[Final Review] Anime of Spring 2014

posted on 23 Sep 2014 21:34 by kaitodash in Review directory Cartoon, Entertainment
จบไปอีกหนึ่งซีซั่นแล้วครับ โดยซีซั่นนี้เป็นซีซั่นที่จัดว่าค่อนข้างน่าผิดหวัง ตัวผมเองยอมรับว่ามีเวลาว่างน้อยลงจึงลดจำนวนเรื่องที่ดู แต่จากเรื่องที่ดูได้จนจบก็ยังมีอัตราส่วนเรื่องที่พูดได้เต็มปากว่าสนุกอยู่น้อยจริงๆ ก่อนอื่นเรื่องที่ดร็อปในซีซั่นนี้ ได้แก่

Kanojo ga Flag wo Oraretara (6 ตอน): พยายามดูแล้วนะ แต่น่าเบื่อจริงๆ
Escha & Logy no Atelier (3 ตอน): อันนี้น่าเบื่อสุดๆ
Seikoku no Dragonar (3 ตอน): ไร้สาระ
Gokukoku no Brynhildr (2 ตอน): เห็นแววปวดตับแล้ว ขอลดไปซักเรื่องดีกว่า
Selector infected WIXOSS (2 ตอน): พยายามจะทำอะไรกัน?
Baby Steps, Haikyuu!!, Sidonia no Kishi (1 ตอน): เนื่องจากพยายามลดจำนวนอยู่ เลยเลือกตัดเรื่องที่สนใจน้อยออกไป
Kamigami no Asobi, Kiniro no Corda Blue♪Sky (1 ตอน): เป็นแนวโชโจที่ดูตอนแรกแล้วหวังยาก

อย่างที่บอกไปว่าช่วงนี้ผมมีเวลาว่างน้อยจริงๆ เรื่องที่จะเขียนยาวๆก็ไม่ค่อยมีเวลา ดังนั้นจะขอเขียนแบบสรุปแต่ละเรื่องสั้นๆให้เห็นภาพรวมความประทับใจต่อเรื่องนั้นๆเท่านั้น อาจจะไม่ได้มีการบรรยายรายละเอียดมากนัก แต่อย่างน้อยก็คงจะพอได้เห็นภาพว่าจะสามารถคาดหวังอะไรจากแต่ละเรื่องได้

สำหรับเรื่องที่ดูจบไปแล้วในซีซั่นนี้มี 18 เรื่อง และดูต่อไปอีก 2 เรื่อง เรียงลำดับตามความเพลิดเพลินได้ดังนี้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 20: Tonari no Seki-kun (21 ตอนจบ)



ภาพอาจจะไม่สวยมากและแต่ละตอนอาจจะสั้นไปหน่อย แต่ถือว่าเป็นความขำขันอย่างมีศิลปะ ดูได้เพลินๆ
ความเพลิดเพลิน: D
คุณภาพ: 6.4/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 19: Mangaka-san to Assistant-san to (12 ตอนจบ)



เป็นแนวกึ่งฮาเร็มกึ่งคอเมดี้ สาวๆน่ารัก มุขใต้สะดือค่อนข้างเยอะ อาจจะดูแล้วขำบ้างเบื่อบ้าง ไม่ค่อยมีสาระอะไรมากนัก แต่ก็พอดูได้
ความเพลิดเพลิน: D
คุณภาพ: 6.1/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 18: Gochuumon wa Usagi desu ka? (12 ตอนจบ)



เน้นความน่ารักของเด็กผู้หญิง มียิงมุขกันบ้าง แต่สามารถดูได้ต่อเนื่อง แต่สงสัยว่าปู่เป็นตัวอะไรกันแน่
ความเพลิดเพลิน: D+
คุณภาพ: 6.4/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 17: Soul Eater Not! (12 ตอนจบ)



ดูเผินๆเหมือนจะเป็นแนวเด็กผู้หญิงวิ่งเล่นชิลๆ แต่ช่วงกลางๆถึงท้ายๆเรื่องเริ่มรุนแรง ไปๆมาๆเจ็บจริงตายจริง ถือว่าเกินคาดนิดหน่อย แต่ด้วยความที่เน้นเด็กผู้หญิงเป็นตัวหลักของเรื่อง ทำให้ดูแล้วไม่ค่อยจะสุดเท่าไหร่ ขนาดเวลาจะฆ่ากันยังไม่ค่อยได้อารมณ์ร่วมเลย ความจริงช่วงแรกที่ให้สาวๆปล่อยมุขกันขำๆก็ถือว่าโอเค แต่พอมาท้ายๆก็ดันอยากจะซีเรียสด้วย โดยรวมเลยกลายเป็นไม่สุดทั้งสองด้าน
ความเพลิดเพลิน: D+
คุณภาพ: 5.7/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 16: Captain Earth (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: C
ช่วงต้นๆเปิดมาได้น่าสนใจพอสมควร แต่กำลังน่าเบื่อลงเรื่อยๆ (นับถึงตอนที่ 13)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 15: Akuma no Riddle (12 ตอนจบ)



ใส่ความผิดธรรมชาติลงมาในเรื่องได้อย่างผิดธรรมชาติ ทำเหมือนจะมีสาระ ตัวละครบ้าปรัชญาแต่พูดจาเวิ่นเว้อ ผู้หญิงหน้าตาดี ฉากสู้กันพอขำๆ ดูเอาตลกๆพอได้ แต่อย่าได้คาดหวังสาระ
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 4.9/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 14: Nisekoi (20 ตอนจบ)



ไม่ต่างจากอ่านมังงะเท่าไหร่ ก็เพลินๆดี
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 6.9/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 13: Nobunaga the Fool (24 ตอนจบ)



คาดหวังไว้เยอะ เพราะตัวละครหลายๆตัวมีการแนะนำตัวที่ลึกลับน่าสนใจ แต่ไปๆมาๆแต่ละคนสมองกลวงโบ๋กันหมด บุคลิกก็สับสน ทำอะไรไม่ค่อยจะสมเหตุสมผล ประเด็นของเรื่องในท้ายที่สุดก็ไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เหมือนดูแล้วไม่ค่อยได้อะไร และก็อยากจะลืมไปให้ไวที่สุด
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 5.0/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 12: Kenzen Robo Daimidaler (12 ตอนจบ)



เริ่มต้นได้ปัญญาอ่อนอย่างเพลิดเพลินดีมาก แต่พอดูไปเรื่อยๆความปัญญาอ่อนเริ่มเกินงาม มุขที่เคยตลกยิ่งดูยิ่งฝืด ประเด็นของเรื่องก็ไม่มี สุดท้ายหาคำตอบไม่ได้ว่าดูแล้วได้อะไรนอกจากหน้าอก
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 4.6/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 11: DATE A LIVE II (10 ตอนจบ)



ไม่ค่อยแตกต่างจากภาคแรกมากนัก เรื่อยๆเปื่อยๆเหมือนกัน
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 5.3/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 10: Hitsugi no Chaika (12 ตอนจบ)



ตั้งตัวค่อนข้างช้า เริ่มมาดูไม่ค่อยสนุก แต่ค่อยๆปูพื้นและเพิ่มความน่าสนใจให้มากขึ้นเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ของตัวละครตอนแรกเหมือนไม่มีอะไร แต่ดูไปดูมามันชัดจะยังไงๆ เริ่มจะมีอะไรให้ขาโรแมนซ์ได้ลุ้นพอเป็นกระสายบ้าง ปิดภาคแรกโดยทิ้งประเด็นค้างคาไว้พอสมควร คงต้องไปตามต่อในภาคสองที่กำลังจะเริ่มฉายตุลาคมนี้
ความเพลิดเพลิน: C
คุณภาพ: 6.4/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 9: Black Bullet (13 ตอนจบ)



สนุกแบบครึ่งๆกลางๆ คือดูได้เรื่อยๆแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าสนุกมากๆ บรรยากาศของเรื่องทึมๆเครียดๆแล้วก็จิตตกกว่าที่คิด ฉากต่อสู้สร้างบรรยากาศของความสิ้นหวังจริงจังได้ดี แต่การดำเนินเรื่องโดยรวมคืบหน้าบ้างไม่คืบหน้าบ้างและก็ไม่ไหลลื่นมาก จบภาคได้ค้างๆคาๆนิดหน่อย ต้องไปลุ้นเอาว่าจะได้มีภาคสองออกมาหรือไม่
ความเพลิดเพลิน: C+
คุณภาพ: 6.6/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 8: Bokura wa Minna Kawai-sou (12 ตอนจบ)



สำหรับการ์ตูนที่ให้ดูได้สบายๆถือว่าทำได้ดีมาก โดยปกติมักจะจบเหตุการณ์ในตอน ทำให้ไม่ได้สร้างความรู้สึกให้อยากดูต่อเนื่องมากนัก แต่ก็ถือว่าสนุกแล้วแต่ตอนไป ตัวละครมีเอกลักษณ์พอสมควร ดราม่าไม่หนักไม่เบากำลังดี มุขถือว่าขำใช้ได้ ภาพค่อนข้างสวย
ความเพลิดเพลิน: C+
คุณภาพ: 7.2/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 7: Isshuukan Friends. (12 ตอนจบ)



ช่วงต้นถือว่าสนุกน่าติดตามดีว่าจะวางเรื่องยังไง ไม่ดราม่ามากหรือน้อยเกินไป แต่ตั้งแต่กลางเรื่องไปถึงท้ายเรื่องพบว่าพล็อตที่ใช้ไม่ค่อยแข็งแรง สร้างแรงกระเพื่อมเวลาต้องการจะเข้าถึงไม่ค่อยได้ ความน่าสนใจของตัวละครไม่ค่อยเพิ่ม ทำให้กลายเป็นดราม่าพื้นๆไป
ความเพลิดเพลิน: C+
คุณภาพ: 6.9/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 6: Mekakucity Actors (12 ตอนจบ)



ปั้นเรื่องได้น่าสนใจดีทั้งที่ความจริงไม่ค่อยมีอะไร ด้วยความที่ตัวละครเยอะ ทำให้การดำเนินเรื่องออกแนวเหวี่ยงแหไปทั่ว การเชื่อเนื้อเรื่องไม่ค่อยดีนัก รูปแบบการนำเสนอน่าสนใจในระดับหนึ่ง แต่ดูจบมาแบบงงๆ มีจุดที่ไม่เข้าใจหรือไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง ถ้าพูดถึงความน่าติดตามถือว่าทำได้ดีพอสมควร แต่ถ้าพูดถึงการผลิตโดยรวมถือว่างานค่อนข้างหยาบ
ความเพลิดเพลิน: C+
คุณภาพ: 6.3/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 5: Love Live! School idol project 2 (13 ตอนจบ)



สนุกเหมือนๆกับภาคแรก ชิลบ้างจริงจังบ้าง มีเมโลดราม่าตามสไตล์ แต่ก็ดูได้เพลินมาก
ความเพลิดเพลิน: C+
คุณภาพ: 6.8/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 4: Mahouka Koukou no Rettousei (ยังไม่จบ)
ความเพลิดเพลิน: B
น่าผิดหวังมาก เป็นเรื่องที่ถูกปั้นกระแสไว้แรงสุด แต่การดำเนินเรื่องช้ามากๆจนน่าเบื่อ โดยรวมยังถือว่าสนุกและน่าติดตาม แต่แรงกระตุ้นต่ำกว่าที่คาดไว้มาก

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 3: Ryuugajou Nanana no Maizoukin (11 ตอนจบ)



ค่อนข้างสนุกเกือบจะสนุกมาก จับคู่นักไขปริศนากับตัวบ้าพลังได้ดี แม้ว่าจะไม่ค่อยได้เห็นปริศนาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแต่ก็ดูได้เรื่อยๆ ปัญหาหลักคือเนื้อหาไม่มีความคืบหน้าเลย จริงๆถ้าเพิ่มโรแมนซ์ให้มากกว่านี้อีกหน่อยอาจจะสนุกกว่านี้อีก
ความเพลิดเพลิน: B
คุณภาพ: 7.1/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 2: Soredemo Sekai wa Utsukushii (12 ตอนจบ)



สนุกเกินคาด เปิดตัวมาเหมือนจะเป็นแนวคอเมดี้ ดราม่า หรือ Slice of Life ซึ่งถือว่าทำได้น่าสนใจพอสมควร ในช่วงแรกๆที่ดูอาจจะคาดไม่ถึงว่าเรื่องนี้จะลงไปทางโรแมนซ์ แต่พอดำเนินเรื่องให้ตัวละครมีการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันก็ดูลึกซึ้งเข้าท่ากว่าที่คิด ตัวละครมีบุคลิกที่ดีเป็นบางตัวไป อาจจะมีความไม่สมเหตุสมผลในการกระทำบ้าง แต่ส่วนใหญ่ถือว่าดี ถึงจะดำเนินเรื่องแบบเร็วบ้างช้าบ้างไม่ค่อยสมดุล แต่โดยรวมก็ถือว่าสนุกดี
ความเพลิดเพลิน: B
คุณภาพ: 7.8/10

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันดับที่ 1: No Game No Life (12 ตอนจบ)



ถือเป็นผลงานเรื่องเยี่ยมในหลายๆด้าน ดูสนุกอย่างต่อเนื่อง ตัวละครมีเอกลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์บรรเจิด มุขฮา การใช้สีสัน