[Final Review] Anime of Summer 2012

posted on 01 Oct 2012 15:03 by kaitodash in Review directory Cartoon, Entertainment
ผ่านไปอีกสามเดือนกับชีวิตติดอนิเมะ รีวิวในซีซั่นนี้จะมีการปรับแต่งกันอีกนิดหน่อยครับ ผมจะมีการพูดถึงอนิเมะที่ยังไม่จบด้วยซักเล็กน้อย โดยจะเรียงลำดับความเพลิดเพลินของทุกเรื่องที่ยังไม่ดร็อปจากน้อยไปหามาก ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าอนิเมะเรื่องนั้นดีหรือไม่ดีแต่อย่างใด แค่บอกว่าผมติดหนึบมากขนาดไหนเท่านั้นครับ ดังนั้นขอยืนยันว่าไม่ต้องไปใส่ใจกับอันดับมากเพราะเรียงตามอารมณ์ของผมจริงๆ ส่วนที่สำคัญอยู่ที่คะแนนคุณภาพเท่านั้น

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 16: DOG DAYS' (13 ตอนจบ)



เริ่มกันที่อันดับสุดท้ายกับภาคต่อของอนิเมะชิลๆซึ่งผมคงจะไม่พูดอะไรมาก หลักๆก็เหมือนๆกับภาคแรกนั่นแหละ ทำสงครามเฮฮาปาร์ตี้ ปิคนิกฝึกวิชาไปตามเรื่อง ต่างกับภาคแรกตรงที่คราวนี้ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดชึ้นเป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่ต้นจนจบ มีแต่เพิ่มฉากโมเอะๆหรืออะไรก็ตามที่จะทำให้แฟนๆกรี๊ดกร๊าดกันได้ตามประสา ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือใช้เวลาอยู่ในห้องอาบน้ำเยอะมากๆ คงไม่ต้องบอกว่ามันหมายความว่ายังไง

ได้อะไรๆน้อยกว่าภาคแรก
ความเพลิดเพลิน: D
คุณภาพ: 5.3/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 15: Hagure Yuusha no Estetica (12 ตอนจบ)



หนึ่งในอนิเมะเซอร์วิสแห่งปีจากไลท์โนเวลแนวผู้กล้าทะลุมิติที่มี โอซาวะ อาคัตสึกิ เป็นผู้กล้านอกรีตที่หนีจากโลกต่างมิติอาเรซาร์ดกลับมายังโลกของตัวเองโดยหิ้ว มิอุ ลูกสาวจอมมารกลับมาด้วย แต่เนื้อเรื่องหลักเพิ่งจะเริ่มขึ้นหลังจากปราบจอมมารและกลับสู่โลก โดยเขาได้เข้ามาอยู่ในบาเบล โรงเรียนที่คอยรองรับเยาวชนทั้งหลายที่กลับมาจากโลกต่างมิติ และจะต้องรับมือกับเหตุการณ์รอบด้านที่จะเข้ามาหาเขาและมิอุ

จุดเด่นแรกของเรื่องนี้อยู่ที่การออกแบบผู้กล้านอกรีตอาคัตสึกิให้มีคาแรกเตอร์ที่แหวกแนว มีความมั่นใจสูงลิบ ปล่อยตัวตามสบาย ลามก เกรียน และเทพมาก ถือว่าเป็นตัวดำเนินเรื่องที่มีแรงดึงดูดให้น่าติดตามสูง จุดเด่นอีกอย่างจะอยู่ที่การเซอร์วิสอย่างบ้าคลั่งและไร้เหตุผล ซึ่งก็มีบางครั้งที่ทำได้น่าสนใจ แต่ส่วนใหญ่มักจะทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็นมากกว่า ในส่วนของเนื้อเรื่องหลักนั้นค่อนข้างจะน่าผิดหวังอย่างมาก เพราะแม้พื้นฐานของเรื่องจะน่าสนใจ แต่โดยรวมทิ้งปริศนาและปลายเปิดของฉากจบไว้กว้างเหลือเกิน ทำให้รู้สึกว่ายังไม่ได้รับข้อมูลอะไรเป็นชิ้นเป็นอันซักอย่าง ต้องไปลุ้นเอากับซีซั่นสองซึ่งมีโอกาสริบหรี่เหลือเกิน และถ้าให้พูดตรงๆก็คือต่อให้มีออกมาจริงผมก็อาจจะไม่ดู นอกจากนี้ยังใส่อารมณ์ความรู้สึกของตัวละครมาอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่ แล้วยังไม่รวมถึงการใช้งานนักพากย์บิ๊กเนมแบบขาดประสิทธิภาพ ทำให้ความเพลิดเพลินในการดูค่อยๆลดลงตามลำดับ คุณภาพงานโดยรวมก็ถือว่าธรรมดาๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น

เซอร์วิสเยอะไปหน่อย แล้วก็เปิดปลายกว้างเหลือเกิน
ความเพลิดเพลิน: D+
คุณภาพ: 5.1/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 14: Natsuyuki Rendezvous (11 ตอนจบ)



อีกครั้งหนึ่งกับมังงะโจเซย์ของ noitaminA ที่วางพล็อตโดยมีสตาร์นักพากย์อย่าง นาคามุระ ยูอิจิ มารับบทพระเอก และ ฟุคุยามะ จุน มาเป็นวิญญาณติดที่อดีตสามีของนางเอก และต้องมาปะทะแย่งชิงแม่หม้ายเนื้อหอมกันอุตลุด

คอนเซ็ปท์ของเรื่องในช่วงแรกนั้นจะเน้นไปที่ความรู้สึกเจ็บปวดของผู้ชายทั้งสองคนที่อิจฉาซึ่งกันและกัน ฝ่ายพระเอกนั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถเติมเต็มจิตใจนางเอกได้ ในขณะที่ฝ่ายสามีก็รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถเติมเต็มทางรูปธรรมให้กับภรรยาได้ มาถึงตรงนี้ยังถือว่าทำได้ดี หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของพระนางก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆจนเริ่มมองเห็นอนาคตเป็นรูปเป็นร่าง แต่กลับมาเกิดอาเพศให้ตัวสามีสลับเข้าไปอยู่ร่างพระเอกและพระเอกกลายมาเป็นผีแทนซะงั้น ซึ่งเนื้อเรื่องช่วงนี้ใช้แฟลชแบ็กเพื่อเสริมความนัยเยอะมากและไม่มีความกระจ่างพอ ด้วยความที่ฉากจบที่เหมาะสมมันอยู่ตรงหน้าแล้ว แต่กลับมีท่อนซุงมาขวางลำอย่างไร้เหตุผล ทำให้เนื้อเรื่องยืดยาวอย่างไม่จำเป็นและกลายเป็นน่าเบื่อลงไปเรื่อยๆ แต่อย่างน้อยที่สุดเรื่องนี้ก็มีฉากจบที่สมบูรณ์และเหมาะสมอย่างที่สุดแล้ว โดยรวมจึงถือว่าไม่ได้แย่อะไร

อืดอาดและรำลึกความหลังมากไปหน่อยแต่จบสวย
ความเพลิดเพลิน: D+
คุณภาพ: 6.2/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 13: Kono Naka ni Hitori, Imouto ga Iru! (12 ตอนจบ)



จากไลท์โนเวลสำหรับคนรักน้องสาวเกี่ยวกับทายาทอภิมหาเศรษฐี มิคาโดโนะ โชโงะ ที่ต้องตามสืบหาตัวและเปิดเผยตัวจริงของน้องสาวที่เป็นลูกลับๆของพ่อให้ได้ เพราะดูเหมือนน้องสาวลึกลับคนนั้นจะวางแผนทำเรื่องผิดศีลธรรมกับเขา

จริงๆเวลาไขปริศนาของเรื่องนี้ก็ถือว่าน่าสนใจดี ยังกับแนวสืบสวนสอบสวน แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรๆดีขึ้น เพราะบทสรุปของแต่ละครั้งมันเดาได้ง่ายซะยิ่งกว่าง่าย แล้วส่วนใหญ่ของเรื่องก็ใช้เวลาไปกับการเซอร์วิสซะเป็นหลัก การพัฒนาความสัมพันธ์ด้านโรแมนซ์ก็ไม่มี ส่วนใหญ่จะจับยัดไปด้านอีโรติกซะมาก สุดท้ายแล้วแม้แต่ประเด็นน้องสาวลึกลับก็เหมือนยัดๆมาเพื่อให้ได้ธีมค้ำคอร์ไปเท่านั้นเอง ตอนจบของเรื่องเป็นออริจินัลที่ดูแล้วพอรับได้ แต่ไม่มีความน่าสนใจมากนักดังเช่นที่ว่าไปข้างต้น ภาพก็งั้นๆ ตัวละครก็หาได้ดาษดื่นเอามาใช้อย่างดาษดื่น โดยรวมแล้วไม่ตลก ไม่ซึ้ง ไม่มีอารมณ์ร่วม ไม่ค่อยได้อะไรเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่

วนอยู่ในอ่างซะนาน นอกเรื่องไปก็มาก จบแค่พอรับได้
ความเพลิดเพลิน: D+
คุณภาพ: 4.3/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 12: Uchuu Kyoudai (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: C

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 11: Rinne no Lagrange (24 ตอนจบ แบ่งเป็นสองภาคๆละ 12 ตอน)



จากออริจินัลไซไฟดูสบายที่ลากยาวมาเก้าเดือน ดำเนินเรื่องโดยชมรมชุดวอร์ม (เอาชื่อนี้ละกัน) ที่เป็นชมรมอาสาสมัครช่วยเหลือผู้คนทุกรูปแบบ นำทีมโดย เคียวโนะ มาโดกะ สาวน้อยม.ปลายที่มีพลังงานไร้ขีดจำกัด ที่อยู่ดีๆก็เข้าไปพัวพันในสงครามจักรวาลระหว่างดาว เล การิเต และ เด เมทริโอ ที่กำลังเข้าสู่วงโคจรที่จะชนกันและนำไปสู่หายนะครั้งประวัติศาสตร์ ทำให้มาโดกะได้เพื่อนจากต่างดาวอย่างลันและมุกินามิมาสมทบในชมรม โดยทั้งคู่ต่างก็เป็นน้องสาวของสองผู้นำในสงครามครั้งนี้ สามสาวชมรมชุดวอร์มจะต้องขึ้นขี่หุ่นในตำนานที่มีชื่อว่า ว็อกซ์ เพื่อหยุดยั้งสงครามจักรวาลที่จะนำโลกเข้าไปเสี่ยงด้วย

คอนเซ็ปท์ของเรื่องนี้อยู่ที่อนิเมะขี่หุ่นที่ดูสบายไม่เครียด ซึ่งเอาเข้าจริงๆมันก็มีสาระให้ได้เครียดอยู่เป็นระยะๆเหมือนกัน เพราะประเด็นปริศนาในเนื้อเรื่องก็มีอยู่และต้องไขให้ได้ ทำให้สมดุลระหว่างความชิลกับสาระมันไปกันไม่ค่อยได้ ถ้าลองมองแบบแยกส่วนกันออกไป ด้านสนุกสนานก็ถือว่าทำได้โอเคพอสมควร มีมุขมีหยอดให้มึนได้อยู่เรื่อยๆ ส่วนด้านสาระนั้นแม้ว่าจะมีไอเดียที่ดีแต่โดยรวมแล้วถือว่ายังไม่ผ่าน เพราะมีช่องว่างระหว่างเหตุการณ์เยอะเกินไป เวลาดูจะทำอารมณ์ได้ไม่ต่อเนื่อง นอกจากนี้เนื้อเรื่องหลักซึ่งเกี่ยวกับสงครามก็จบลงง่ายไปหน่อย แถมบทสรุปยังกลายเป็นการปราบศัตรูของทั้งจักรวาลไปซะงั้น ดูมาทั้งหมด 24 ตอนมีประเด็นอยู่แค่ประมาณ 2-3 ตอนสุดท้ายเท่านั้นเอง แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่ามีคุณภาพที่ดี ถ้าดูโดยไม่จริงจังมากก็ถือว่ารับได้

ก็แปลกไปอีกแบบ จะบอกว่าเป็นแอ็กชั่นชิลๆก็ว่าได้
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 5.9/10

ป.ล. เรื่องนี้ยูริชัวร์ป้าบ ผู้ชายเป็นแค่ตัวประกอบ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 10: Jinrui wa Suitaishimashita (12 ตอนจบ)



มาแหวกแนวกันซักหน่อยกับไลท์โนเวลจิกกัดสังคมที่วางเซ็ตติ้งในอนาคตที่มนุษย์โลกกำลังเข้าสู่ภาวะเสื่อมถอย โดยมีสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่ขึ้นมาดำรงชีวิตและมีบทบาทสำคัญบนโลกแทน นั่นคือ "ภูติ" สิ่งมีชีวิตตัวจ้อยที่มีสติปัญญาล้ำเลิศ การดำเนินเรื่องจะมองผ่านนางเอกที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างมนุษย์และภูติ และต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับปรากฏการณ์ต่างๆที่มีภูติเหล่านี้มาเกี่ยวข้อง

คอนเซ็ปท์ของเรื่องจะมองไปที่ความเป็นไปต่างๆและสะท้อนปัญหาและความเสื่อมทรามของสังคมปัจจุบันออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระดับใกล้ตัวอย่างการกลั่นแกล้งในสังคมเล็กๆหรือการใส่หน้ากากเข้าหากัน ไปจนถึงเรื่องของการคอรัปชั่นในคนหมู่มากและการชี้นำมวลชน ลำดับของเรื่องเป็นการเล่าย้อนหลังจากอนาคตไปถึงอดีตของนางเอกซึ่งความจริงก็ถือว่าน่าสนใจดี แต่น่าจะมีวิธีที่ยืดหยุ่นกว่านี้ในการสร้างความน่าสนใจ (เช่นรูปแบบฮารุฮิ) ตัวนางเอกที่นำเรื่องมีบุคลิกที่น่าสนใจพอสมควร เพราะการนำเสนอจะให้เราเข้าไปที่ความคิดของนางเอกที่แสดงความรู้สึกต่อเรื่องราวรอบตัวอย่างตรงไปตรงมา เวลานางเอกด่าในใจอาจจะทำให้ผู้ชมรู้สึกเจ็บแบบโดนๆไปด้วย โดยรวมถือว่ามีการนำเสนอที่แปลกใหม่น่าสนใจดี แต่ยังขาดจังหวะจะโคนในการสร้างความตื่นเต้นในน่าติดตาม บางตอนก็สนุกมาก บางตอนก็ทำอารมณ์ขาดช่วงและกลายเป็นน่าเบื่อไปเลย

น่าสนใจดีแต่ไม่ค่อยตื่นเต้น
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 7.4/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 9: Koi to Senkyo to Chocolate (12 ตอนจบ)



นี่ก็เป็นโรแมนซ์จาก Visual Novel อีกเรื่องหนึ่ง คราวนี้วางตอนเซ็ปท์เกี่ยวกับการเข้าชิงตำแหน่งประธานนักเรียนของ โอจิมะ ยูกิ พระเอกของเรื่อง ตัวแทนจากชมรมวิจัยอาหารที่กินเงินสนับสนุนของโรงเรียนโดยไม่มีกิจกรรมเป็นเรื่องเป็นราว และกำลังพบกับวิกฤติการยุบชมรม ยูกิจะต้องชิงตำแหน่งประธานนักเรียนเพื่อรักษาพื้นที่ของพวกเขาเอาไว้ และจะต้องรับมือกับการเลือกตั้งที่มีอุปสรรคหลากหลายรูปแบบรออยู่ พร้อมกับเข้าไปพัวพันกับสาวๆมากหน้าหลายตาตามสไตล์เกมจีบสาว

ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้มีประเด็นและการนำเสนอที่น่าสนใจมากพอสมควร ด้านการหาเสียงเลือกตั้งและปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทางนั้นทำออกมาโดยมีสาระมาพอสมควร แม้จะเป็นแต่การเลือกตั้งตำแหน่งประธานนักเรียน แต่ก็เจาะลงไปที่เบื้องลึกเบื้องหลังการคอรัปชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปิดปากด้วยผลประโยชน์หรือ