[Final Review] Anime of Spring 2013

posted on 07 Jul 2013 00:59 by kaitodash in Review directory Cartoon, Entertainment
ปิดกันไปอีกหนึ่งซีซั่นแล้วครับ โดยรวมถือว่าเป็นซีซั่นที่ค่อนข้างจะน่าผิดหวัง โดยมีอนิเมะที่อยู่รอดเพียง 15 เรื่องเท่านั้น และภาพรวมคะแนนก็ถือว่าค่อนข้างต่ำอีกด้วย ลองไปดูกันครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 15: Haiyore! Nyaruko-san W (13 ตอนจบ)



ไม่ค่อยจะแตกต่างจากเดิมมากนัก มีเล่นมุขไปตามประสา จุดที่แตกต่างหน่อยคือคูโกะน่ารักกว่าเดิมมากๆ แล้วก็มีฉากหวานๆระหว่างเนียรุโกะกับมาฮิโระให้ได้ลุ้นมากขึ้น

โดยรวมก็เหมือนเดิม
ความเพลิดเพลิน: D
คุณภาพ: 5.7/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 14: Ginga Kikoutai Majestic Prince (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: D
ไม่ค่อยมีอะไรเกิดขึ้นเท่าไหร่ ออกแนวจับฉ่ายซะจนไม่มีอะไรโดดเด่นหรือน่าตื่นเต้นเลย

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 13: PhotoKano (13 ตอนจบ)



หนึ่งในอนิเมะที่ผิดจากที่คาดหวังไปมากที่สุดในปีนี้ ด้วยความที่คาดหวังไว้สูงในฐานะรุ่นน้องของ KimiKiss และ Amagami แต่กลับออกมาเป็นเลิฟคอเมดี้ดาษๆที่เนื้อเรื่องตื้นเขินเหลือเขิน ทั้งๆที่ตัวละครหญิงก็ออกแบบได้น่าสนใจตามสไตล์ Enterbrain แท้ๆ แต่พอเนื้อเรื่องไม่เอื้ออำนวยก็สูญเปล่า การปฏิสัมพันธ์ในเรื่องขาดชีวิตชีวา การดำเนินเรื่องภายในแต่ละตอนก็ช้าบ้างเร็วบ้าง ไม่มีจังหวะที่เสถียร ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะระยะเวลาฉายที่ไม่ลงตัวรึเปล่า จะจับรวมรูทก็เวลามากไป พอแยกรูทเวลาก็น้อยไป ยังไม่พูดถึงคุณภาพอนิเมชันที่แข็งกระด้างซะจนไม่น่าเชื่อว่า MADHOUSE เป็นผู้ผลิต

เวลาน้อยเกินไป ถ้าไม่ได้แยกบทอาจจะน่าสนใจกว่านี้
ความเพลิดเพลิน: D
คุณภาพ: 5.0/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 12: Dansai Bunri no Crime Edge (13 ตอนจบ)



เป็นเรื่องที่เปิดตัวด้วยคอนเซ็ปท์ที่น่าสนใจ แต่พอดูไปเรื่อยๆจนเริ่มปรับเข้ากับเนื้อหาแล้วจะเริ่มรู้สึกได้ว่าเนื้อหาจริงๆไม่ได้มีอะไรโดดเด่นหรือน่าสนใจเป็นพิเศษ เป้าหมายของเรื่องก็ไม่ค่อยชัดเจน นอกจากนี้ตัวละครก็ถูกออกแบบมาโดยเน้นความวิปริตจากแรงกระตุ้นเป็นหลัก ทำให้ไม่มีตัวละครที่น่าสนใจด้วยคาแรกเตอร์ของตัวเองเลยแม้แต่คนเดียว (ความจริงมีวิทชี แต่บทน้อยมาก) การดำเนินเรื่องก็เรียกได้ว่าสะเปะสะปะไม่ได้วางรากฐานที่ดีเท่าที่ควร สุดท้ายแล้วสิ่งที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียวของเรื่องก็คือความหวานของคู่พระนางเท่านั้น

นอกจากเลิฟซีนแล้วไม่มีอะไรโดดเด่น
ความเพลิดเพลิน: D+
คุณภาพ: 5.5/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 11: RDG Red Data Girl (12 ตอนจบ)



ตอนเริ่มซีซั่นผมเคยพูดถึงเรื่องนี้ไปว่าเปิดตัวได้น่าสนใจ แต่พูดไม่ได้เต็มปากว่าจะสนุก ตอนนี้ผมได้ข้อสรุปแล้วว่าเรื่องนี้ไม่สนุกเลยแม้แต่นิดเดียว การดำเนินเรื่องเนิบนาบไม่มีจุดเด่นที่ทำให้รู้สึกตื่นตัวได้เลย ตัวละครแต่ละคนเปิดตัวมาเหมือนจะน่าสนใจ แต่สุดท้ายไม่มีการพัฒนาอะไรทั้งนั้น พระเอกเคยกากยังไงก็กากอยู่ยังงั้น นอกจากนี้บ่อยครั้งยังสร้างความสับสนอย่างไม่จำเป็นในเนื้อเรื่องอีกด้วย ซ้ำร้ายยังจบเรื่องค้างๆคาๆโดยไม่มีความหวังจะต่อยอด ถ้าไม่นับเรื่องสไตล์ภาพและเพลงประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของ P.A. Works แล้ว ข้อดีของเรื่องนี้ก็มีเพียงการเติบโตของนางเอกที่เรียกได้ว่าโดดเด่นที่สุดและเป็นผลผลิตที่ดีที่สุดของเรื่อง

องค์ประกอบโดยรวมดูมีอนาคต แต่ดำเนินเรื่องได้แย่มาก
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 5.3/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 10: DATE A LIVE (12 ตอนจบ)



ถ้าจะว่ากันจริงๆแล้วเรื่องนี้จุดเด่นอยู่ที่คอนเซ็ปท์จีบสาวเพื่อปิดผนึกพลังที่จะทำลายล้างโลก แต่วิธีการดำเนินเรื่องออกทะเลมากไปหน่อย เน้นถอดผ้าถอดผ่อนอยู่เรื่อยๆ ขาดความจริงจัง ขาดความไหลลื่น และยังดำเนินเรื่องอย่างเร่งรีบทำให้ทิ้งช่องโหว่ไว้มากมาย ตัวละครสาวๆในเรื่องของข้างจะสุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง ซึ่งก็ถือว่าทำให้ดูได้อย่างมีรสชาติดี แต่สุดท้ายแล้วด้วยความที่สาระไม่ค่อยจะมี ทำให้ได้แต่ดูเอาฮาเท่านั้น ตอนจบของเรื่องยังมีประเด็นที่ค้างๆคาๆอยู่ แต่ก็มีประกาศซีซั่นสองออกมาแล้ว ดังนั้นคงจะตามไปดูต่อไป

สาระไม่ค่อยมี แต่น้องสาวโมเอะ
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 5.3/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 9: Devil Survivor 2 THE ANIMATION (13 ตอนจบ)



คอนเซปท์ของเรื่องไม่ได้โดดเด่นมากนัก เป็นแนวเซอร์ไววัลต่อสู่เพื่อมีชีวิตรอดธรรมดา แต่ไปโดดเด่นที่บุคลิกของตัวละครแต่ละตัวโดยเฉพาะฮิบิกิ อัลคอร์ และยามาโตะ น่าเสียดายที่การดำเนินเรื่องละเลยการใช้จุดเด่นนี้ให้เป็นประโยชน์ ตัวละครแต่ละตัวไม่ค่อยได้รับโอกาสให้มีบทมากพอที่จะสร้างความผูกพันให้กับผู้ชม การดำเนินเนื้อเรื่องโดยรวมถือว่ามีความน่าตื่นเต้นในระดับหนึ่ง แต่ก็ถือว่าเดาทางได้ง่ายมากเกือบตลอดทั้งเรื่อง ยิ่งช่วงท้ายๆยิ่งมีช่องโหว่มากขึ้นเรื่อยๆ และก็จบแบบไม่ค่อยสุดเท่าไหร่แถมยังแอบเกย์นิดๆด้วย

เป็นสูตรสำเร็จที่เดาทางง่ายมาก แต่ยังถือว่าพอดูได้
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 6.5/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 8: Yahari Ore no Seishun Love Comedy wa Machigatteiru. (13 ตอนจบ)



เรื่องนี้น่าจะได้เป็นหนึ่งในเอนทรี่ที่เข้าไปลุ้นรางวัลม้ามืดแห่งปีแน่นอน ถ้าจะให้ผมนิยามเรื่องนี้ คงจะต้องบอกว่าเป็นอนิเมะที่น่ายกย่องด้านการให้ความสำคัญกับคอนเซ็ปท์จนยอมทิ้งโอกาสในการสร้างจุดขายทางธุรกิจไป ด้วยความสมจริงสมจังของการมองเรื่องราวผ่านสายตาของ ฮิคิกายะ ฮะจิมัง พระเอกผู้หยั่งรู้สรรพสิ่งในสังคม ทำให้เนื้อหาออกไปในทางเสียดสีอย่างเจ็บแสบ เพราะประเด็นที่นำเสนอนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความจริงที่ยากจะยอมรับ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบตัวละครที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และมีความเป็นตัวของตัวเอง แต่ทั้งหมดนี้ต้องแลกมาด้วยการยอมทิ้งจุดขายที่อนิเมะสมัยใหม่ใช้เพิ่มยอดขายไป นั่นคือการตอบสนองความต้องการของผู้ชม ทำให้ขาดทีเด็ดที่จะสร้างความน่าติดตาม ถ้าจะให้พูดถึงความรู้สึกเวลาดูก็คืออะไรๆก็ดีไปหมดแต่ทำอารมณ์ดูต่อไม่ได้ เพิ่งจะมามีช่วงท้ายๆเรื่องที่ใส่อารมณ์ได้พีกจริงๆ

คอนเซ็ปท์เยี่ยม ดำเนินเรื่องเยี่ยม แต่ขาดจุดขายที่จะสร้างอารมณ์ร่วมอย่างต่อเนื่อง
ความเพลิดเพลิน: C+
คุณภาพ: 7.9/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 7: Hataraku Maou-sama! (13 ตอนจบ)



พอจะเขียนถึงเรื่องนี้ต้องนึกย้อนกลับไปตอนที่เขียนถึงตอนต้นซีซั่นเลย เรียกได้ว่าเป็นคนละอารมณ์เลยทีเดียว หลังจากการเปิดตัวอย่างสวยงามในช่วงสองสามตอนแรกแล้วก็เข้าสู่ขาลงอย่างถาวร เนื้อหาเดินน้อยมาก การพัฒนาตัวละครน้อยมาก เลยกลายเป็นว่าดูมาไม่ค่อยได้อะไร ส่วนที่โดดเด่นในช่วงแรกอย่างการเล่นมุขก็เริ่มตันไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ไปลงที่ความเป็น Slice of Life แทน แต่ถ้าดูมันอย่างที่เป็นก็คงพอไหว

เปิดตัวดีมาก แต่เสื่อมถอยตลอดทาง
ความเพลิดเพลิน: C+
คุณภาพ: 6.5/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 6: Kakumeiki Valvrave (ฉายต่ออีกครึ่งในซีซั่น Fall 2013)
ความเพลิดเพลิน: C+
มาถึงครึ่งทาง เรื่องนี้ชักจะมุ่งหน้าไปทางเดียวกับ Guilty Crown มากขึ้นเรื่อยๆ ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะแก้ปมที่ค้างอยู่ยังไง มีโอกาส 50-50 ที่จะออกมาเจ๋ง ไม่ก็เละไปเลย

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 5: Toaru Kagaku no Railgun S (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: B
ช่วงแรกๆค่อนข้างจะน่าเบื่อ แต่พอเริ่มเข้าภาค Sisters จริงจังก็เริ่มจะสนุก แต่โดยรวมยังรู้สึกบู๊ไม่ค่อยเต็มเม็ดเต็มหน่วย ต้องรอดูช่วงท้ายภาคต่อไป

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 4: Hentai Ouji to Warawanai Neko. (12 ตอนจบ)



อีกหนึ่งเรื่องที่ค่อนข้างเหนือความคาดหมาย ด้วยความที่ทำมาจากไลท์โนเวลที่ดำเนินเรื่องเป็นเล่มๆไป ทำให้มีข้อจำกัดในการเริ่มต้นเรื่อง และได้เนื้อหาออกมาค่อนข้างโหวงเหวงในช่วงแรกๆ แต่พอดูไปเรื่อยๆก็ค่อยๆผูกเนื้อเรื่องจนเป็นรูปเป็นร่าง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นหลักของเรื่องและที่มาที่ไป รวมทั้งยังมีตัวละครที่น่ารักน่าเอ็นดูและมีการพัฒนาตัวละครที่คาดไม่ถึงในบางโอกาส ผสมผสานกับดราม่าในจังหวะที่เหมาะสมทำให้ยิ่งดูยิ่งรู้สึกลงตัว

ดูเพลิน ตัวละครน่ารักมาก
ความเพลิดเพลิน: B
คุณภาพ: 7.4/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 3: Suisei no Gargantia (13 ตอนจบ)



ถ้าว่ากันที่ปรัชญาของเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบก็ถือว่าคอนเซปท์ดีสมกับเป็นอุโระบุจิ ไม่ว่าจะเป็นดราม่าที่เกิดจากการ Cross-culture การถกเถียงประเด็นมนุษยธรรม และความหมายของการเป็นมนุษย์ ที่ชักนำให้ผู้ชมได้คิดและถกเถียงได้ดีเช่นเคย แต่การดำเนินเรื่องไม่เลือกเอาดีทางใดทางหนึ่ง คือจะซีเรียสไปเลยก็ไม่เอา จะเป็น Slice of Life ตลอดไปก็ไม่ได้ จะมุ่งโรแมนซ์ก็ไม่มีเวลา เลยกลายเป็นรู้สึกไม่สุดซักทาง พอพยายามจะเอาดีหลายๆทางเลยทำให้แนวทางของเรื่องออกมาสะเปะสะปะไปหน่อย แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังรักษาความต่อเนื่องในการไหลของเนื้อเรื่องได้ดี ในส่วนของตัวละครนั้นถือว่าออกแบบให้มีบุคลิกที่ดีในระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากเวลาไม่ค่อยมี ทำให้การพัฒนาค่อนข้างตะกุกตะกัก

คอนเซปท์ดี แต่สนุกไม่สุด
ความเพลิดเพลิน: B+
คุณภาพ: 7.7/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 2: Ore no Imouto ga Konna ni Kawaii Wake ga nai. (ยังมีอีก 3 ตอน จะฉายพร้อมกันวันที่ 18 สิงหาคม)
ความเพลิดเพลิน: B+
เนื้อหาสนุกเหมือนเดิม แต่ให้ตัวละครผลัดกันมีบททำให้ดำเนินเรื่องขาดช่วงบ่อยครั้ง ตอนนี้ดำเนินเรื่องเข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้ว เริ่มจะเห็นฉากจบ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 1: Shingeki no Kyoujin (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: A
วินาทีนี้วงการนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักแล้วละมั้ง โดยรวมก็ถือว่าเนื้อหาค่อนข้างแน่น บู๊มันส์ ดูสนุก

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet

ไททันกระแสแรงจริงๆ...แต่มันสนุกนี่นา XD
ก่อนดูก็อคติว่ามันเป็นเมะกระแส
แต่พอดูครั้งแรกแบบ  5 ตอนรวด
มีความรู้สึกว่าไม่ได้ดูเมะที่ดำเนินเรื่องดี/ภาพสวย/สื่ออารมณ์ต่างๆได้ดีแบบนี้มานานแล้ว 
//เราจึงกลายเป็นติ่งในบัดนั้น

#3 By Ultrachann on 2013-07-12 22:28

ไททันกระแสแรงมาก แต่ยังไม่ได้ดูซะที
ชอบ devil servivor cry

#2 By mimineko-chan on 2013-07-11 15:53

อนิเมะใหม่ๆไม่ได้ดูเลย
เพราะมันเป็นภาษาญี่ปุ่น
รอให้ใส่เสียงภาษาอังกฤษก่อน
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2013-07-07 11:08