink ไม่มีปิดบัง ไม่ว่าจะเป็นคนที่สนิทหรือไม่เพิ่งรู้จักกัน ถ้าเริ่มต้นบทสนทนาได้ก็หาช่องโยงเอาsad smilesad smile

#3 By KaitoDash on 2012-03-18 03:52

อ่านมาเพลินๆมาสะดุดตรงเนี้ย
"ฉวยโอกาสเผยแพร่วัฒนธรรมอนิเมะให้กับชาวโลก"
อืม เป็นการยืนยันว่าเราไม่ได้เข้าผิดบลอคสินะ

ฮา

ไปซะไกล แถมไปคนเดียวด้วย เหงาแย่เลย

#2 By [ Sai ];charot on 2012-03-18 01:34

เสียดายไม่มีรูปที่นั่นเลยอ่า

แต่ผมกลับชอบรูปประกอบนะ ฮาๆ

เริ่มเดินทางทีก็ไปถึงอเมริกาแล้วไกลจริงๆ ผมเคยไปไกลสุดก็แค่ออสเตรเลียเอง

#1 By φυβλας on 2012-02-26 05:42