[Early Review] Anime of Winter 2013

posted on 20 Jan 2013 21:36 by kaitodash in Review directory Cartoon, Entertainment
ซีซั่นนี้ผมมีอนิเมะที่ดูค้างอยู่ 6 เรื่อง และได้ดูเรื่องฉายใหม่เพิ่มอีก 19 เรื่อง ซึ่งถูกดร็อปไปแล้ว 3 เรื่อง ทำให้เหลืออนิเมะที่กำลังดูอยู่ทั้งหมด 23 เรื่องครับ ในจำนวนเรื่องที่เริ่มฉายซีซั่นนี้จะมีเรื่องที่เป็นภาคต่อของอนิเมะที่เคยดูมาก่อนอยู่แล้ว 4 เรื่อง และเป็นเรื่องใหม่ 15 เรื่อง ก่อนอื่นจะเริ่มจากเรื่องที่เป็นภาคต่อกันแบบสั้นๆก่อนครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องที่เป็นภาคต่อ 4 เรื่อง

AKB0048 next stage
ความน่าติดตาม: [C]
ภาคแรกไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ แต่เท่าที่ดูจากการเปิดตัวของภาคนี้ ดูมีความหวังอยู่บ้างว่าจะได้เนื้อหาที่เข้มข้นขึ้น ต้องคอยดูกันต่อไป

Boku wa Tomodachi ga Sukunai NEXT
ความน่าติดตาม: [B]
ว่าด้วยการแย่งชิงตำแหน่งแฟนพระเอกกันต่อไป แม้จะไม่ใช่เรื่องที่เน้นเนื้อหามากนัก แต่คงได้อวยกันมันส์

Da Capo III
ความน่าติดตาม: [D+]
กลับมาอีกครั้งกับซีรี่ยส์ค้ำคอร์ต้นตำรับที่คัมแบ็กมาพร้อมกับเกมภาคใหม่ คราวนี้ปรับแคสท์ตัวละครหลักให้มีความแปลกใหม่จากเดิมเล็กน้อย นอกจากนี้ยังใช้ทีมสร้างที่เฉพาะกิจมาก จึงพอมีความหวังว่าจะทำได้ดีกว่าภาคที่ผ่านๆมา แต่เท่าที่ดูจากสองตอนที่ผ่านมาจะสังเกตว่าเน้นเซอร์วิสจนล้นเป็นพิเศษ คงต้องรอพิจารณาสภาพกันต่อไปอีกซักระยะกว่าจะจับพล็อตได้

Minami-ke Tadaima
ความน่าติดตาม: [D]
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หายหน้าหายตาไปนาน คราวนี้ต้องเรียกว่ากลับสู่สามัญเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะสไตล์ภาพ จังหวะ และมุขทั้งหลายกลับไปเป็นเหมือนตอนภาคแรก คงเพราะภาคสองกับสามมันไม่เวิร์กอย่างแรงเลยต้องหาทางเรียกศรัทธาให้ได้ ตัว OP-ED เลยออกแนวขุดของเก่ามาใช้ซ้ำซักหน่อย ยังต้องพิสูจน์ตัวเองกันอีกซักระยะ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่วนเรื่องที่ดูแล้ว 1-2 ตอน และดร็อปไปแล้วมี 3 เรื่อง ได้แก่
Ai Mai Mii
Cuticle Tantei Inaba
Hakkenden: Touhou Hakken Ibun

คราวนี้เรามาที่ 12 เรื่องหลักที่เหลือกันได้แล้วครับ โดยระดับความน่าติดตามที่อาจจะเปลี่ยนแปลงหลังจากดูไปเรื่อยๆได้ มีดังนี้ครับ
[D]: ความเสี่ยงสูง ถ้าตอนต่อๆไปไม่มีอะไรที่น่าติดตามกว่านี้อาจจะนำไปสู่การดร็อปได้
[C]: มีความเสี่ยงบ้าง อาจจะดร็อปกลางทางได้ถ้าน่าเบื่อลงจนทนไม่ไหว
[B]: ค่อนข้างน่าติดตาม น่าจะดูจนจบได้
[A]: ติดหนึบ อยากดูตอนต่อไปไวๆ ส่วนใหญ่จะไม่รอซับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

AMNESIA



เริ่มกันที่อนิเมะจากโอโตเมะเกม ดำเนินเรื่องผ่านนางเอกที่ไม่มีชื่อเพราะสูญเสียความทรงจำทั้งหมดไป เธอจึงต้องตามหาความทรงจำที่หายไปด้วยการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง โดยมีภูติน้อยโอริออนเป็นผู้ช่วยเหลือและนำทาง ซึ่งเป้าหมายหลักก็อยู่ที่ตัวเอกหนุ่มสี่คนที่เป็นรีเวิร์สฮาเร็มของนางเอกนั่นเอง

เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่องโดยรวมถือว่าค่อนข้างตรงไปตรงมาในรูปแบบของตัวเอง มีนางเอกที่ค่อนข้างจะเฉื่อยและอีโมมาก ไม่รู้จะเดินไปทางไหน จึงต้องมีไกด์ที่ไม่มีใครอื่นเห็นคอยนำทางให้ และมีหนุ่มหน้าสวยทั้งหลายมารายล้อมและคอยส่งสายตาใส่ ซึ่งก็หวังว่าคงจะมีการพัฒนาบุคลิกของเธอไปในทางที่ดีขึ้นตามเนื้อเรื่อง ในตอนนี้ยังไม่ค่อยจะมีอะไรที่น่าดึงดูดเท่าไหร่ โดยจุดโฟกัสของเรื่องจุดแรกคือตัวละครชายคนที่ห้า อุเคียว ที่ดูเหมือนจะตามสตอล์กนางเอกอยู่และมีบรรยากาศที่ลึกลับเหมือนรู้อะไรบางอย่าง กับอีกจุดหนึ่งคือช่วงเวลาของเรื่องที่ดูเหมือนจะมีปริศนาซ่อนอยู่ เหมือนมี Time Skip และติดลูปด้วย ทำให้ยังพอมีความน่าสนใจในพล็อตของเรื่องอยู่บ้าง นอกจากนี้ท้ายตอนที่สองยังปิดด้วยฉากที่คาดไม่ถึงนิดหน่อย แต่มีจุดสังเกตอย่างหนึ่งที่ทำให้อดตะหงิดใจไม่ได้ก็คือชุดของตัวละครในเรื่องที่โดดเด่นสะดุดตาซะจนไม่น่าเป็นไปได้ที่จะมีคนเอาออกมาใส่เดินเพ่นพ่าน แถมยังใส่อยู่ชุดเดียวไม่มีซักไม่มีเปลี่ยนกันอีกต่างหาก

ความน่าติดตาม: [D+] ยังครึ่งๆกลางๆอยู่ แม้ว่าจะน่าเบื่อแต่ปริศนาน่าสนใจดี
จุดเด่น: ชุดอะไรของพวกเอ็ง ซกมก
คำแนะนำ: ไม่เหมาะสำหรับผู้ไม่นิยมรีเวิร์สฮาเร็ม

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

GJ-bu



จากไลท์โนเวล Slice of Life ฮาเร็มของนาย ชิโนะมิยะ เคียวยะ หนุ่มหน้าใสในชมรม GJ ชมรมปริศนาที่ไม่รู้ว่ามีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่ โดยที่นี่มีสาวๆสี่คนสี่สไตล์รายล้อมอยู่ และทั้งชมรมก็เล่นสนุกกันไปวันๆ ถ้าดูเผินๆอาจจะรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเลยซักอย่าง พล็อตก็ไม่มี การดำเนินเรื่องก็ไม่มีจังหวะ ภาพก็ไม่ได้สวย มุขก็มุขเดิมๆ ตัวละครก็หาได้ดาษดื่นตามท้องตลาด แต่พอดูไปก็สนุกดี จุดขายของเรื่องอยู่ที่คาแรกเตอร์ของสี่สาวที่ให้รสชาติแตกต่างกันไป และมุขส่วนใหญ่ของเรื่องก็วนอยู่รอบๆบุคลิกของแต่ละคนนี่เอง

ความน่าติดตาม: [D] จริงๆแล้วไม่มีอะไรโดดเด่นซักอย่าง แต่ดูเพลินดีพิลึก
จุดเด่น: ยังไม่มี
คำแนะนำ: ไม่เหมาะสำหรับคนที่เบื่อ Slice of Life

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Love Live! School idol project



เรื่องนี้เป็นโปรเจคท์ความร่วมมือระหว่างสำนักพิมพ์ ASCII Media Works ค่ายเพลง Lantis และสตูดิโอ SUNRISE ในการออกแฟรนไชส์ใหม่อย่างครบวงจรทั้ง มังงะ เพลง และอนิเมะ โดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโรงเรียนที่ประสบปัญหาขาดแคลนนักเรียนจนต้องเตรียมปิดตัวลง ทำให้นักเรียนสาว โคซากะ โฮโนกะ ลุกขึ้นรวบรวมพรรคพวกทั้งเก้าคนจับไมค์แดนซ์ในฐานะไอดอลยูนิต เพื่อสร้างชื่อให้กับโรงเรียนและเรียกคนเข้ามาสมัครเยอะๆเพื่อรักษาโรงเรียนไว้

นี่เป็นอีกครั้งที่ SUNRISE ขยับลงแนวไอดอล หลังจากที่ไปยำมั่วกับ iDOLMaSTER Xenoglossia มาแล้วครั้งหนึ่งจนแฟนๆไม่อยากจะจดจำ แต่ครั้งนี้ดูจะมีความตั้งใจจริง และก็ทำได้ในระดับที่น่าพอใจตามสมควร เพียงแต่ด้วยความที่ผมและน่าจะมีอีกหลายๆท่านเคยดู The iDOLMaSTER กันมาแล้ว ทำให้บุคลิกของตัวละครเรื่องนี้เป็นอะไรที่โหลมากเหมือนนั่งดูหนังซ้ำ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ออกสตาร์ทด้วยการฟอร์มทีมจากศูนย์ ดังนั้นจึงมีส่วนของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่อาจจะน่าสนใจก็ได้

ความน่าติดตาม: [C] ก็พอดูได้ แต่ยังไม่มีอะไรที่ดึงความสนใจเป็นพิเศษ
จุดเด่น: ถ้าเป็นคนที่เคยดู The iDOLMaSTER มาแล้วก็คงจะหาจุดเด่นไม่เจอ
คำแนะนำ: คงหวังสูงกว่า The iDOLMaSTER ได้ยาก แต่ถ้าไม่เคยดูมาก่อนก็อาจจะสนุกได้เต็มที่

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Kotoura-san (เพิ่มเติมเมื่อวันที่ 27/01/2013)



สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทีแรกไม่ได้ดูและถูกแนะนำมาทีหลังครับ ปรากฏว่าน่าประทับใจพอสมควร จึงขอแทรกรีวิวเพิ่มเติม เป็นเรื่องเกี่ยวกับ โคโตะอุระ ฮารุกะ เด็กสาวที่มีพลังพิเศษในการอ่านใจคนรอบข้าง ในวัยเด็กเธอเที่ยวบอกความในใจของคนรอบข้างโดยไม่ได้คิดว่าจะเป็นการทำร้ายจิตใจผู้อื่น ทำให้ถูกสังคมรังเกียจ จึงค่อยๆปิดกั้นตัวเองจากการคบค้าสมาคมกับผู้อื่น เพราะเชื่อว่าพลังของตัวเองจะทำร้ายคนรอบข้าง จนกระทั่งเธอได้ย้ายโรงเรียนมาเจอกับ มานาเบะ โยชิฮิสะ เด็กหนุ่มหน้าตาดีสมองกลวงที่วันๆคิดแต่เรื่องลามกและแสดงออกทุกอย่างตามที่คิด ซึ่งเป็นคนที่จริงใจและห่วงใยเธอจากใจจริง และสามารถเปิดใจเธอออกได้

ทีแรกผมไม่ได้คิดจะดูเรื่องนี้เลย เพราะลายเส้นโปรโมทไม่น่าพิสมัยอย่างแรง แล้วก็เข้าใจว่าเป็นแนวตลกไร้สาระด้วย แต่พอดูเข้าจริงๆพบว่าเนื้อหาฝั่งโคโตะอุระกดดันกว่าที่คิด แม้ว่าจะไม่ใช่ดราม่าที่ซับซ้อนหรือมีสเกลใหญ่โตอะไร แต่ผู้สร้างก็ใช้องค์ประกอบต่างๆสร้างอารมณ์ได้ดีพอสมควร ในทางกลับกัน ฝั่งมานาเบะด้วยความที่เป็นคนลามกแต่จริงใจ จึงให้รู้สึกว่าเป็นคนดีราวกับเทพบุตรจุติมาเพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับโคโตะอุระโดยเฉพาะ โดยรวมทั้งเรื่องจึงเป็นการผสมผสานกันของ ดราม่า โรแมนซ์ และคอเมดี้ อย่างได้สัดส่วนพอดี มีปัญหาอยู่ตรงนางอิจฉาของเรื่องที่เห็นหน้าแล้วอยากจะ Bitch Slap ซักสองสามฉาด แต่ดันเจ๋อมาเฮฮาปาร์ตี้ใน OP-ED ด้วย เลยรู้สึกรับไม่ได้อยู่นิดๆ

ความน่าติดตาม: [B+] สนุก คู่พระนางหวานดี
จุดเด่น: หลอน รองประธานเสียงโคตรหล่อ ดราม่ายังกับละครหลังข่าว
คำแนะนำ: ถ้าคิดว่าเป็นแนวตลกไร้สาระขอให้ลองดูก่อนแล้วคิดใหม่

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Mangirl!



จากอนิเมะสั้นตอนละสามนาทีของสาวๆสี่คน (พักนี้มันชักเกร่อ) ที่มารวมตัวกันเพื่อออกนิตยสารการ์ตูน โดยแม้ว่าพื้นฐานของเรื่องจะเป็นแนว Slice of Life แต่เอาเข้าจริงจะออกแนวโชว์หลังฉากของสำนักพิมพ์ในรูปแบบสาวน้อยซะมากกว่า แม้ว่าจะเดินเรื่องเร็วเว่อร์ไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็ดูเหมือนว่ารายละเอียดที่ใช้ประกอบเนื้อหาจะสมจริงดี ถึงจะไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมาก แต่ก็ถือว่าดูขำๆไปได้

ความน่าติดตาม: [D] ไม่ได้สนุกมาก แต่ก็ไม่น่าเบื่อมาก
จุดเด่น: สำนักพิมพ์นี่มันตั้งง่ายดีแฮะ
คำแนะนำ: เหมือนดู Bakuman เวอร์ชั่นแก๊กโมเอะ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Maoyuu Maou Yuusha



นี่น่าจะเป็นหนึ่งในเรื่องที่มีคนตั้งหน้าตั้งตารอดูมากที่สุดในซีซั่นนี้ จากไลท์โนเวลแฟนตาซีเกี่ยวกับสงครามระหว่างมนุษย์กับปิศาจที่เริ่มต้นจากการบุกเข้าสู่ปราสาทจอมมารของผู้กล้า แต่ผู้กล้าหนุ่มกับจอมมารสาวกลับหลงเสน่ห์กันและกันและหนีตามกันไปซะงั้น ทั้งคู่ตัดสินใจทิ้งฐานะของตัวเองและออกเดินทางไปด้วยกันเพื่อแก้ปัญหาต่างๆในสังคมมนุษย์และปิศาจที่ร้ายแรงและน่ากลัวยิ่งกว่าสงคราม

สำหรับท่านที่ไม่ทราบผมจะของบอกไว้ก่อนเลยว่า พล็อตของเรื่องนี้ไม่ใช่แนวแอ็กชั่นแฟนตาซีแต่อย่างใด สิ่งที่จะได้จากเรื่องนี้จะเป็นแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์มากกว่า เนื้อหาจะเหมือนการอภิปรายเกี่ยวกับ ปัญหาปากท้องประชาชน ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น ปัญหาความแตกต่างทางเผ่าพันธุ์ ปัญหาการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งต้องอาศัยการแก้ปัญหาที่รากเหง้าอย่างศิลปะทางการทูต การศึกษา และการพัฒนากสิกรรมและอุตสาหกรรม เรียกได้ว่าออกแนวปรัชญาซะมากกว่า อีกด้านหนึ่งของเรื่องก็มุ่งไปที่ความสัมพันธ์ของผู้กล้ากับจอมมารที่ลึกซึ้งกว่าคำพูด ซึ่งมีความหวานพีกในตอนแรกแล้วค่อยเพลาลงในตอนที่สอง โดยรวมอาจจะยังไม่ได้มีเนื้อเรื่องที่อัดแน่นเข้มข้นหรือซาบซึ้งกินใจ แต่คาดว่าอนาคตน่าจะขยับขึ้นตามลำดับ

ความน่าติดตาม: [C+] ยังต้องปั้นกันต่อไปอีกซักระยะ
จุดเด่น: ก้อนเนื้อ ดาคิมะคุระ
คำแนะนำ: ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่หวังจะดูแอ็กชั่นแฟนตาซี

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Mondaiji-tachi ga Isekai kara Kuru sou desu yo?



อนิเมะชื่อยาวจากไลท์โนเวลแฟนตาซีที่มีตัวละครหลักเป็นเด็กเกเรทั้งหลายที่โลกมนุษย์รองรับไม่ไหว จึงได้รับคำเชิญไปสู่โลกต่างมิติเพื่ออาละวาดให้หนำใจ มี ซากะมากิ อิซาโยย เด็กหนุ่มหัวทองบ้าพลังที่ไม่สนใจคำว่ากฎเกณฑ์เป็นหัวโจก ร่วมด้วย คุโด้ อาสึกะ คุณหนูบ้าอำนาจที่มีพลังในการออกคำสั่ง กับ คาสุคาเบะ โย สาวเงียบที่มีพลังในการคุยกับสัตว์ โดยทั้งสามคนถูกเชิญมาโดยบันนี่เกิร์ล คุโระอุซางิ ด้วยเหตุผลบางอย่าง

จุดเด่นที่สุดของเรื่องนี้อยู่ที่ความบ้าระห่ำของพระเอก ก่อนหน้านี้ก็เคยมีกรณี Hagure Yuusha มาก่อน แต่อันนั้นค่อนข้างเน้นไปทางเซอร์วิสหนักๆ ทำให้ความบ้าพลังดูครึ่งๆกลางๆ ในขณะที่ตัวอิซาโยยในเรื่องนี้เป็นเกรียนตัวจริงเสียงจริง และเคลื่อนไหวด้วยความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองเท่านั้น ทำให้ในมุมหนึ่งก็มองว่าเป็นความบ้าบริสุทธิ์ที่โดนใจพิลึก ส่วนตัวละครสมทบอย่างสามสาวที่เหลือนั้นอาจะไม่ได้มีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นนัก แต่ถ้าผสมสารให้ดีๆก็น่าจะใช้ร่วมกับพระเอกให้น่าสนใจได้ไม่ยาก ในส่วนของพล็อตนั้นมีการดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างจะรวบรัด ทำให้ไม่ค่อยเห็นที่มาที่ไปเท่าไหร่ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เป็นส่วนสำคัญของเรื่อง

ความน่าติดตาม: [C] ถ้าเพิ่มโรแมนซ์เข้าไปอีกหน่อยจะแจ่มมาก
จุดเด่น: บ้าพลังดี ทั้งโหดทั้งโกง กระต่ายดำสีฟ้า ตบบอสร่วงเลย
คำแนะนำ: เหมาะสำหรับคนชอบพระเอกเกรียน

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Ore no Kanojo to Osananajimi ga Shurabasugiru



อีกหนึ่งไลท์โนเวลเลิฟคอเมดี้ฮาเร็มในรั้วโรงเรียนที่มี คิโด เอย์ตะ เด็กหนุ่มบ้านแตกที่พ่อแม่แยกทางกันแล้วทิ้งให้อยู่ตามลำพัง ทำให้เขาหมดสิ้นศรัทธาและปิดกั้นตัวเองจากความรัก และมุ่งมั่นเรียนหนังสือจนเป็นท็อปของโรงเรียน มาเจอกับ นัตสึคาวะ มาสึซึ สาวผมเงินไอดอลประจำโรงเรียนผู้ซ่อนความซาดิสต์ไว้หลังหน้ากากไร้เดียงสา ที่ถูกสารภาพรักนับครั้งไม่ถ้วนและเบื่อหน่ายกับความรักเช่นกัน เธอจึงเลือกที่จะบังคับขู่เข็ญให้เอย์ตะมาเป็นแฟนหลอกๆให้เธอเพื่อเป็นไม้กันหมา แต่เพื่อนสมัยเด็กของเอย์ตะอย่าง ฮารุซากิ จิวะ คงไม่นั่งเฉยกับเรื่องนี้แน่ จึงเป็นที่มาของชื่อเรื่อง "แฟนสาวกับเพื่อนสมัยเด็กของผมต้องตายกันไปข้างนึง"

เรื่องนี้ไม่ได้มีพล็อตที่อลังการอะไรแต่ด้วยการออกแบบตัวละครและการสร้างความสัมพันธ์ที่น่าสนใจ ทำให้การเปิดตัวเป็นไปได้ด้วยดี ด้วยตัวละครหลักทั้งสองคนต่างก็ไม่ต้องการความรัก จึงเหมือนจะเคมีเข้ากันได้และทำให้ดูเพลินดี แต่หลังจากนั้นดูเหมือนว่าจะเริ่มผ่อนเนื้อเรื่องให้เบาลง และใช้เวลาไปกับการเล่นมุขเฮฮาบ้าบอมากขึ้น ต้องคอยดูว่าการแทรกแซงของเพื่อนสมัยเด็กจะนำไปสู่ดราม่าเรียกอารมณ์ได้มากกว่านี้หรือไม่

ความน่าติดตาม: [C] น่าสนใจดี แต่ขาดความต่อเนื่อง
จุดเด่น: ชิวาว่า ยูคาริน S! โนแพน จูนิเบียว
คำแนะนำ: สำหรับผู้ชื่นชอบเลิฟคอเมดี้ฮาเร็ม

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Sasami-san@Ganbaranai



เมื่อเราเห็นชื่อ SHAFT ในอนิเมะเรื่องใดก็เหมือนกับจะรู้ได้ว่ามันต้องมีอะไรไม่ธรรมดารออยู่ แม้จะเป็นไลท์โนเวลที่เหมือนจะธรรมดาเกี่ยวกับ ซึคุโยมิ ซาซามิ สาวน้อยฮิคิโคโมริที่วันๆไม่ออกจากบ้านไปไหน และไม่ทำอะไรโดยมีพี่ชายซิสค่อนคอยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำและแต่งตัวให้ ในขณะที่เธอไม่ออกจากบ้านไปไหน เธอก็จะแอบดูชีวิตประจำวันของพี่ชายผ่านหน้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ของเขากับสามสาวพี่น้องบ้านยางามิ แต่ความจริงแล้วเรื่องมันไม่ได้มีแค่นี้ เพราะทั้งเขาและเธอรวมทั้งสามพี่น้องต่างก็มีพลังพิเศษที่จะเปลี่ยนแปลงโลก

จากที่ได้ดูไปสองตอนก็พอจะเข้าใจเนื้อเรื่องขึ้นมาบ้างแล้ว ดูเหมือนว่าตัวละครในเรื่องนี้จะมีพลังของเทพที่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆบนโลกให้เป็นไปตามใจนึกได้ (พูดง่ายๆก็คือพลังพระเจ้าฮารุฮินั่นเอง) แม้ว่าจะไม่ได้เป็นพล็อตที่แปลกใหม่อะไรนัก แต่ไม่ว่า SHAFT จะหยิบจับอะไรก็ทำให้ทุกอย่างดูแปลกใหม่ไปได้ทั้งนั้น เรื่องนี้ก็มีลักษณะการดำเนินเรื่อง การลำดับภาพ มุมกล้อง และบทพูดที่เป็นเอกลักษณ์ของสตูดิโอเช่นกัน แต่ความพยายามในการเล่นมุขยังค่อนข้างครึ่งๆกลางๆ ขำบ้างไม่ขำบ้าง จุดสังเกตอีกอย่างหนึ่งของเรื่องนี้คือตัวละครหลักทั้งห้าคนล้วนมีบุคลิกที่น่าสนใจแต่ไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่ กล่าวคือผมรู้สึกว่าทุกคนมีคาแรกเตอร์ที่ดีแต่ผมไม่ชอบซักคน อย่างไรก็ตาม ในตอนที่สองเริ่มจะบอกอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกันเป้าหมายของเรื่องนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะเป็นการพัฒนาตัวละครหลักอย่างซาซามิให้ดีขึ้น

ความน่าติดตาม: [B+] SHAFT ยังไงก็เป็น SHAFT คาดหวังอะไรแปลกใหม่ได้เสมอ
จุดเด่น: พี่ชายเสียงแก่ไม่มีหน้า ฮิกกี้เต็มขั้น พลังอะไรวะ กลายเป็นช็อกโกแลต
คำแนะนำ: เป็นอนิเมะชาฟท์แบบชาฟท์ๆ เหมาะสำหรับผู้ค้นหาความแนว

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Tamako Market



หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับ Chuunibyou ไปอย่างงดงาม เกียวอนิก็ออกออริจินัล Slice of Life อีกครั้ง คราวนี้เป็นเรื่องราวในย่านการค้าแห่งหนึ่ง โดยมี คิตะชิระคาวะ ทามะโกะ ลูกสาวร้านขายโมจิผู้ร่าเริงเป็นตัวดำเนินเรื่อง ร่วมด้วยการมาของ เดลา โมจิมัซซี่ ไก่ขี้เก๊กพูดได้ที่ยืนยันว่าตัวเองเป็นไก่ชั้นสูงของราชวงศ์หนึ่งในดินแดนทางใต้ และมาเพื่อตามหาเจ้าสาวให้กับเจ้าชาย ซึ่งทั้งทามะโกะและเจ้าไก่จะนำความสนุกสนานมาสู่ย่านการค้า

นี่ก็เป็นอีกครั้งที่เกียวอนิเอา Slice of Life เป็นพื้นฐาน โดยเล็งโรแมนซ์และมุมอื่นๆเป็นทางผ่านไปด้วยในตัวอย่างที่เคยทำสำเร็จมาแล้วกับ Hyouka และ Chuunibyou โดยคราวนี้เหมือนจะพัฒนาไปอีกขั้นด้วยการเอาความยูริกับไก่เข้ามาผสมโรงด้วย ในมุมนี้ถือว่าสองตอนที่ผ่านมาทำได้ดี นอกจากนี้การเล่นมุขโดยรวมของเรื่องก็ถือว่าพอสร้างรอยยิ้มได้ ยังมีพล็อตหลักที่รอการขยายอยู่ท้ายตอนของทั้งสองตอนที่ผ่านมา แต่ถ้าเอาไปเทียบกับเรื่องอื่นๆแล้วยังถือว่าขาดหมัดน็อคที่จะชี้ขาดว่าสนุกจริงๆไป องค์ประกอบของเรื่องยังจับโน่นมาแปะนี่ออกแนวจับฉ่ายไปหน่อย เหมือนยังเดินสะเปะสะปะ ไม่รู้ว่าจะเอาดีด้านไหนกันแน่ แต่จุดเด่นด้านความน่ารักของตัวละครนั้นจริงแท้แน่นอน นอกจากนี้ยังทุ่มเทให้กับการปั้นนักพากย์ใหม่ยกทีมอีกแล้ว

ความน่าติดตาม: [C+] ถ้าเทียบกับเรื่องอื่นๆที่ผ่านมา ยังถือว่าไม่สนุกเท่าที่ควร
จุดเด่น: ไก่เคย์เนธ ตุ๊ด อังโกะน่ารัก เป็นโปรเจคเตอร์ได้ด้วย
คำแนะนำ: ดูได้ทุกเพศทุกวัย

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Vividred Operation



อนิเมะสาวน้อยเวทมนตร์ออริจินัลโดยการกำกับและคาแรกเตอร์ดีไซน์โดยผู้กำกับกองพลกางเกงในเหินฟ้า ผลิตโดย A-1 Pictures ในโลกอนาคตที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปถึงระดับที่ไม่ต้องกังวลกับปัญหาทรัพยากรพลังงานอีกต่อไป อิชชิกิ อากาเนะ สาวน้อยร่าเริงธรรมดาที่อาศัยอยู่กับปู่และน้องสาวใช้ชีวิตอย่างมีความสุข จนวันดีคืนดีมีหุ่นยักษ์ที่เรียกว่า Alone โผล่ออกมาโจมตีเกาะบ้านเกิดของเธอและทำให้สันติภาพตกอยู่ในอันตราย ทำให้เธอและผองเพื่อนต้องไขว่คว้าพลังที่จะสามารถปกป้องโลกได้

สิ่งแรกที่พูดได้สำหรับเรื่องนี้ก็คือการเป็นอนิเมะออริจินัลที่ไม่มีความเป็นออริจินัลเลย เริ่มจากคาแรกเตอร์ดีไซน์ เมคานิคดีไซน์ และสภาพแวดล้อมกับเซ็ตติ้งของเรื่องที่แทบจะถอดแบบ Strike Witches มาเป๊ะๆ บวกกับพล็อตหลักของเรื่องที่ดูท่าจะออกแนวบิโชโจเซนไตที่มีกัน 4-5 สี โดยมีสีดำที่ทำท่าจะออกมาเป็นตัวร้ายก่อนแล้วค่อยมาเข้าพวกทีหลัง แถมตัวเอกยังสามารถรวมร่างกันได้เหมือนการ์ตูนหุ่นยักษ์สมัยก่อนอีกต่างหาก ประกอบกับฉากแปลงร่างเสื้อผ้ากระจุยก่อนใส่ทีหลังและอาวุธทำลายล้างแบบนาโนฮะ ปิดท้ายด้วยสูตรสำเร็จความวายที่มีตัวเอกของเรื่องเป็นศูนย์กลางฮาเร็มทุ่งลิลลี่ นอกจากนี้ยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกมากมายที่ชวนให้นึกถึงการ์ตูนเรื่องอื่นๆ ทำให้พูดได้เต็มปากว่านี่เป็นอนิเมะมักง่ายที่เอาทุกอย่างที่เคยใช้ได้ผลมายำรวมกันโดยไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย แต่ในขณะเดียวกันผมก็พบว่ามันดูเพลินพิลึก จะบอกว่าทุกอย่างที่ว่ามาข้างต้นมันผสมกันอย่างลงตัวก็ว่าได้ ด้วยการดำเนินเรื่องแบบเอามันส์เข้าว่าทำให้ดูได้โดยไม่ซีเรียสกับพล็อตมากเกินไป แค่ให้ได้กรุ้มกริ่มไปตลอดทาง แถมเรื่องนี้วาดสาวน้อยเวทมนตร์น่ารักและฉากบู๊ก็ลื่นไหลกว่าอนิเมะแอ็กชั่นหลายๆเรื่องด้วย

ความน่าติดตาม: [A] ผมแพ้สาวน้อยเวทมนตร์
จุดเด่น: บั้นท้ายมาโฮโชโจเซนไตสู้เอเลี่ยนยิงบีม มีมาสค็อตด้วย จุ๊บที่หน้าผาก มะเขือเทศ กัตไตกลายเป็นคอสมอส โกลเดี้ยนแฮมเมอร์
คำแนะนำ: ทีเด็ดสำหรับคนชอบสาวน้อยเวทมนตร์บ้าพลังที่ไม่กลัวเซอร์วิสและยูริ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Yama no Susume



ปิดท้ายกันที่อนิเมะสั้นเกี่ยวกับกลุ่มสาวน้อยปีนเขา ซึ่งก็มีสาวๆสี่คน (อีกละ) มาร่วมปีนเขาไปด้วยกันแบบชิลๆสไตล์ Slice of Life โดยในตอนแรกเดินเรื่องแบบจับแพะชนแกะอย่างรวดเร็วมากและนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ตัวละครแบบฝืนๆ แต่ตอนที่สองเริ่มผ่อนเกียร์ลงให้ได้ย่อยสลายกันบ้าง ทำให้โดยรวมดีขึ้น
 
ความน่าติดตาม: [D] ค่อนข้างน่าเบื่อ ถ้าไม่ใช่ว่าตอนที่สองน่าสนใจขึ้นบ้างคงดร็อปไปแล้ว
จุดเด่น: ยังไม่มี
คำแนะนำ: ถ้าคิดว่าสามนาทีไม่นานเกินไปก็ลองดูได้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet

อ่านจบแล้วตัดสินใจดู Kotoura-san ทันทีเลยค่ะ จากที่ตอนแรกไม่รู้จักเลย...รู้สึกพล็อตเรื่องดูน่าสนใจค่ะ

#3 By selamat-pagi on 2013-02-02 00:23

เพิ่งจะมีคนแนะนำมา และได้ไปดูมาเมื่อกี๊เองครับ ไม่ผิดหวัง กะว่าเดี๋ยวว่างจะเติมรีวิวลงไปด้วยครับ

#2 By KaitoDash on 2013-01-21 23:54

ไม่ได้ดู Kotoura-san เหรอครับ
ดูภาพแล้ว หรือ OP น่าจะนึกว่าเป็นอนิเมะต๊องๆ ฮาๆ แต่ความจริงแล้วเป็นอนิเมะที่เข้มข้นดราม่าใช้ได้เลยนะครับ ผมชอบมากทีเดียว big smile

#1 By kaninnit (103.7.57.18|202.125.84.80) on 2013-01-21 12:47