[Final Review] Anime of Spring 2012

posted on 13 Jul 2012 19:28 by kaitodash in Review directory Cartoon, Entertainment
จบกันไปอีกแล้วกับฤดูใบไม้ผลิในโตเกียว นับว่าเป็นซีซั่นอนิเมะที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ใหม่ๆมากมายสำหรับผม ไม่ว่าจะเป็นการดูอนิเมะแบบสดๆบนจอทีวีหรือการออกเดินดูกระแสของอนิเมะตามท้องถนน ทำให้ได้สัมผัสความเอาจริงเอาจังของคอการ์ตูนในประเทศแห่งนี้อย่างถึงพริกถึงขิงทีเดียว ซึ่งในช่วงรอยต่อของซีซั่นนี้ก็เป็นช่วงที่ผมกำลังจะเดินทางกลับกรุงเทพพอดี
 
さよなら日本、いつかまた会おう!

สำหรับซีซั่นนี้ก็มีเรื่องที่ผมดูจนจบไปอีกมากมาย โดยเรื่องที่ยังจะฉายต่อไปในซีซั่นหน้าได้แก่ Accel World, AKB0048, Hyouka และ Uchuu Kyoudai นั้น ผมจะยังไม่พูดถึงในเอนทรี่นี้นะครับ ครั้งนี้ผมเพิ่มคะแนนความเพลิดเพลินเข้ามาเปรียบเทียบ ซึ่งอาจจะแปรผันไปในทางเดียวกันกับคุณภาพหรือไม่ก็ได้ โดยมีอยู่ 4 ระดับ
[A] สนุกมาก ตามติดถึงขนาดดูสดๆ
[B] สนุกดี ซับออกเมื่อไหร่ก็ดู
[C] เฉยๆ ดูได้เรื่อยเปื่อย
[D] น่าเบื่อหน่อยๆ มีดองเป็นครั้งคราว
ถ้าต่ำกว่านี้ก็โดนดร็อปไปแล้วละครับ ต้องน่าเบื่อแบบสุดๆ ไม่ก็ไม่ถูกรสนิยมอย่างแรง
 
และสามารถเปรียบเทียบคะแนนกับเรื่องเก่าๆที่ผมเคยดูได้ที่นี่ครับ เศษทศนิยมปัดลงทั้งหมดครับ
 
หมายเหตุ: Jormungand จะฉายต่ออีกครึ่งเดือนตุลานี้ จะเก็บไว้เขียนทีเดียวครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Acchi Kocchi (12 ตอนจบ)



เริ่มกันที่การ์ตูนสี่ช่องแนวกึ่ง Slice of Life กึ่ง Romance ที่มี โอโตะนาชิ อิโอะ หนุ่มแว่นเพอร์เฟคท์ กับ มินิวะ สึมิกิ สาวคูลหุ่นลูกแมวน้อยเป็นตัวหลักของเรื่อง สไตล์การดำเนินเรื่องหลักๆก็จะอยู่ที่การเล่นมุขประปรายและช็อตหวานๆของคู่หลัก ซึ่งโดยรวมก็ไม่ได้มีจุดเด่นอะไรมากนัก มุขที่เล่นก็ถือว่าพอไปได้ แต่ที่ทำให้กระชุ่มกระชวยจริงๆอยู่ที่โรแมนซ์ซะมากกว่า โดยเฉพาะสึมิกินี่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารักที่สุดในโลกแล้ว และถ้าผู้ชมเป็นผู้หญิงก็อาจจะหลงเสน่ห์อิโอะได้ง่ายๆ

มุขพอใช้ได้ อวยนางเอกอย่างเดียวก็เพลินได้
ความเพลิดเพลิน: D+
คุณภาพ: 5.6/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Aquarion EVOL (26 ตอนจบ)



บทสรุปของตำนานรัก 24000 ปีที่ลากเนื้อเรื่องต่อกันมาอย่างยาวนาน ในภาคนี้กึ่งๆจะเป็นการทำให้ตอนจบสมบูรณ์มากขึ้นกว่าภาคแรกหรือไม่ก็ทำให้มั่วไปเลยแล้วแต่มุมมองของผู้ชม จากฉากจบในภาคแรกเวลาผ่านไปอีก 12000 ปี โชคชะตาก็นำพาให้ตัวละครหลักทั้งหลายได้กลับชาติมาเกิดและพบกันอีกครั้ง เกิดเป็นวังวนความรักที่สลับซับซ้อนเต็มไปด้วยปริศนา

ในภาคนี้มีการปรับแต่งเนื้อหาจากภาคแรกทำให้ได้บทสรุปที่ถือว่าสมบูรณ์แบบมากกว่าเดิม หลายๆมุมก็ถูกมองว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ถูกอ้างไว้ในภาคแรก ซึ่งผมมองว่าข้อมูลเหล่าถูกอ้างไว้อย่างไม่ชัดเจนทำให้ผู้สร้างฉกฉวยโอกาสได้ ยากที่จะคาดเดาว่าว่าผู้สร้างวางแผนฉากจบนี้ไว้ตั้งแต่ตอนที่สร้างภาคแรกหรือไม่ แต่สำหรับผมแล้วก็ยังถือว่ายอมรับได้ นอกจากนี้ยังเรียกได้ว่ามีพัฒนาการในการออกแบบตัวละครหากเทียบกับภาคแรก มีตัวละครที่ค่อนข้างน่าสนใจในขณะที่คงไว้ซึ่งจุดเด่นของเรื่อง แต่บางครั้งตัวละครเหล่านั้นก็ถูกใช้ในการสร้างความหงุดหงิดให้กับผู้ชมอยู่บ่อยๆ นอกจากนี้ยังมีการหักดิบอารมณ์ของผู้ชมอยู่บ่อยครั้งก็ทำให้น่าโมโหอยู่เนืองๆ ในส่วนของคุณภาพงานก็ถือว่ารับได้แต่ไม่ได้มีความพิถีพิถันมากมาย สิ่งที่เชิดหน้าชูตาได้ยังคงอยู่ที่เพลงประกอบของ คันโนะ โยโกะ เช่นเคย อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นเรื่องที่มีขึ้นมีลงให้น่าติดตามและกล่าวขวัญถึงในทางดีทางร้ายอยู่ตลอดเวลา

ฉากหน้าดูเหมือนมีสาระแต่ความจริงไร้สาระ หักมุมได้บ้าบอคอแตกที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการการ์ตูน
ความเพลิดเพลิน: B+
คุณภาพ: 7.0/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Fate/zero (25 ตอนจบ)



จากปฐมบทของสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองฟุยุกิที่นำดราม่าหลากหลายรูปแบบมาสู่ผู้ชม ด้วยสต๊าฟที่ถูกตั้งความหวังไว้สูงลิบ นับเป็นหนึ่งในอนิเมะที่ถูกจับตามองมากที่สุดเรื่องหนึ่งในปีนี้

ข้อเสียเปรียบอย่างหนึ่งของภาคนี้ก็คือการมีข้อสรุปที่ตายตัวมาจากภาคหลัก ผู้ชมที่ได้ดูภาคหลักมาก่อนโดยเฉพาะแฟนพันธุ์แท้ของ TYPE-MOON คงจะทราบกันอยู่แล้วว่าบทสรุปของภาคนี้จะเป็นอย่างไร มีใครตายบ้าง อาจจะทำให้ลดความตื่นเต้นลงไปบ้าง ทว่าเหตุการณ์ต่างๆที่นำไปสู่บทสรุปนั้นไม่ได้สร้างความผิดหวังแม้แต่น้อย เป็นการวางเนื้อเรื่องที่จริงจัง ดุดัน และสร้างประเด็นให้ผู้ชมแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้เป็นอย่างดี ตัวละครต่างๆก็มีเอกลักษณ์เป็นตัวของตัวเองและมีเป้าหมายที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่คุณภาพของอนิเมชันระดับคับแก้วผสมผสานกับการใช้เพลงประกอบที่อลังการ ช่วยดึงอารมณ์ร่วมของผู้ชมออกมาได้ถึงขั้นสูงสุด

ถ้าไม่ถูกบังคับให้กระจายบทไปถึงทุกๆตัวละครคงจะยิ่งสมบูรณ์แบบกว่านี้
ความเพลิดเพลิน: A
คุณภาพ: 9.2/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Haiyore! Nyaruko-san (12 ตอนจบ)



จากไลท์โนเวลอิงตำนาน Cthulhu ของ H. P. Lovecraft (แบบมั่วๆ) ที่มีเนียรุโกะสาวน้อยบ้าพลังจากดาวเนียร์ลาโธเทปเดินทางมาทำงานเป็นเป็นบอดี้การ์ดให้กับ ยาซากะ มาฮิโระ โดยมีเหตุผลซ่อนเร้นคือการเสพสื่อบันเทิงของโลกมนุษย์ กล่าวคือเป็นโอตาคุนั่นเอง บวกกับเล็งจะงาบมาฮิโระไว้ตั้งแต่แรกเห็นหน้า ร่วมด้วยคูโกะสาวร้อนแรงที่หวังจะจับเนียรุโกะเล่นดนตรีไทย และฮัสต้าหนุ่มน้อยผมทองหน้าสวยที่หวังจับมาฮิโระยาราไนก๊ะ

เป็นหนึ่งในการ์ตูนตลกที่ป่วนได้ไร้สาระที่สุดเท่าที่ผมเคยดูมาเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว มุขที่เล่นนี่ก็ขำบ้างไม่ขำบ้าง เก็ตบ้างไม่เก็ตบ้าง บางอันก็ออกแนวดักแก่หน่อย มีการล้อเลียนเรื่องอื่นๆเยอะมาก แต่ที่ไม่ได้ล้อเลียนอะไรก็มีอยู่เยอะเหมือนกัน เชื่อว่าถ้าเป็นคนที่ดูการ์ตูนเยอะหน่อยก็คงจะได้อรรถรสกับมุขมากกว่า สำหรับผมก็ถือว่าขำพอใช้ได้ แต่เสียที่บุคลิกพระเอกไม่น่าพิสมัยอย่างแรง บวกกับตัวละครอื่นๆในเรื่อง (ยกเว้นเนียรุโกะ) ก็มีลักษณะที่ไม่ค่อยโดน ไม่ว่าจะเป็นพวกวายตัวพ่อตัวแม่ทั้งหลายรวมไปถึงพวกตัวประกอบที่ไม่ค่อยจะมีคาแรกเตอร์เท่าไหร่

ก็ขำๆดี
ความเพลิดเพลิน: C+
คุณภาพ: 5.7/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Kore wa Zombie desu ka? Of The Dead (10 ตอนจบ)



ภาคต่อของฮาเร็มซอมบี้ที่กลับมาพร้อมกับการอัพสเกลโมเอะอย่างเต็มสูบ มีเนื้อหาต่อเนื่องมาจากภาคที่แล้ว โดยมีกุญแจสำคัญอยู่ที่คริส อาจารย์ของไดเซ็นเซย์ที่เข้ามาตีสนิทกับอายุมุโดยมีเป้าหมายบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับยมโลก วีเลียร์ และนินจาแวมไพร์

ในภาคนี้ก็มีการเปิดเผยเบื้องลึกเบื้องหลังของยมโลกและวีเลียร์ รวมทั้งเปิดเผยบุคลิกของยูคลิวู้ดออกมาอย่างมากมาย ถ้าหากเป็นแฟนบอยของยูก็คงจะอิ่มหนำสำราญกันเป็นพิเศษ แต่ก็ใช่ว่าแฟนบอยของคนอื่นๆจะไม่ได้เฮ สาวๆทุกคนได้ผลัดกันมีบทออกมามากน้อยกันทั่วหน้า แต่น่าเสียดายที่ให้เวลาสั้นเกินไป บวกกับใช้เวลาขำขันไปเยอะทำให้ไม่สามารถปิดบทของคริสได้ก่อนจบ นอกจากนี้การเล่นมุขในภาคนี้ก็ไม่ขำเท่าภาคแรก เพราะหันไปเน้นทางโมเอะซะเป็นหลัก

กลายเป็นสนุกแบบโมเอะๆไป ได้ไม่เท่าภาคแรกเพราะความฮาลดลง
ความเพลิดเพลิน: B
คุณภาพ: 7.3/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Natsuiro Kiseki (12 ตอนจบ)



ในจังหวะที่กำลังอินเทรนด์นี้ แม้แต่ SUNRISE ก็ยังหันมาออกออริจินัลจับตลาด Slice of Life สี่สาวกับเค้าบ้าง โดยทั้งสี่สาวจะได้พบกับก้อนหินมหัศจรรย์ที่จะบันดาลปาฏิหาริย์และนำพาพวกเธอไปพบกับประสบการณ์แปลกๆต่างๆนานา

ในตอนแรกของเรื่องค่อนข้างจะเปิดตัวได้น่าเบื่อและไม่มีแก่นสาร แต่ตั้งแต่ตอนต่อมาก็เริ่มที่จะแสดงจุดยืนของเรื่องออกมาได้ดีขึ้นเป็นลำดับ ลักษณะของการดำเนินเรื่องจะออกไปทางตอนเดียวจบ โดยมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากปาฏิหาริย์ของก้อนหินที่ทำให้สี่สาวต้องแก้ปัญหาและเติบโตขึ้นในแต่ละตอน สิ่งที่เรื่องนี้ต้องการจะนำเสนอก็คือการเรียนรู้จากปาฏิหาริย์ที่ทั้งสี่สาวได้พบเจอจนกระทั่งแต่ละคนหลุดพ้นจากการพึ่งพาปาฏิหาริย์และก้าวต่อไปในอนาคตของแต่ละคนโดยเชื่อมั่นในมิตรภาพที่มีให้กันและกัน แม้ว่าจะเป็นอนิเมะที่ธรรมดามาก แต่หลายต่อหลายครั้งก็มีความน่ารักและข้อคิดดีๆให้กับผู้ชม นอกจากนี้ไอเดียของปาฏิหาริย์ในแต่ละตอนก็ถือว่าน่าสนใจพอสมควร สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ชมได้อยู่เสมอ แต่ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ SUNRISE ทำออกมาฆ่าเวลาหรือว่าปกติเผางานอยู่เป็นนิจหรือเปล่า เห็นหน้าตาสาวๆเบี้ยวไปเบี้ยวมาอยู่หลายครั้งเหมือนกัน

แม้ว่าจะไม่ได้มีจุดเด่นอะไรเลย แต่ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่สร้างความเพลิดเพลินได้ดีที่สุดของซีซั่น
ความเพลิดเพลิน: B
คุณภาพ: 6.9/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Nazo no Kanojo X (13 ตอนจบ)



จากมังงะเลิฟคอเมดี้ที่ใช้เซ็ตติ้งแปลกๆโดยมองจากมุมมองของ สึบากิ อากิระ เด็กหนุ่มม.ปลายธรรมดาคนหนึ่งที่มีแฟนสาวผู้เต็มไปด้วยปริศนาอย่าง อุราเบะ มิโคโตะ ที่ยืนยันว่าเธอกับสึบากิมีโชคชะตาผูกพันกันด้วยน้ำลาย ทำให้ทั้งคู่ตกลงใจเป็นแฟนกันและเปิดโอกาสให้ฝ่ายชายได้รู้จักกับด้านต่างๆของฝ่ายหญิงที่ไม่อาจจำกัดความได้ว่าดีหรือไม่

ช่วงแรกๆที่ผมดูเรื่องนี้ก็รู้สึกคลื่นไส้กับความเหนียวหนืดของน้ำลายอยู่พักหนึ่ง แต่พอดูไปเรื่อยๆก็ชินไปเอง แต่นอกเหนือจากน้ำลายแล้ว ความจริงอุราเบะยังมีจุดที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย ในแต่ละตอนสึบากิก็จะเปิดมุมใหม่ๆของอุราเบะออกมาทีละน้อยๆ แต่อุราเบะเองก็เป็นผู้หญิงที่แปลกประหลาดและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ยากที่คนทั่วไปจะเข้าใจความคิด ถ้าดูจากฐานะของสึบากิก็อาจจะอกสั่นขวัญแขวนอยู่บ้างว่าจะเผลอสะกิดให้อุราเบะระเบิดอารมณ์ออกมาเมื่อไหร่ ซึ่งความน่าตื่นเต้นนี้สามารถพูดถึงได้ทั้งในมุมของ Mystery และ Romance ในส่วนของคุณภาพอนิเมชันนั่นทำออกมาได้ไม่ต่างจากตัวมังงะมากนัก เรียกว่ากำลังเหมาะสมทีเดียว

ด้วยความแปลกของเรื่องบวกกับบรรยากาศรอบๆตัวอุราเบะทำให้ตื่นเต้นดี
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 8.0/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Recorder to Randoseru (26 ตอนจบ)



เรื่องตลกของน้องชายวัยประถมร่างยักษ์หน้าแก่กับพี่สาววัยมัธยมตัวเตี้ยหน้าเด็กกับชีวิตประจำวันของทั้งคู่ แม้ว่าเรื่องนี้จะฉายแค่ตอนละสามนาทีแต่ก็ยาวถึง 26 ตอน ซึ่งถือว่ายาวมากสำหรับการ์ตูนตลกไร้สาระ แล้วมุขที่เล่นก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลยนอกจากเรื่องขนาดตัวที่มักจะทำให้ตัวน้องชายถูกเข้าใจผิด พอเล่นติดๆกันหลายตอนเข้าก็ทำให้เอียนได้

เล่นเป็นอยู่มุขเดียว แรกๆก็พอโอเคแต่มากๆเข้าก็ไม่ขำแล้ว
ความเพลิดเพลิน: D
คุณภาพ: 4.7/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Sakamichi no Apollon (12 ตอนจบ)



เปลี่ยนแนวมาดูอนิเมะดนตรีที่วางพล็อตย้อนกลับไปเมื่อปี 1966 เริ่มต้นเรื่องจากการพบกันระหว่าง นิชิมิ คาโอรุ เด็กหนุ่มผู้ที่ย้ายโรงเรียนมาใหม่ กับ คาวะบุจิ เซนทาโร่ หนุ่มแบดบอยร่างยักษ์ที่เป็นเพื่อนร่วมชั้น และ มุคาเอะ ริทสึโกะ หัวหน้าห้องที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของเซนทาโร่ นำทั้งสามคนมารวมกันอยู่ในวังวนแห่งความรัก มิตรภาพ และดนตรีแจ๊ซ

เรื่องนี้เล่าเนื้อหาตั้งแต่การย้ายโรงเรียนมาของคาโอรุไปจนถึงอนาคตของแต่ละคน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การสร้างดราม่าไปตามรายทาง ไม่ว่าจะเป็นดราม่าความไม่สมหวังในรัก ความไม่เข้าใจกันในหมู่เพื่อน ปัญหาครอบครัว และปัญหาชีวิต รวมเอาหลายสิ่งหลายอย่างเคี่ยวกรำตัวละครแต่ละคนให้แข็งแกร่งและพัฒนาขึ้นตามกาลเวลา แต่ด้วยความที่ต้นฉบับเป็นมังงะโจเซย์ ในฐานะผู้ชายดูแล้วมีหลายครั้งที่รู้สึกว่าผู้แต่งยังไม่เข้าใจลูกผู้ชายอย่างถ่องแท้ ตัวละครมีการตัดสินใจอะไรบางอย่างที่เกินคาด บางครั้งก็เป็นการใส่จังหวะให้เนื้อเรื่องน่าตื่นเต้นขึ้น แต่บางครั้งก็กลายเป็นให้ความรู้สึกขัดแย้งกับบุคลิกของตัวละครนั้นๆไป อีกทั้งตอนจบก็จบอย่างเร่งรีบทำให้ข้อใหญ่ใจความเกี่ยวกับความรู้สึกของแต่ละคนถูกตัดทอนไป อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังมีจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่ดนตรีแจ๊ซที่ใช้ประกอบได้อย่างงดงามสมบูรณ์แบบ ทำให้ภาพรวมของเรื่องออกมาน่าประทับใจมากพอสมควร

โดดเด่นด้วยมิตรภาพของลูกผู้ชายและแจ๊ซที่สร้างสุนทรียภาพให้แก่โสตประสาท
ความเพลิดเพลิน: B
คุณภาพ: 7.7/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Sankarea (12 ตอนจบ)



จากมังงะกึ่งเลิฟคอเมดี้กึ่งสยองขวัญ เกี่ยวกับ ฟุรุยะ จิฮิโระ เด็กหนุ่มที่หมกมุ่นอยู่กับหนังซอมบี้จนไม่สนใจอะไรอย่างอื่น ในขณะที่เขากำลังเสียใจกับแมวเลี้ยงที่ตายไป เขาก็ได้ศึกษาวิชาปรุงยาเพื่อปลุกชีพแมวขึ้นมาเป็นซอมบี้อย่างลับๆ และได้มาเจอกับ ซังกะ เรอา คุณหนูไข่ในหินจากครอบครัววิปริตโดยบังเอิญ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเรอา ทำให้ทั้งคู่ได้นัดพบกันเพื่อช่วยกับปรุงยาได้มาร่วมกันปรุงยานั้น โดยไม่ได้คาดว่าสุดท้ายเรอาจะกลายมาเป็นซอมบี้ด้วยยาดังกล่าว

การดำเนินเรื่องในอนิเมะนี้ไม่ได้ต่างจากมังงะมากนัก ตัวคอนเซ็ปท์ที่มีนางเอกเป็นซอมบี้น่ารักๆก็น่าสนใจดี แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วการออกแบบตัวละครค่อนข้างจะสุดโต่งเกินไปหน่อย ไม่ว่าจะเป็นจิฮิโระที่บ้าซอมบี้จนเกินพอดีไปจนถึงพ่อของเรอาที่โรคจิตเกินรับได้ แถมสิ่งที่พ่อของเรอาทำนี่ก็เข้าข่ายผิดกฎหมายทั้งนั้นถ้าเอาแต่ละกระทงมารวมกันมีหวังติดคุกตลอดชีวิต นอกจากนี้แม้แต่พวกตัวประกอบในบ้านของเรอาก็มีตรรกะอะไรเพี้ยนๆกันทุกคนเลยทำให้รู้สึกคลื่นไส้อยู่บ้าง แต่คุณภาพของอนิเมชันนั้นถือว่าเกินความคาดหมายอยู่พอสมควร โดยเฉพาะศิลปะการใช้แสงสีที่ดูแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่าออกมาจาก Studio DEEN

คอนเซ็ปท์น่าสนใจแต่ตัวละครน่าสะอิดสะเอียน
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 5.7/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Shining Hearts -Shiawase no Pan- (12 ตอนจบ)



จากเกมของ SEGA เกี่ยวกับ ริค เอลวูด นักดาบหนุ่มที่ลอยคอมาติดเกาะวินดาเรียและสูญเสียความทรงจำไป จึงทิ้งอดีตและหันมาฝึกอบขนมปังแทน แต่ชีวิตสงบสุขของคนบนเกาะก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อคางุยะสาวปริศนาที่สูญเสียความทรงจำลอยคอมาติดเกาะพร้อมๆกับหินปริศนาที่เป็นเป้าหมายของผู้รุกรานจากภายนอก

สำหรับเรื่องนี้ผมไม่รู้จะพูดยังไงจริงๆครับ คือฟังจากเนื้อหามันก็ดูโอเคอยู่นะครับ แต่ถ้ามาดูจริงๆจะรู้สึกว่ามันเป็นการ์ตูนที่ไม่เกิดอะไรขึ้นเลยครับ จาก 12 ตอนใช้เวลาไปกับการอบและขายขนมปังไปซะ 80% เนื้อหาที่เกี่ยวกับแอ็กชั่นมีอยู่น้อยนิด ที่ร้ายที่สุดคือดูจนจบแล้วก็ยังมองไม่เห็นเป้าหมายของเรื่องเลยว่าต้องการจะสื่ออะไร การอบขนมปังเกี่ยวอะไรกับความสุข แล้วอยู่ดีๆทั้งเทคโนโลยีจากนอกโลกทั้งพลังเว่อร์ๆทั้งหลายมาได้ไงก็ไม่บอก จะบอกว่าเป็น Slice of Life ก็ไม่น่าใช่ แล้วฉากจบก็ไม่เคลียร์ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แถมยังไม่มีบทสรุปในจิตใจที่สับสนของพระเอกอีก สรุปว่าเป็นอนิเมะที่ดูแล้วไม่ได้อะไรเลย แต่ที่แน่ๆแม้จะไม่ได้มีเซอร์วิสมากมาย แต่ส่วนโค้งเว้าเวลาใส่ชุดรัดรูปดูน่ามองดี (ไม่มีอะไรอื่นจะพูดแล้วจริงๆ)

สรุปว่าดูมาเพื่ออะไร
ความเพลิดเพลิน: D
คุณภาพ: 4.1/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Tasogare Otome × Amnesia (12 ตอนจบ)



เรื่องราวความรักระหว่างคนกับผี ที่มี นิอิยะ เทย์อิจิ ไปเจอกับวิญญาณสาวโมเอะ คาโนะเอะ ยูโกะ โดยบังเอิญ และพบว่าเธอเป็นผีที่จำอดีตของตัวเองไม่ได้ ทั้งคู่จึงตั้งชมรมวิจัยสิ่งลี้ลับขึ้นมา ซึ่งนั่นก็นำไปสู่อดีตอันทารุณของยูโกะและความรักข้ามภพของทั้งคู่

โดยรวมแล้วเรื่องนี้ค่อนข้างจะเน้นไปโทนสบายๆแบบเลิฟคอเมดี้ซะมากในช่วงแรก พอเริ่มเข้าสู่การสืบอดีตของยูโกะอย่างจริงจังโทนเรื่องค่อยเปลี่ยนไป จุดเปลี่ยนของเรื่องที่เปิดอดีตของยูโกะนั้นทำได้รุนแรงน่าสนใจมาก แต่น่าเสียดายที่การใส่บทของเทย์อิจิที่เรียกได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญในจิตใจของยูโกะนั้นทำได้ไม่ดีเลย ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกของเทย์อิจิที่อ่อนแอขาดความหนักแน่นหรือความคิดความอ่านที่เหมือนเด็กๆ แม้ว่าในตอนสุดท้ายจะสร้างดราม่าได้กินใจพอสมควร แต่ก็กลับเลือกที่จะทำลายอารมณ์ทิ้งด้วยแฮปปี้เอนดิ้งที่ไม่สมเหตุสมผลอีก ทำให้สุดท้ายก็พลาดท่าหล่นจากระดับ 7 จนได้ ทั้งๆที่สไตล์อนิเมชันค่อนข้างจะมีศิลปะถูกใจผมเป็นพิเศษ

หลายๆอย่างเกือบจะดีอยู่แล้วแต่ยังไม่ดีพอ โดยเฉพาะตอนจบ
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 5.8/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Tsuritama (12 ตอนจบ)



ออริจินัลของ A-1 Pictures ใน noitaminA ไทม์สล็อต เรื่องราวการตกปลาธรรมดาที่ไม่ธรรมดาบนเกาะเอโนะชิมะ ดำเนินเรื่องโดย ซานาดะ ยูกิ ที่ย้ายโรงเรียนมาใหม่ กับฮารุเด็กหนุ่มปริศนาที่อ้างตัวว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว นำทีมโดยเจ้าชายนักตกปลา อุซามิ นัตสึกิ และมี อากิระ อาการ์คาร์ ยามาดะ จากองค์กรพิทักษ์โลกแฝงตัวเป็นนักเรียนมาร่วมทีมมาสืบเรื่องมนุษย์ต่างดาวบนเกาะ และสี่สหายนี้จะต้องร่วมมือกันตกปลาเพื่อพิทักษ์โลกจากการถูกมนุษย์ต่างดาวควบคุม

เรื่องนี้มีเทคนิกการนำเสนอที่ค่อนข้างจะเฉพาะตัวมาก ช่วงแรกจะไม่ค่อยเข้าใจประเด็นของเรื่องเท่าไหร่ แต่พอดูไปเรื่อยๆจนพอเข้าใจแล้วก็จะรู้สึกสนุก ลักษณะของเรื่องออกไปทางแนวโชเน็นนิดๆ มีการยกเอาการต่อสู้ (ตกปลา) ที่ต้องร่วมแรงร่วมใจใช้พลังแห่งมิตรภาพเพื่อปกป้องโลก การเล่นมุขหลายๆครั้งก็ตลกไม่ซ้ำใครดี ดราม่าที่ใช้ประกอบก็เข้าถึงอารมณ์ได้ดี ปิดท้ายด้วยไคลแม็กซ์ที่ทรงพลัง นอกจากนี้ตัวละครแต่ละคนก็มีการออกแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ถือว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่สนุกมากเรื่องหนึ่ง

แม้ว่าคอนเซ็ปท์จะไม่ได้โดดเด่น แต่มีการนำเสนอแบบนอกกรอบน่าสนใจดี
ความเพลิดเพลิน: B+
คุณภาพ: 7.9/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet

#1 By (49.230.104.4|10.176.253.172, 49.230.104.4) on 2014-07-04 20:19