หมายเหตุ:
  • ผมไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นจากสถาบันใดๆมาก่อน เนื้อหาที่เขียนเป็นการรวมขึ้นจากประสบการณ์และการเรียนรู้ด้วยตัวเอง อาจจะมีข้อผิดพลาดในความเข้าใจไปบ้างก็ต้องขออภัย และขอเชิญผู้มีความรู้ที่บังเอิญผ่านมาให้การชี้แนะด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ
  • จะสังเกตได้ว่าการสะกดโรมาจิ (การออกเสียงภาษาอังกฤษของชื่อญี่ปุ่น) พวกที่เป็นเสียงยาวของผมจะไม่เหมือนกันในบางเว็บ เช่นในรูปที่แคปมาให้ดูเป็นต้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ถือว่าถูกต้อง แต่ผมชอบแบบที่ผมเขียนนี้มากกว่า เพราะมันทำให้เห็นชัดขึ้นว่าเสียงยาวสะกดด้วยตัวอะไรในภาษาญี่ปุ่น เช่น Ō เสียงยาว อาจจะเป็น oo (โอะสองตัว) หรือ ou (โอะอุ) ก็ได้ครับ
  • คำที่ป้ายสีแดง ผมจัดว่าเป็นคำที่สำคัญ และจะเจออยู่ในชื่อสถานีหรือชื่อสถานที่บ่อยๆ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ผมนึกได้ว่า ตั้งแต่มาอยู่ญี่ปุ่นนี่ ผมก็มีเทคนิกการจำคันจิมาประดับความรู้อยู่อย่างนึง ก็เลยลองเอามาแชร์กัน วิธีนั้นก็คือการเที่ยวครับ แล้วก็สังเกตดูว่าในสถานที่ต่างๆมีคันจิอะไร แล้วก็ถ่ายรูปหรือจำๆมาเปิดหาความหมายว่ามันแปลว่าอะไร แล้วมีที่มาอย่างไรหรือไม่ แต่ก็มีเหมือนกันครับที่ผมก็ไม่รู้ว่าพอเอาตัวคันจิมารวมๆกันแล้วมันจะแปลว่าอะไรดี อันนั้นก็ถือว่าได้จำคัวคันจิไปแทน

สิ่งที่ง่ายที่สุดก็ได้แก่รถไฟที่ผมขึ้นอยู่ทุกวันๆนี่แหละครับ เรานั่งผ่านสถานีมากมาย แล้วมันมีชื่อว่าอะไรกันบ้างล่ะ วันนี้ลองไปเริ่มกันจากสายที่ผมนั่งบ่อยที่สุด นั่นก็คือโทเอย์สายมิตะนั่นเอง สายโทเอย์นี้เป็นเส้นทางรถไฟของรัฐบาลโตเกียวนะครับ ทั้งหอพักของผมและที่ทำงานก็อยู่บนสายนี้ โดยสายมิตะจะถูกเรียกรหัสสถานีด้วยอักษร I มีทั้งหมด 27 สถานี นั่นคือ I-1 (เมะกุโระ) ถึง I-27 (นิชิทาคะชิมะไดระ) ซึ่งต้นๆกับปลายๆสายผมก็ไม่รู้ครับว่ามันมีอะไรพิเศษ เพราะยังไม่เคยไปทุกที่

27 สถานีที่ว่านั้น ได้แก่

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-01 目黒 (Meguro) เมะกุโระ
  • (เมะ) = ตา
  • (คุโระ แผลงเสียงเป็น กุโระ) = สีดำ
 
 
 
 
 
 
เมื่อรวมกันก็แปลว่า ตาสีดำ นั่นเองครับ ง่ายดีจัง สถานีนี้ผมยังไม่เคยไป แต่คิดว่าน่าจะเป็นสถานีที่ใหญ่พอสมควร เพราะนอกจากจะเป็นต้นสายแล้ว ยังเป็นสถานีเชื่อมไปสายย่อยอื่นๆอีก

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-02 白金台 (Shirokanedai) ชิโระคาเนะได
  • (ชิโระ) = สีขาว
  • (คาเนะ) = เงิน
  • (ไท แผลงเสียงเป็น ได) = ยืน หรือ หอคอย หรือ ชานชาลา ก็ได้
 
 
 
 
ซึ่งคำว่า 白金 (ชิโระคาเนะ) ที่แปลว่าเงินสีขาวนั้นมันก็หมายถึง แพลทินั่ม หรือ ทองคำขาว นั่นเองครับ เมื่อรวมกันก็จะเป็น หอคอยทองคำขาว เป็นชื่อที่ราคาแพงดีจริงๆ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-03 白金高輪 (Shirokane-Takanawa)
ชิโระคาเนะทาคะนาวะ
  • (ทาคะ) = สูง หรือ แพง ซึ่งไม่ใช่คำเดียวกันกับ (ทาคะ) ที่แปลว่า เหยี่ยว
  • (ริน หรือ วะ) = ล้อ หมุน วง
 
 
 
 
เมื่อคำว่า (วะ) มาต่อท้าย (ทาคะ) จะรวมกันออกเสียงเป็น ทาคะนาวะ แต่ผมคิดว่าจะแปลว่า ล้อสูง มันก็พิลึกไปหน่อย ผมจึงเดาเอาว่ามันน่าจะเป็นชื่อสถานที่ครับ เพราะใกล้ๆกันนั้นก็มีสถานี ทาคะนาวะได และรู้สึกจะมี วัดทาคะนาวะ ด้วย

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-04 三田 (Mita) มิตะ
  • (ซัน หรือ มิ) = สาม
  • (อินะ หรือ ทะ แผลงเสียงเป็น ตะ/ดะ) = ทุ่ง หรือ ชนบท
 
 
 
 
 
 
แต่ผมเคยเห็นใช้ในหลายๆความหมายโดยเอาไปผสมกับคำอื่นๆ ซึ่งกรณีนี้ก็คิดว่าน่าจะเป็นเช่นเดียวกันสถานีนี้ชื่อเดียวกันกับชื่อสาย คิดว่าน่าจะเป็นสถานีใหญ่ แต่ความหมายผมก็ไม่แน่ใจ ที่รู้แน่ๆก็คือ 見た (มิตะ) ที่อ่านออกเสียงเหมือนกันนี้แปลว่า เห็นแล้ว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกันแน่ๆครับ ผมแค่อยากพูดถึงไปงั้นแหละ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-05 芝公園 (Shibakouen) ชิบะโคเอน
  • (ชิบะ) = หญ้า สนามหญ้า
  • 公園 (โคเอน) = สวนสาธารณะ
 
 
 
 
 
 
รวมกันก็เป็น สวนสาธารณะที่เป็นหญ้า หรือ สนามหญ้าสาธารณะ หรือ สวนสาธารณะชิบะ หรืออะไรทำนองนั้นแหละครับ แล้วแต่จะตีความ ซึ่งก็แน่นอนว่าสถานีนี้ตั้งอยู่ตรงสวนสาธารณะชิบะนั่นเอง

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-06 御成門 (Onarimon) โอะนาริมน
  • 御成 (โอะนาริ) = ความสำเร็จ
  • (โทะ หรือ คาโดะ หรือ มน) = ประตู
 
 
 
 
 
 
ดังนั้น โอะนาริมน ก็แปลว่า ประตูสู่ความสำเร็จ หรือ ประตูเกียรติยศ นั่นเองแต่ผมไม่เคยไปที่นี่ ไม่รู้เหมือนกันว่ามีประตูอะไรที่ว่ารึเปล่า

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-07 内幸町 (Uchisaiwaichou) อุจิไซไวโจ
  • (อุจิ) = ท่ามกลาง ภายใน
  • (ไซไว หรือ โค หรือ ชิอาวาเสะ) = โชคดี ความสุข พร
  • (มาจิ หรือ โจ) = เมือง ชุมชน
รวมกันเป็น ชุมชนเปี่ยมสุข นั่นเองครับ ความหมายดีมั้ยล่ะ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-08 日比谷 (Hibiya) ฮิบิยะ
  • (ทานิ หรือ ยะ) = หมู่บ้าน
  • (ฮิ หรือ นิจิ) = วัน วันอาทิตย์ พระอาทิตย์
  • (ฮิ แผลงเสียงเป็น บิ) = เปรียบเทียบ
 
 
 
 
 
แต่คำว่า 日比 (ฮิบิ) นี้ผมได้ยินว่ามันมีที่มาจากชื่อคนหรืออะไรซักอย่างนี่แหละครับ นอกจากนี้แถวนี้ก็มีสวนสาธารณะฮิบิยะและอื่นๆ รวมๆแล้วมันคือย่านฮิบิยะนั่นเอง ดังนั้นก็เลยไม่รู้ว่ารวมแล้วจะแปลว่าอะไรดี คล้ายๆกับย่านมิตะนั่นแหละ นอกจากนี้ ด้านตรงข้ามสวนสาธารณะฮิบิยะก็จะเข้าสู่เขตพระราชวัง สถานีต่อๆไปนี้ก็จะวิ่งเลียบด้านข้างพระราชวังไป แต่ไม่ได้วิ่งเลียบกำแพงวังนะครับ เพราะรอบวังจะมีคลองขุดกว้างพอสมควรทีเดียว

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-09 大手町 (Ootemachi) โอเทะมาจิ
  • (โอ หรือ ได) = กว้าง ใหญ่
  • (เทะ) = มือ
 
 
 
 
 
 
แต่เมื่อรวมกันเป็น 大手 ก็สามารถแปลว่า การกางแขนรับ หรือ ประตูหน้าของปราสาท ก็ได้เมื่อรวมกับ (มาจิ) ก็อาจจะแปลเป็น เมืองหน้าด่าน หรือ เมืองที่เปิดกว้าง ก็ได้ แต่ผมก็รู้สึกว่ายังฟังดูไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ สถานีนี้เป็นสถานีใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียวเลยทีเดียว สามารถเปลี่ยนเส้นทางไปได้ถึงห้าสาย และตั้งอยู่ไม่ห่างจากสถานีโตเกียวมากนัก

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-10 神保町 (Jinbouchou) จินโบโจ
  • (คามิ หรือ ชิน แผลงเสียงเป็น จิน) = เทพ ซึ่งเป็นคำเดียวกับคำว่าเทพในชื่อเรื่อง The World God Only Knows นั่นเอง
  • (ทามตสึ หรือ โฮ แผลงเสียงเป็น โบ) = คุ้มครอง
 
 
 
 
เมื่อรวมกับ (โจ) ก็จะเป็น เมืองที่มีเทพคุ้มครอง นั่นเอง มาถึงสถานีหน้าที่ทำงานของผมซะที ถ้าขึ้นประตู A8 จะโผล่ใต้ตึกสำนักพิมพ์โชกะคุคังที่พิมพ์โคนันและพี่เทพนั่นเองครับ และจากตรงนั้น เดินไปทางพระราชวังก็จะเป็นตึกศูนย์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งเป็นที่ทำงานของผมเองครับ ถ้าหากเดินไปอีกด้านก็จะไปถึงสี่แยกใหญ่ซึ่งอยู่เหนือตัวสถานีพอดี มีร้านอาหารอร่อยเรียงให้เลือกรับประทานเป็นแถบเลยทีเดียว

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-11 水道橋 (Suidoubashi) ซุยโดบาชิ
  • (ซุย หรือ มิซุ) = น้ำ
  • (มิจิ หรือ โด) = ถนน เส้นทาง
  • (เคียว หรือ ฮาชิ แผลงเสียงเป็น บาชิ) = สะพาน ซึ่งชื่อเรื่อง Hoshizora e Kakaru Hashi ก็คือคำนี้แหละ
 
 
 
 
รวมกันก็เป็น สะพานข้ามทางน้ำ ฟังดูแปลกๆอีกเหมือนกัน แต่ตัวสถานีมันก็สร้างขนานกับแม่น้ำจริงๆครับ ส่วนอีกด้านหนึ่งของแม่น้ำที่ว่าก็จะเป็นโตเกียวโดม

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-12 春日 (Kasuga) คะสุงะ
  • (ฮารุ) = ฤดูใบไม้ผลิ
 
 
 
 
 
 
 
เมื่อรวมกับ (ฮิ หรือ นิจิ) ที่แปลว่า วัน ก็จะเป็น วันในฤดูใบไม้ผลิ แต่ทำไมสถานีนี้ถึงอ่านออกเสียงว่า คะสุงะ อันนี้ก็สุดปัญญาของผมจริงๆครับ คันจิในภาษาญี่ปุ่นมันช่างลึกล้ำเหลือเกิน แต่ที่ผมรู้แน่ๆอย่างหนึ่งก็คือ คำนี้อ่านว่า ฮารุฮิ ก็ได้ครับ แม้ว่าผมจะยังไม่เคยเจอชื่อฮารุฮิคนไหนที่สะกดด้วยตัวนี้มาก่อนก็ตาม (บร๊ะเจ้าฮารุฮิ กับ ฟุจิโอกะ ฮารุฮิ ในโอรัน สะกดชื่อด้วยคาตาคานะทั้งคู่ คามิซากะ ฮารุฮิ เรื่องเดียวกับดุ้นจุนก็สะกด ฮิ ด้วย ที่แปลว่าเจ้าหญิงแทน)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-13 白山 (Hakusan) ฮะคุซัน
  • (ชิโระ หรือ ฮะคุ) = สีขาว
  • (ยามะ หรือ ซัน) = ภูเขา
 
 
 
 
 
 
รวมกันก็คือ ภูเขาสีขาว นั่นเอง แต่ที่ผมงงก็คือทำไมมันไม่อ่านว่า ชิโระยามะ นี่สิ ตั้งแต่สถานีก่อนหน้ามาถึงแถวนี้เป็นเขตการศึกษา มีสถานศึกษาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นประถมไปถึงมหาลัย โทไดหรือมหาวิทยาลัยโตเกียวก็อยู่ระหว่างสองสถานีนี้เช่นเดียวกัน เลยไปถึงสถานีต่อไปก็ยังมีโรงเรียนอีกหลายแห่ง

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-14 千石 (Sengoku) เซนโกคุ
  • (เซน หรือ จิ) = หนึ่งพัน
  • (อิชิ หรือ โคคุ แผลงเสียงเป็น โกคุ) = ก้อนหิน หรือ แร่อัญมณี
 
 
 
 
 
รวมกันก็อาจจะแปลได้ว่า หินพันก้อน แต่ความจริงแล้ว  คำว่าโคคุนี้เป็นหน่วยวัดปริมาตรของญี่ปุ่นด้วย ดังนั้นเราอาจจะแปลว่า หนึ่งพันโคคุ ก็ได้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-15 巣鴨 (Sugamo) สุกาโมะ
  • (สุ) = รังสัตว์
  • (คาโมะ แผลงเสียงเป็น กาโมะ) = เป็ด
 
 
 
 
 
 
แปลว่าอะไรดีล่ะ บ่อเป็ด ละกัน ฮ่าๆๆ ซึ่งความจริงคำว่าเป็ดของญี่ปุ่นนี้ มันจะมีความหมายเหมือนกับ ลูกไก่ในกำมือ ก็ได้ สถานีนี้เป็นสถานีใหญ่ที่ไปได้หลายสาย และแทบจะเป็นสถานีสุดท้ายแล้วที่มีความเจริญจริงๆจังๆ พอเลยจากสถานีนี้ไปก็จะเป็นเขตบ้านคนซะมากกว่า ไม่ค่อยมีตึกสูงๆ ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่ท่องเที่ยวมากนัก

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

I-16 西巣鴨 (Nishi-Sugamo) นิชิสุกาโมะ
  • 西 (นิชิ หรือ เซย์) = ทิศตะวันตก
นั่นก็คือเป็นสถานี สุกาโมะตะวันตก นั่นเองครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------