[Final Review] Anime of Fall 2012

posted on 06 Jan 2013 20:05 by kaitodash in Review directory Cartoon, Entertainment
สวัสดีปีใหม่กันอีกซักครั้งครับ และกลับมาพบกับ Final Review ประจำซีซั่นเช่นเคย ซีซั่นนี้ก็จะยังคงจัดเรียงลำดับตามความสนุกเพลิดเพลินของผมเหมือนเดิม โดยไล่จากเรื่องที่ตามติดน้อยที่สุดไปถึงมากที่สุด โดยมีเรื่องที่ยังไม่จบต้องตามดูต่อในปีหน้าอีกหลายเรื่องเหมือนกัน โดยเรื่องที่อยู่รอดจนถึงสิ้นซีซั่นที่ผ่านมามีทั้งหมด 15 เรื่อง แบ่งเป็นเรื่องที่จบลงด้วยดีแล้ว 8 เรื่อง และยังมีเรื่องที่ยังต้องตามดูกันต่อไปอีก 7 เรื่อง ดังต่อไปนี้ครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 15: To LOVE-Ru -trouble- Darkness (12 ตอนจบ)



เริ่มกันที่อนิเมะมืดที่สว่างที่สุดในซีซั่นด้วยแสงศีลธรรม ภาคต่อของอนิเมะหลุมดำที่ปรับโครงสร้างดันเด็กๆขึ้นมาเป็นนางเอกเพื่อให้เสี่ยงมากขึ้น บวกกับการเพิ่มตัวร้ายเข้ามาในเรื่อง ก็ถือว่าทำให้มีความลึกในเนื้อหามากขึ้นอีกหน่อยนึง แต่สุดท้ายก็เปิดปลายแบบไม่มีไคลแม็กซ์อยู่ดี สรุปก็เซอร์วิสๆเหมือนเดิมไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น

สนุกกว่าภาคแรกแหละ แต่จะสว่างไปไหน
ความเพลิดเพลิน: D
คุณภาพ: 5.0/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 14: Hidamari Sketch×Honeycomb (12 ตอนจบ)



อนิเมะหน้าบานสุดชิลที่ลากยาวมาได้ถึงสี่ภาคโดยไม่มีตกเรื่องนี้ก็ยังคงเอกลักษณ์ของตัวเองเอาไว้เช่นเดิม แม้จะไม่ได้มีจุดเด่นอะไรแต่ก็ดูสบายชวนหลับดี มีจุดสังเกตที่ไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่าคือเหมือนกับจะเห็นฉากอาบน้ำบ่อยขึ้นและรายละเอียดเยอะขึ้น หวังว่ามันคงจะไม่ใช่สัญญาณบ่งบอกอะไร

ชิลๆเหมือนเดิม
ความเพลิดเพลิน: D+
คุณภาพ: 6.7/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 13: Sukitte Ii na yo. (13 ตอนจบ)



จากโชโจมังงะเกี่ยวกับ ทาจิบานะ เมย์ เด็กสาวที่มีประสบการณ์วัยเด็กที่ไม่ดีทำให้มีปัญหาในการเข้าสังคม จนกระทั่งเธอได้มาพบกับ คุโรซาวะ ยามาโตะ เด็กหนุ่มที่เป็นศูนย์กลางของสังคมที่แตกต่างกับเธอโดยสิ้นเชิง แต่ยามาโตะกลับสนใจในตัวเมย์ และช่วยดึงเธอจากการปิดกั้นตัวเอง ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไป ได้ค้นพบความรักและความสุขในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

จริงๆแล้วคอนเซ็ปท์และการออกแบบตัวละครในเรื่องนี้แปลกดี จะถือว่าน่าสนใจในรูปแบบหนึ่งก็ได้ สำหรับอนิเมะแนวนี้มีความรู้สึกว่าทรงผมของตัวละครพิลึกดี (ประมาณว่าทรงนี้มันหล่อตรงไหนฟะ) นอกจากนั้นพฤติกรรมของตัวละครก็ซับซ้อนเกินกว่าที่ผมจะย่อยได้ หลายๆครั้งที่คิดว่าเป็นเรื่องง่ายที่จะตัวละครจะตัดสินใจทำแบบนั้นแบบนี้ แต่กลับทำให้มันเป็นเรื่องยากไปราวกับจะต้องให้มันเกิดเรื่องให้ได้ จุดที่ผมมีปัญหากับเรื่องนี้มากที่สุดก็คือเหตุผลที่ยามาโตะชอบเมย์ โดยไม่เคยมีบอกอย่างชัดเจนนอกจากคำว่า "น่ารัก" ซึ่งผมมองว่ามันฟังดูมักง่ายไปหน่อย ราวกับถูกเลือกให้เป็นที่รักก็เพราะว่าเป็นนางเอกแค่นั้น

เคยคิดว่าดูแนวโชโจเยอะพอที่จะเข้าใจถึงแก่นแท้แล้ว แต่คิดผิดถนัด
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 5.4/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 12: Jormungand + Jormungand PERFECT ORDER (24 ตอนจบ)



หนึ่งในอนิเมะที่บู๊กันได้ดุเดือดที่สุดเรื่องหนึ่งในปีนี้ เรื่องราวของ โยน่า เด็กหนุ่มที่มีชีวิตอยู่ท่ามกลางควันปืนในฐานะทหารเด็กทำให้เขาเกลียดอาวุธ แต่เมื่อเขาได้มาเจอ โคโค่ เฮคมาเทียร์ นักค้าอาวุธสาวบ้าบิ่นที่เดินทางค้าอาวุธไปรอบโลกพร้อมกับลูกทีมฝีมือเยี่ยมที่เป็นบอดี้การ์ด และได้รู้จักอีกด้านหนึ่งของวงการ ก็ทำให้เขาไว้ใจติดตามโคโค่ไปเพื่อสานอุดมคติของเธอ

เรื่องนี้แบ่งออกเป็นสองช่วงการฉาย ในช่วงครึ่งแรกของเรื่องจะเป็นการปูทางให้รู้จักกับบุคลิกของตัวละครแต่ละคน และเน้นไปที่แต่ละภารกิจสาดกระสุนที่ยิงกันตูมตามเอามันส์เข้าว่า ซึ่งตรงส่วนนี้ยอมรับว่าถึงจะมีหลายๆส่วนที่โคตรจะโม้แต่ก็มันส์จริงและได้รายละเอียดในการผลิตค่อนข้างดี แต่โดยรวมมีจุดด้อยที่ขาดการสร้างอารมณ์ร่วมกับตัวละคร ทำให้ลดทอนความน่าสนใจลง ในช่วงครึ่งหลังค่อยขยายเป้าหมายและมุมมองให้เห็นเนื้อแท้ของแต่ละคน จุดที่ค่อนข้างจะเซอร์ไพรส์อยู่ที่ไคลแม็กซ์ของเรื่องที่ไม่ได้เป็นแอ็กชั่นเลย แต่กลับเป็นการปะทะกันของมุมมองที่แตกต่าง ซึ่งในตอนจบออกจะกำกวมไปหน่อย แต่อาจจะมองว่าเป็นฉากจบที่ดีด้วยการเปิดช่องให้ผู้ชมได้คิดตามก็ได้ สุดท้ายก็ไม่รู้จะบอกว่าใครเป็นฝ่ายถูกดี

ยิงกันทั้งโม้ทั้งมันส์ ฉากจบเกินคาดนิดหน่อย
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 7.2/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 11: Tonari no Kaibutsu-kun (13 ตอนจบ)



มาถึงโชโจอีกหนึ่งเรื่องเกี่ยวกับความรักพิลึกๆของ มิซึทานิ ชิซึคุ เด็กสาวผู้ตั้งเป้าหมายหนึ่งเดียวในชีวิตคือการเรียนให้ได้ผลดีๆและหาเงินให้ได้เยอะๆ เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาเรียนและไม่สนใจการเข้าสังคม จนกระทั่งได้มาเจอกับ โยชิดะ ฮารุ เด็กหนุ่มน็อตหลวมบ้าระห่ำที่ดูภายนอกเหมือนเด็กเกเร แต่ความจริงแล้วมีจิตใจบริสุทธิ์เหมือนสัตว์เลี้ยงที่ไม่มีคนคุม การพบกันของทั้งคู่นำไปสู่ความรักวุ่นวายอลวนที่ไม่สามารถคาดเดาได้

จุดที่โดดเด่นที่สุดของเรื่องนี้อยู่ที่การดำเนินเรื่อง ด้วยบุคลิกและพฤติกรรมของตัวละครเรื่องนี้ที่แปลกประหลาดหน่อย หลายๆครั้งก็ทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง ทำให้เรื่องนี้มีความตื่นเต้นน่าสนใจ แต่ปัญหาจะอยู่ที่จังหวะของเรื่องจะค่อนข้างวุ่นวายเร็วบ้างช้าบ้าง บางครั้งจุดที่น่าจะพีกยังไม่ทันทำอารมณ์ให้ถึงขีดสุดก็ปล่อยให้ผ่านไปซะก่อน ทำให้รู้สึกเหนื่อยหอบบ้างเวลาที่ดู นอกจากนี้พระเอกนางเอกอยู่ดีๆก็จืดจางไปซะดื้อๆ กลายเป็นนัตสึเมะเด่นขึ้นมาตอนท้ายเรื่อง (ความจริงสำหรับผมถือเป็นเรื่องดี) และปล่อยตอนจบให้ห้วนๆโดยไม่มีบทสรุปอะไร โดยรวมจึงถือว่าดูน่าสนุกดีแต่รวบรัดจนกลายเป็นไม่สนุกเท่าที่ควร

เป็นเลิฟคอเมดี้ที่แปลกดี ตามอารมณ์ไม่ค่อยทัน จริงๆดูดีมีศักยภาพแต่จบด้วนๆไปหน่อย
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 6.4/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 10: Hayate no Gotoku! CAN'T TAKE MY EYES OFF YOU (12 ตอนจบ)



กลับมาอีกครั้งกับพ่อบ้านประจัญบานที่ออกเนื้อเรื่องออริจินัลที่มี ฮาตะ เคนจิโร่ มาเขียนเนื้อเรื่องให้เอง โดยเป็นเนื้อเรื่องหลังจากช่วงหินราชันย์ที่กำลังลงในมังงะอยู่ตอนนี้ นางิได้คฤหาสน์กลับมาครอบครองเรียบร้อยแล้ว และมี สึกุมิ รูริ ที่อ้างตัวเองว่าเป็นน้องสาวนางิ เพื่อเข้ามาตีสนิทและค้นหานาฬิกาต้องสาป คุโระสึบากิ ซึ่งนำไปสู่การค้นหาอดีตเกี่ยวกับพ่อที่หายสาบสูญไปของนางิ

ด้วยความโดยพื้นฐานเป็นการ์ตูนตลก ทำให้เรื่องนี้ใช้เวลาไปกับเรื่องไร้สาระค่อนข้างเยอะ ซึ่งถ้าเอาไปเทียบกับอนิเมะภาคแรกก็บอกได้เลยว่ากลายเป็นการ์ตูนตลกฝืดที่ไม่ได้สนุกเลย แต่ถ้าอยู่เดี่ยวๆก็ถือว่าพอดูได้ พอเข้าช่วงสองสามตอนสุดท้ายค่อยเดินเรื่องเป็นเรื่องเป็นราว ถือว่าผูกเรื่องได้น่าสนใจดี ทำให้ภาพรวมสุดท้ายออกมาไม่เลวร้ายเกินไปนัก แม้ว่าจะมีจุดที่ถูกโจมตีอย่างหนักคือเรื่องของหน้าตาตัวละครที่บิดเบี้ยวผิดคอนเซ็ปท์จนแฟนๆรับกันไม่ได้ก็ตาม

น่าเบื่อหน่อยๆแต่พอเข้าเรื่องก็สนุกดี
ความเพลิดเพลิน: C+
คุณภาพ: 5.8/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 9: Little Busters! (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: B
ใช้เวลาไปกับความเรื่อยเปื่อยนานแหลือเกิน ชักจะเบื่อแล้ว

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 8: Robotics;Notes (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: B
หวังกับมันไว้สูงว่าจะโชว์สเต็ปเทพเหมือน Steins;Gate ซึ่งเท่าที่ดูมาก็มีแววอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 7: Shinsekai yori (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: B
เป็นอะไรที่แนวมาก การผสมผสานแบบนี้อาจจะให้ผลตรงกันข้าม กลายเป็นการไล่แขกไปซะมาก แต่สำหรับผมแล้วยังถือว่ารับได้เพราะถือว่ามีความน่าสนใจในตัวมันเอง

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 6: Sword Art Online (25 ตอนจบ)



และก็มาถึงเรื่องที่พูดได้เต็มปากว่าโด่งดังที่สุดในปีนี้ จากไลท์โนเวลชื่อดังที่ขายดีเหมือนแจกฟรี เกี่ยวกับเด็กหนุ่ม คิริกายะ คาซึโตะ หรือ คิริโตะ ที่เป็นนักเล่นเกมตัวยง ได้เข้าไปสู่โลกของ Sword Art Online เกมออนไลน์ใหม่ล่าสุดและเกมแรกที่ผู้เล่นสามารถเข้าถึงเกมได้อย่างสมจริงที่สุดเป็นครั้งแรก แต่เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ยังไม่เสถียรนี้นำมาซึ่งช่องโหว่ในการรุกล้ำเข้าสู่สมองของผู้เล่นเกม และทำให้คิริโตะจะต้องผจญภัยในโลกแห่งเกมเพื่อเอาตัวรอดและหยุดยั้งหายนะที่เกมมาสเตอร์พยายามจะก่อ

ถ้าจะพูดกันตรงๆแล้วคอนเซ็ปท์ของเรื่องนี้ไม่ได้ถือว่ามีความแปลกใหม่อะไร แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้เขียนมีความเข้าใจผู้บริโภคเป็นอย่างดี และสามารถดำเนินเรื่องได้โดนใจ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความเป็นเกมออนไลน์ที่เข้าถึงนักเล่นเกมได้ดี การออกแบบตัวละครที่ครบเครื่อง ยึดแบบฉบับมาตรฐานที่เจาะตลาดได้กว้างขวาง และสร้างความสัมพันธ์ที่น่าติดตาม ยังมีความเก่งกาจของพระเอกที่โชว์เท่ต่อหน้าสาวๆเพื่อเปิดอีเว้นท์ตลอดเวลา และการสร้างสถานการณ์ที่บีบคั้นเหมือนจะสิ้นหวังจนกระทั่งพลิกสถานการณ์ได้ เรียกได้ว่าผสมผสานสูตรสำเร็จทุกตำรับเข้าด้วยกันอย่างพอเหมาะพอเจาะ ทำให้แม้ว่าเนื้อหาจะไม่ได้หนักแน่นมากแต่ก็เพียงพอกับการที่จะสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมได้ อีกจุดหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไปไม่ถึงระดับอนิเมะที่ดีเยี่ยมก็คือคุณภาพของงานโดยรวมที่ยังไม่ประณีตพอ หลายต่อหลายฉากหลีกเลี่ยงที่จะลงทุนในส่วนของอนิเมชันแล้วไปเน้นสร้างอารมณ์ด้วยเพลงประกอบแทน ปล่อยให้เกิดการแพนภาพนิ่งในฉากแอ็กชั่นที่น่าจะดุเดือดอยู่บ่อยครั้ง

ก็ถือว่าสนุกดี แต่ยังไม่ใช่ระดับขึ้นหิ้ง
ความเพลิดเพลิน: B
คุณภาพ: 7.6/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 5: Girls und Panzer (12 ตอนจบ แต่ 2 ตอนสุดท้ายเลื่อนฉาย)
ความเพลิดเพลิน: B
จะขอบอกว่าตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรไว้กับเรื่องนี้เลย โดยเฉพาะตอนแรกๆที่ดู ค่อนข้างจะเรื่อยเปื่อยมาก แต่ก็ไม่รู้อะไรมันดลใจให้ทนดูต่อมาเรื่อยๆจนพบว่ามันสนุกเข้าจนได้ ตัวผมเองไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการทหาร ก็เลยพูดไม่ได้ว่ายุทธวิธีมันสมจริงขนาดไหน แต่สำหรับการ์ตูนแล้ว สนุกก็คือสนุกแหละครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 4: PSYCHO-PASS (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: B+
เป็นเรื่องที่ทั้งสนุกและทำให้ได้คิดตามหลายๆอย่าง เนื้อเรื่องทั้งตึงเครียดและระทึกใจสมกับเป็นอุโรโบรอส ต้องเตือนไว้เลยว่าไม่ควรดูเวลาก่อนนอนกับเวลากินข้าว

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 3: Sakurasou no Pet na Kanojo (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: B+
ภาพรวมเหมือน Toradora! มาก โดยเพิ่มความรั่วเข้ามา ถือว่าสนุกมากแต่ยังขาดพีกที่แรงจริง

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 2: Zetsuen no Tempest (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: A
เรื่องนี้เปิดตัวมาได้อย่างสวยงามน่าสนใจ แต่ค่อยๆลดระดับความน่าสนใจลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงช่วงประชิดไคลแม็กซ์แรกของเรื่องที่ดำเนินอยู่ในฉากเดียวอย่างยาวนาน มีการ์ตูนแอ็กชั่นไม่มากนักที่จะกล้าใช้เวลาสี่ถึงห้าตอนไปกับการยืนคุยอยู่ที่ฉากเดียว แต่เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าแม้จะเป็นการนำเสนอลักษณะนี้ก็ยังสามารถทำให้เรื่องสนุกขึ้นตามลำดับได้อย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งฟังตัวละครทั้งหลายคุยกันก็ยิ่งลุ้นระทึกไปกับการพลิกผันของสถานการณ์ในเรื่อง โดยเฉพาะเมื่อตัวละครเหล่านั้นถูกออกแบบมาอย่างน่าสนใจและคาดเดาความคิดได้ยาก

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
อันดับที่ 1: Chuunibyou demo Koi ga Shitai! (12 ตอนจบ)



ปิดท้ายกันที่ออริจินัลภูมิใจเสนอโดย Kyoto Animation ที่คราวนี้ชงไลท์โนเวลเอง แล้วออกอนิเมะตามมากินเองได้อย่างประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกของสตูดิโอ เรื่องราวเกี่ยวกับเหล่าเด็กน้อยไม่อยากโตนำโดย ทาคานาชิ ริกกะ สาวน้อยผู้มีอาการโรคม.สองขั้นรุนแรงระดับที่เพ้อเจ้อเป็นตุเป็นตะว่ามีพลังอย่างนั้นอย่างนี้ และเมื่อเธอได้มาเจอกับ โทงาชิ ยูตะ เด็กหนุ่มข้างบ้านและเพื่อนร่วมห้องที่หลุดพ้นจากอาการเดียวกันมาแล้ว ทั้งคู่ก็ได้มาสนิทกันและนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่เกินเพื่อนในที่สุด

เรื่องนี้ช่วงแรกจะเน้นไปที่การตบมุขของคู่พระนาง โดยริกกะจะคอยเพ้อเจ้อและยูตะจะคอยตบติ่ง ซึ่งถือว่าตลกชิลๆดี แต่พอดูไปๆกลับกลายเป็นว่าแนวเรื่องชักจะหลุดไปจากแนวทางตั้งต้น กลายเป็นเลิฟดราม่าที่ขมนิดๆแต่หวานแสบคอชนิดที่แฟนๆลุ้นกันติดขอบจอ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องมันเปลี่ยนไปแนวนั้นได้ยังไง แต่เอาเป็นว่ามันเวิร์กมาก นานมาแล้วที่ไม่ได้ดูแนวโรแมนติกที่สดใสปิ๊งๆขนาดนี้ ในส่วนของดราม่านั้นออกจะใส่อารมณ์เกินจริงไปบ้าง แถมยังทำให้ฉากจบขาดความสมบูรณ์อีกต่างหาก แต่ด้วยอานิสงส์ของการออกแบบตัวละครให้น่ารักน่าเอ็นดูและความหวานของโรแมนซ์ ทำให้กลบจุดด้อยอื่นๆไปได้ และสร้างความเพลิดเพลินตื่นเต้นให้กับผู้ชมได้เต็มอิ่ม

ถึงจะเหวี่ยงออกจากแนวไปบ้างแต่ก็ยังสนุก
ความเพลิดเพลิน: A
คุณภาพ: 7.5/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet

ตอนนี้ตามเรื่อง amnesia เพราะเคยเล่นเกม

#4 By ปาปิลิโอ on 2013-02-01 15:00

สนใจสามเรื่อง
to love ru
Sukitte Ii na yo
แล้วก็ Sao
big smile Hot!

#3 By Nirankas on 2013-01-07 08:33

Tonari no Kaibutsu-kun เเอบดูไปสองตอน(ตอนเเอบป่วยการเมือง นอนอยู่บ้านหน่ะนะ)
ดูไปเเค่สองตอนเเทบจะกระอักเลือดเพราะฮารุ(-///-)
Chuunibyou demo Koi ga Shitai! น่าดู~
เห็นผ่านตามานานเเล้วเรื่องนี้...
เเต่ hyouka ยังดองอยู่เลยT^T(ไม่จบซะที)
พรุ่งนี้ก็สอบกลางภาคเเล้วคงดองเค็มอีกนาน...

#1 By !DrOpCanDiES#~ on 2013-01-06 21:20