[Final Review] Anime of Spring 2012

posted on 13 Jul 2012 19:28 by kaitodash in Review directory Cartoon, Entertainment
จบกันไปอีกแล้วกับฤดูใบไม้ผลิในโตเกียว นับว่าเป็นซีซั่นอนิเมะที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ใหม่ๆมากมายสำหรับผม ไม่ว่าจะเป็นการดูอนิเมะแบบสดๆบนจอทีวีหรือการออกเดินดูกระแสของอนิเมะตามท้องถนน ทำให้ได้สัมผัสความเอาจริงเอาจังของคอการ์ตูนในประเทศแห่งนี้อย่างถึงพริกถึงขิงทีเดียว ซึ่งในช่วงรอยต่อของซีซั่นนี้ก็เป็นช่วงที่ผมกำลังจะเดินทางกลับกรุงเทพพอดี
 
さよなら日本、いつかまた会おう!

สำหรับซีซั่นนี้ก็มีเรื่องที่ผมดูจนจบไปอีกมากมาย โดยเรื่องที่ยังจะฉายต่อไปในซีซั่นหน้าได้แก่ Accel World, AKB0048, Hyouka และ Uchuu Kyoudai นั้น ผมจะยังไม่พูดถึงในเอนทรี่นี้นะครับ ครั้งนี้ผมเพิ่มคะแนนความเพลิดเพลินเข้ามาเปรียบเทียบ ซึ่งอาจจะแปรผันไปในทางเดียวกันกับคุณภาพหรือไม่ก็ได้ โดยมีอยู่ 4 ระดับ
[A] สนุกมาก ตามติดถึงขนาดดูสดๆ
[B] สนุกดี ซับออกเมื่อไหร่ก็ดู
[C] เฉยๆ ดูได้เรื่อยเปื่อย
[D] น่าเบื่อหน่อยๆ มีดองเป็นครั้งคราว
ถ้าต่ำกว่านี้ก็โดนดร็อปไปแล้วละครับ ต้องน่าเบื่อแบบสุดๆ ไม่ก็ไม่ถูกรสนิยมอย่างแรง
 
และสามารถเปรียบเทียบคะแนนกับเรื่องเก่าๆที่ผมเคยดูได้ที่นี่ครับ เศษทศนิยมปัดลงทั้งหมดครับ
 
หมายเหตุ: Jormungand จะฉายต่ออีกครึ่งเดือนตุลานี้ จะเก็บไว้เขียนทีเดียวครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Acchi Kocchi (12 ตอนจบ)



เริ่มกันที่การ์ตูนสี่ช่องแนวกึ่ง Slice of Life กึ่ง Romance ที่มี โอโตะนาชิ อิโอะ หนุ่มแว่นเพอร์เฟคท์ กับ มินิวะ สึมิกิ สาวคูลหุ่นลูกแมวน้อยเป็นตัวหลักของเรื่อง สไตล์การดำเนินเรื่องหลักๆก็จะอยู่ที่การเล่นมุขประปรายและช็อตหวานๆของคู่หลัก ซึ่งโดยรวมก็ไม่ได้มีจุดเด่นอะไรมากนัก มุขที่เล่นก็ถือว่าพอไปได้ แต่ที่ทำให้กระชุ่มกระชวยจริงๆอยู่ที่โรแมนซ์ซะมากกว่า โดยเฉพาะสึมิกินี่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารักที่สุดในโลกแล้ว และถ้าผู้ชมเป็นผู้หญิงก็อาจจะหลงเสน่ห์อิโอะได้ง่ายๆ

มุขพอใช้ได้ อวยนางเอกอย่างเดียวก็เพลินได้
ความเพลิดเพลิน: D+
คุณภาพ: 5.6/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Aquarion EVOL (26 ตอนจบ)



บทสรุปของตำนานรัก 24000 ปีที่ลากเนื้อเรื่องต่อกันมาอย่างยาวนาน ในภาคนี้กึ่งๆจะเป็นการทำให้ตอนจบสมบูรณ์มากขึ้นกว่าภาคแรกหรือไม่ก็ทำให้มั่วไปเลยแล้วแต่มุมมองของผู้ชม จากฉากจบในภาคแรกเวลาผ่านไปอีก 12000 ปี โชคชะตาก็นำพาให้ตัวละครหลักทั้งหลายได้กลับชาติมาเกิดและพบกันอีกครั้ง เกิดเป็นวังวนความรักที่สลับซับซ้อนเต็มไปด้วยปริศนา

ในภาคนี้มีการปรับแต่งเนื้อหาจากภาคแรกทำให้ได้บทสรุปที่ถือว่าสมบูรณ์แบบมากกว่าเดิม หลายๆมุมก็ถูกมองว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ถูกอ้างไว้ในภาคแรก ซึ่งผมมองว่าข้อมูลเหล่าถูกอ้างไว้อย่างไม่ชัดเจนทำให้ผู้สร้างฉกฉวยโอกาสได้ ยากที่จะคาดเดาว่าว่าผู้สร้างวางแผนฉากจบนี้ไว้ตั้งแต่ตอนที่สร้างภาคแรกหรือไม่ แต่สำหรับผมแล้วก็ยังถือว่ายอมรับได้ นอกจากนี้ยังเรียกได้ว่ามีพัฒนาการในการออกแบบตัวละครหากเทียบกับภาคแรก มีตัวละครที่ค่อนข้างน่าสนใจในขณะที่คงไว้ซึ่งจุดเด่นของเรื่อง แต่บางครั้งตัวละครเหล่านั้นก็ถูกใช้ในการสร้างความหงุดหงิดให้กับผู้ชมอยู่บ่อยๆ นอกจากนี้ยังมีการหักดิบอารมณ์ของผู้ชมอยู่บ่อยครั้งก็ทำให้น่าโมโหอยู่เนืองๆ ในส่วนของคุณภาพงานก็ถือว่ารับได้แต่ไม่ได้มีความพิถีพิถันมากมาย สิ่งที่เชิดหน้าชูตาได้ยังคงอยู่ที่เพลงประกอบของ คันโนะ โยโกะ เช่นเคย อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นเรื่องที่มีขึ้นมีลงให้น่าติดตามและกล่าวขวัญถึงในทางดีทางร้ายอยู่ตลอดเวลา

ฉากหน้าดูเหมือนมีสาระแต่ความจริงไร้สาระ หักมุมได้บ้าบอคอแตกที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการการ์ตูน
ความเพลิดเพลิน: B+
คุณภาพ: 7.0/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Fate/zero (25 ตอนจบ)



จากปฐมบทของสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองฟุยุกิที่นำดราม่าหลากหลายรูปแบบมาสู่ผู้ชม ด้วยสต๊าฟที่ถูกตั้งความหวังไว้สูงลิบ นับเป็นหนึ่งในอนิเมะที่ถูกจับตามองมากที่สุดเรื่องหนึ่งในปีนี้

ข้อเสียเปรียบอย่างหนึ่งของภาคนี้ก็คือการมีข้อสรุปที่ตายตัวมาจากภาคหลัก ผู้ชมที่ได้ดูภาคหลักมาก่อนโดยเฉพาะแฟนพันธุ์แท้ของ TYPE-MOON คงจะทราบกันอยู่แล้วว่าบทสรุปของภาคนี้จะเป็นอย่างไร มีใครตายบ้าง อาจจะทำให้ลดความตื่นเต้นลงไปบ้าง ทว่าเหตุการณ์ต่างๆที่นำไปสู่บทสรุปนั้นไม่ได้สร้างความผิดหวังแม้แต่น้อย เป็นการวางเนื้อเรื่องที่จริงจัง ดุดัน และสร้างประเด็นให้ผู้ชมแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้เป็นอย่างดี ตัวละครต่างๆก็มีเอกลักษณ์เป็นตัวของตัวเองและมีเป้าหมายที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่คุณภาพของอนิเมชันระดับคับแก้วผสมผสานกับการใช้เพลงประกอบที่อลังการ ช่วยดึงอารมณ์ร่วมของผู้ชมออกมาได้ถึงขั้นสูงสุด

ถ้าไม่ถูกบังคับให้กระจายบทไปถึงทุกๆตัวละครคงจะยิ่งสมบูรณ์แบบกว่านี้
ความเพลิดเพลิน: A
คุณภาพ: 9.2/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Haiyore! Nyaruko-san (12 ตอนจบ)



จากไลท์โนเวลอิงตำนาน Cthulhu ของ H. P. Lovecraft (แบบมั่วๆ) ที่มีเนียรุโกะสาวน้อยบ้าพลังจากดาวเนียร์ลาโธเทปเดินทางมาทำงานเป็นเป็นบอดี้การ์ดให้กับ ยาซากะ มาฮิโระ โดยมีเหตุผลซ่อนเร้นคือการเสพสื่อบันเทิงของโลกมนุษย์ กล่าวคือเป็นโอตาคุนั่นเอง บวกกับเล็งจะงาบมาฮิโระไว้ตั้งแต่แรกเห็นหน้า ร่วมด้วยคูโกะสาวร้อนแรงที่หวังจะจับเนียรุโกะเล่นดนตรีไทย และฮัสต้าหนุ่มน้อยผมทองหน้าสวยที่หวังจับมาฮิโระยาราไนก๊ะ

เป็นหนึ่งในการ์ตูนตลกที่ป่วนได้ไร้สาระที่สุดเท่าที่ผมเคยดูมาเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว มุขที่เล่นนี่ก็ขำบ้างไม่ขำบ้าง เก็ตบ้างไม่เก็ตบ้าง บางอันก็ออกแนวดักแก่หน่อย มีการล้อเลียนเรื่องอื่นๆเยอะมาก แต่ที่ไม่ได้ล้อเลียนอะไรก็มีอยู่เยอะเหมือนกัน เชื่อว่าถ้าเป็นคนที่ดูการ์ตูนเยอะหน่อยก็คงจะได้อรรถรสกับมุขมากกว่า สำหรับผมก็ถือว่าขำพอใช้ได้ แต่เสียที่บุคลิกพระเอกไม่น่าพิสมัยอย่างแรง บวกกับตัวละครอื่นๆในเรื่อง (ยกเว้นเนียรุโกะ) ก็มีลักษณะที่ไม่ค่อยโดน ไม่ว่าจะเป็นพวกวายตัวพ่อตัวแม่ทั้งหลายรวมไปถึงพวกตัวประกอบที่ไม่ค่อยจะมีคาแรกเตอร์เท่าไหร่

ก็ขำๆดี
ความเพลิดเพลิน: C+
คุณภาพ: 5.7/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Kore wa Zombie desu ka? Of The Dead (10 ตอนจบ)



ภาคต่อของฮาเร็มซอมบี้ที่กลับมาพร้อมกับการอัพสเกลโมเอะอย่างเต็มสูบ มีเนื้อหาต่อเนื่องมาจากภาคที่แล้ว โดยมีกุญแจสำคัญอยู่ที่คริส อาจารย์ของไดเซ็นเซย์ที่เข้ามาตีสนิทกับอายุมุโดยมีเป้าหมายบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับยมโลก วีเลียร์ และนินจาแวม