เนื้อหาในเอนทรี่นี้จะสปอยล์ Kore wa Zombie desu ka? OF THE DEAD ตอนที่ 4 นะครับ ควรจะดูก่อนค่อยมาอ่าน ไม่งั้นจะเสียอรรถรสในการชมภายหลังได้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันว่าสาวซึนนั้นมีหลายรูปแบบ การปราบสาวซึนให้มาอยู่ในโอวาทก็เปรียบได้กับการทำสงครามจิตวิทยา จำเป็นจะต้องมีการวางกลยุทธที่เปี่ยมไปด้วยยุทธวิธีต่างๆนานาทั้งล่อลวงและจู่โจมโดยมีเป้าหมายอยู่การเจาะกำแพงซึนเพื่อเข้าสู่ความเดเระ ซึ่งในครั้งนี้เราจะลองไปชมตัวอย่างการต่อสู้ปราบซึนระหว่าง คู่หูสุดเสื่อม (อายุมุ และ โอริโตะ) vs ห้าเมดซึนสังกัดซารัสวาตี

ก่อนอื่นผมขอแนะนำแขกในวันนี้ ชิโมมุระคุง หรือที่พวกเรารู้จักกันในนามอันเดอร์สันคุงครับ สวัสดีครับอันเดอร์สันคุง

   สวัสดีครับไคโตะ

อันเดอร์สันคุงเป็นผู้ที่ทำหน้าที่บรรยายสดในเกมนี้นะครับ วันนี้เราจะมาฟังทรรศนะหลังการต่อสู้และมาวิเคราะห์กันว่ามีอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นบ้างนะครับ ถ้ายังไงเราเริ่มกันเลยมั้ยครับ

Yes, Let's!

ถ้าเช่นนั้นเราเริ่มกันที่ยกแรก คู่ต่อสู้คือ "เมลสตรอม" โยชิดะ ยูกิ หรือที่เราเรียกกันว่าโทโมะโนรินั่นเองครับ ไม่ทราบอันเดอร์สันคุงมีความคิดเห็นกับซึนคนแรกนี้อย่างไรครับ



คู่ต่อสู้ในยกแรกนี้ก็มีเลเวลสมกับที่เป็นหน้าด่านนะครับ เรียกว่าเป็นมือใหม่หัดซึนก็ได้ ปกติเธอเองก็มักจะ Love Love กับไอคาวะอยู่แล้ว ทำให้การต่อสู้ในยกนี้น่าจะ Easy สำหรับไอคาวะครับ จะเห็นได้ว่าแค่เริ่มต้นนี้เธอก็มีทีท่าว่าจะซึนแตกอยู่แล้ว ดังที่เห็นในภาพซ้ายมือ

ตัวเธอเองก็ยอมรับนะครับว่ากำลังอยู่ในช่วงฝึกหัดอยู่

ครับ แต่อย่างไรก็ตาม โยชิดะจัดว่าเป็นผู้หญิงที่มี Strong Mind นะครับ จะเห็นได้ว่าเธอมีท่าทีต่อต้านคำพูดของโอริโตะอยู่บ้าง โอริโตะเองก็ค่อนข้างประมาทคู่ต่อกรมาก เขาใช้ความแข็งเข้าปะทะซึ่งจะทำให้ Break กันทั้งสองฝ่าย ถือว่าเป็น Wrong Way ครับ ถ้าเราลองเปลี่ยนไปดูวิธีของไอคาวะบ้าง ไอคาวะจะใช้วิธีตะล่อมให้โยชิดะเบนความสนใจไปทางอื่นและค่อยๆจู่โจมด้วยคำพูดทีละน้อย Very Nice!

ยกแรกถือว่าเป็นการวอร์มอัพชิมลางสินะครับ ถ้าเช่นนั้นเราลองไปดูยกที่สองกัน คู่ต่อสู้คือสาวน้อยอาภรณ์เวทอัจฉริยะ ฮารุนะจัง นั่นเอง



ฮารุนะนั้นถือว่าเป็น Model ของความซึนเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาและลักษณะนิสัยแบบเด็กๆที่สามารถแปลงเป็นความซึนได้โดยง่าย เชื่อว่าโอริโตะก็คงจะเห็นด้วยกับผมเช่นเดียวกัน

ถ้าเช่นนั้นยุทธวิธีที่จะรับมือล่ะครับ

ถ้าหากเราเปรียบเทียบกับโยชิดะในยกแรกแล้ว จะเห็นได้ว่าทั้งคู่เป็นประเภทที่ร่าเริงเหมือนกัน แต่ข้อแตกต่างอยู่ที่อยู่ที่ Inside นะครับ ฮารุนะนั้นต่างจากโยชิดะตรงที่มีความแข็งแกร่งของจิตใจเหนือกว่า และยังฉลาดกว่าอีกด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการตะล่อมชวนคุยให้เผลออย่างที่โอริโตะทำในภาพแรกนั้นใช้ไม่ได้ผล ดังนั้น Strategy ที่ไอคาวะใช้ก็คือการยืมอาวุธศัตรูซัดใส่ศัตรู นั่นคือการดึงเอาโยชิดะเข้ามาเป็นตัวช่วยในยกนี้ หากจะมองอีกมุมหนึ่งก็คือการถอยแทนการบุกนั่นเองครับ

นั่นหมายความว่า?

หัวใจของหญิงสาวนั้นมัน Complicate ครับ ไอคาวะใช้จิตวิทยาที่ซับซ้อนเกี่ยวกับ Jealousy เราสามารถมองว่าไอคาวะทำทีเป็น Fall Back จากการต่อสู้แล้วไปหนีไปทางโยชิดะแทน ซึ่งให้ยังผลให้เกิดความร้อนรนขึ้นกับฝ่ายที่ได้เปรียบอย่างฮารุนะ จนกระทั่งเธอเผลอเปิดประตูเพื่อออกไล่ตามฝ่ายตรงข้ามจนปล่อยให้แนวรับหละหลวมนั่นเองครับ

อย่างนี้นี่เอง แต่จริงๆแล้วอายุมุเองก็ไม่ได้เล็งผลเลิศขนาดนี้รึเปล่าครับ เป็นการทำไปตามกระแส

ครับ You can say that แต่การขอน้ำดื่มในขณะที่ยังมองไม่เห็นทางชนะตามภาพที่สองก็ถือเป็นการถ่วงเวลาที่ดีเช่นกัน

ถ้าเช่นนั้นเราลองไปดูยกที่สามกันเลยครับ คราวนี้เป็นนินจาแวมไพร์ เซราฟิม หรือเซร่านั่นเอง ยกนี้เริ่มมาเราก็เสียโอริโตะไปในทันทีเลยนะครับ



ครับ ลักษณะความซึนของเซราฟิมนั้นแทงเข้า Weakness ของโอริโตะอย่างจัง เหมือนเป็น Passive Skill ที่แค่อยู่เฉยๆก็สามารถสร้างความเสียหายให้กับศัตรูได้นะครับ

ยกนี้ถือว่าอายุมุวางแผนมาอย่างดีสินะครับ

Yes แต่ถ้าหากไม่ได้มีร่างกายทนทานแบบไอคาวะก็คงใช้ Plan นี้ไม่ได้นะครับ ไนโตรกลีเซอรีนเพียงเล็กน้อยก็สามารถก่อให้เกิดการระเบิดได้ดังภาพที่หก สำหรับท่านผู้ชมทั่วไปไม่ควรลอกเลียนแบบนะครับ

เราจะตีความกลยุทธของไอคาวะอย่างไรดีครับ

เซราฟิมนั้นมีลักษณะความซึนที่ก้าวข้ามโยชิดะและฮารุนะไปนะครับ เธอ Strong ทั้งภายนอกและภายใน และก็ไม่ใช่คนที่ปล่อยให้ Emotion เข้ามามีอิทธิพลกับการกระทำได้ง่ายๆ ดังนั้นสิ่งที่ไอคาวะทำก็คือการ Penetrate ที่จุดอ่อนนั่นเองครับ ในที่นี้จุดอ่อนของเซราฟิมก็คือการทำอาหารนั่นเอง ดังนั้นการไอคาวะจึงใช้จุดอ่อนนี้ให้เป็นประโยชน์ เหมือนการทำลายทั้งกำแพงด้วยการดึงอิฐออกเพียงก้อนเดียว

นั่นก็หมายความว่ายังมีจุดอ่อนให้จู่โจมสินะครับ

Exactly! And ไอคาวะรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรในยกนี้ครับ

แต่ในยกที่สี่ที่เขาพบกับรองขุนพลอย่าง ยูคลิวู้ด เฮลไซธ์ ล่ะครับ



ก็อย่างที่เห็นในภาพแรกครับ ถ้าหากเซราฟิมเป็นศัตรูที่โอริโตะแพ้ทาง ยูคลิวู้ดก็เป็นศัตรูที่ไอคาวะแพ้ทางเช่นกันครับ

แสดงว่านับว่าโชคดีที่ไอคาวะไม่ได้เสียสติไปเหมือนโอริโตะสินะครับ

แต่ก็ยังถือว่าเป็นงานที่ Tough สำหรับไอคาวะนะครับ ซึ่งยูคลิวู้ดเองก็คงทราบดีจึงอ่อนข้อให้ ในอีกมุมหนึ่งเราจะมองว่ามันเป็นผลมาจาก Relationship ของทั้งคู่ที่ไอคาวะได้สร้างไว้เรื่อยมาก็ได้ครับ

ซับซ้อนสินะครับ

ครับ แต่ถ้าจะให้พูดในคำเดียวมันก็คือ Love ครับ ซึ่งก็เป็น One Word ที่ Complicate เช่นกัน

เอาล่ะครับ เราไปว่ากันที่รอบขุนพลกัน ครั้งนี้ผู้จัดการทีมฝ่ายเมดอย่างซารัสวาตีนั้นถึงขนาดลงทุนไปสเก๊าท์ทีเด็ดมาเซอร์ไพรส์ทีเดียวนะครับ

ครับ ไอคาวะคง Sure ว่าซารัสวาตีจะออกมา Fight ด้วยตัวเอง แต่ปรากฏว่าอีกฝ่ายกลับส่ง มิฮาระ คานามิ ออกมา



อยากให้อันเดอร์สันคุงช่วยอธิบายครับว่าตัวละครสมทบที่ไม่ได้มีบทบาทมากมายอย่าง คานามิ นั้น ทำไมถึงได้มีความพิเศษที่ทำให้เอาชนะได้ยากลำบากที่สุดครับ

ไม่ทราบไคโตะเคยอ่าน พี่เทพจีบสาว รึเปล่าครับ

อยู่บนหัวบล็อกผมเลยครับ (ต้องถามด้วยเรอะ = =")

ถ้าเช่นนั้นก็คงจะรู้จัก โคซากะ จิฮิโระ สินะครับ กรณีนี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นตัวละครที่ไม่มีบทบาท ทำให้ไม่สามารถวางแผนรับมือได้ครับ ซึ่งเรื่องนี้สามารถ Explain ได้ด้วยสี่ยกที่ผ่านมา ข้อแตกต่างระหว่างมิฮาระกับสี่คนก่อนหน้านั้นก็คือ "ความสัมพันธ์" นั่นเองครับ เราจะเห็นได้ว่าไอคาวะมี Information ที่จำเป็นในการเอาชนะสี่คนก่อนหน้านั้น แต่เมื่อเจอกับมิฮาระ สิ่งที่เขาคิดในภาพที่สองก็คือ "นึกภาพยัยนี่เดเระไม่ออกเลย" ความจริงแล้วนั่นไม่ได้หมายความว่าเธอเป็นคู่ต่อสู้ที่ Difficult to Conquer แต่อย่างใด In fact, มันแค่หมายความว่าไอคาวะไม่ได้รู้จักมิฮาระเป็นอย่างดี จึงไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไรเท่านั้นครับ

ท่านที่สนใจข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับ โคซากะ จิฮิโระ สามารถหาได้จากเรื่อง Kami nomi zo Shiru Sekai ฉบับอนิเมะภาคสองตอนที่ 5-7 หรือฉบับมังงะตอนที่ 28-32 นะครับ
 
ในขณะที่อายุมุกำลังจะหมดหนทาง โอริโตะก็ฟื้นฟูสภาพกลับเข้าสู้สนามรบ เราจะตีความยุทธวิธีของโอริโตะอย่างไรดีครับ

Simple มากครับ โอริโตะแค่มองไม่เห็นวิธีรับมือ แต่ใน Battle นั้นหากไม่จู่โจมก็ไม่มีทางชนะครับ ดังนั้นเมื่อไม่มีแผนที่จะเอาชนะ โอริโตะก็ได้แต่รวมพลังทั้งหมดเพื่อ One-Hit K.O ตามภาพที่ห้าและหก ซึ่งก็อย่างที่ผมพูดไประหว่างบรรยายว่ามิฮาระประมาทโอริโตะไป ทำให้เสียท่าในการโจมตีเพียงครั้งเดียวตามภาพที่เจ็ดครับ

อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณอันเดอร์สันคุงสำหรับทรรศนะในวันนี้นะครับ และขอแสดงความยินดีกับชัยชนะของคู่หูสุดเสื่อมด้วยนะครับ

Congratulations!

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet